เรียบร้อยกันไปเกี่ยวกับสะพานไม้ไผ่ขัดแตะและเวทีกลางน้ำ โดยเมื่อวันเสาร์ ที่ ๑๓ ก.พ.๒๕๕๓ ทางฝั่งภูเพียงมาดำเนินการรื้อสะพาน ส่วนเวทีกลางน้ำนั้นเป็นว่าคุณลุงประทุมฯ เป็นคุณพ่อของคุณศรีวิชัยฯ เดินทางจาก จ.อยุธยา นำคนมาร่วม ๑๐ รถยนต์อีก ๓ คันมารื้อแล้วลำเลียงเวทีส่วนหนึ่งไป จ.พะเยา ส่วนที่เหลือนำกลับ จ.อยุธยา
ที่บันทึกมาส่วนใหญ่ได้รับรู้เพราะความบังเอิญ และเป็นประเด็นสาธารณะที่น่าสนใจ โถ....จะไม่ให้สนใจได้อย่างไรล่ะครับ ราว ๔ สัปดาห์ เด็กและเยาวชนล่าลายชื่อทำหนังสือถึงผู้หลัก ผู้ใหญ่ในจังหวัดน่าน ร่วมถึงพี่น้องสื่อมวลชน ขอความกรุณา ขอความเห็นใจว่า สะพานก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและการฝึกซ้อมกีฬาเรือพายที่พวกเขาทำหน้าที่ในนามตัวแทนจังหวัด เพื่อไปทำการแข่งขันมะขามหวานเกมส์ จ.เพชรบูรณ์
เมื่อมีข้อมูลเสนอให้รื้อสะพาน โดยเสนอข้อมูลมาเป็นลายลักษณ์อักษร ได้มีเสียงแตกต่างขอให้คงไว้เพื่อให้รับนักท่องเที่ยว โถ....สิ่งที่หลายส่วนดูไม่คาดคิด ( แมงแสนตีนยังรู้พลาด ) ได้มีการตรวจสอบแล้ว การสร้างสะพานไม่มีการขออนุญาตตามระเบียบกฎหมาย เป็นสิ่งล่วงล้ำลำน่านที่ต้องมีการขออนุญาต หน่วยงานที่รับผิดชอบมีหนังสือลง ๑๒ ก.พ.เข้าใจว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีการรื้อถอนในวันที่ ๑๓ ก.พ. เรียบร้อยกันไปในวันตรุษจีนกัน
รายละเอียดศึกษาเรียนรู้กันตามอัธยาศัยได้ตามลิ๊งค์ต่อไปนี้ครับ
http://www.nanboat.com/forum2x/index.php?topic=22.msg164;topicseen#new
สวัสดีครับคุณธนู
ก็ดีครับที่มีการรื้อถอน โดยที่ไม่ดื้อแพ่ง คนน่านด้วยกันพูดจาประสาน่าน โดยยึดประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง ทุกอย่างก็เรียบร้อยครับ
พี่สมนึกที่เคารพ
กว่าจะดำเนินการได้ ประสานชาวบ้านแบบเรารู้สึกละอายใจกันอยู่ไม่น้อย ทุกปัญหาเหมือนเส้นผมบังภูเขา รู้สึกยินดีที่ไ่ม่มีการดื้อแพ่ง แต่ก็ไม่ห่วงสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ดี สื่อมวลชนรายงานข่าวเรื่องนี้ไม่น้อย ถือว่าเป็นบทเรียนหน่วยงานรัฐว่า จะทำอะไรไปที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ต้องไม่ประมาทเพราะในยุคนี้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องศึกษาหาข้อมูลจากหลายช่องทาง ดีใจเช่นกันครับที่มีความเรียบร้อยด้วยดีไม่ต้องเป็นคดีความกัน แล้วไม่อยากให้ใครเอาคืนกับใครกับหน่วยงานไหนด้วยเพราะไม่เป็นผลดี ด้วยผู้เดือนร้อนมีเจตนาบริสุทธิ์
ยุคข้อมูลข่าวสารอย่างแท้จริงครับ ฟ้ามีตาไม่อาจปิดบังได้ ประโยชน์ใดๆ ก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่าประโยชน์ส่วนรวมครับ