บทอัศจรรย์ระหว่าง พระลอ กับ พระเพื่อน พระแพง คงต้องย้อนความกันสักนิด สองพี่เลี้ยงหลังเสร็จสมสังวาสแล้ว ก็คิดถึงนายตนที่กำลังลุ่มหลงอยากเห็นโฉมของกันและกัน ก็ช่วยกันจนสำเร็จในสวนอันงดงามตระการตา พระเพื่อนพระแพงก็มาปรากฎกายอันงดงามให้พระลอได้เห็น และต้องตกตะลึงในความงาม ขอยกบทชมความงามของพระเพื่อนพระแพงมาซักบทแล้วกัน
๏ งามยงงามยิ่งแม้................แมนมา แต่งฤๅ
โฉมระทวยทอตา....................แหล่งหล้า
สมนักบ่านี้นา........................สรบ่า นี้นา
สรดกว่าสรดโอ่อ้า..................อ่าโอ้เอาใจ
ส่วนสองคู่ชู้ชื่นที่เป็นบ่าวตัวดีก็หลบออกหายไปให้นายได้อยู่กันตามลำพัง
๏ สี่คนคิดชอบถ้อย..............สอนสั่งกันค้อยค้อย
สว่างร้อนไฟกาม
นี่ขนาดพระพี่เลี้ยงทั้งสี่คนเตือนกันสั่งสอนกันจนเห็นพ้องต้องกันว่า ควรลดไฟกามที่เร่งร้อนลง เพราะนี่คือที่ของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เป็นที่ต้องยำเกรง ต้องข่มใจไว้บ้าง แต่ก็โดนแรงราคะเผาจนระทดท้อทั้งสามพระองค์แต่เมื่อสามกษัตริย์แก่นท้าวกำลังมีความสุข หน้าที่ของพระพี่เลี้ยงก็ต้องหมดลง โคลงตรงนี้บอกไว้ว่า
๏ แรกรักแรงราคร้อน...............รนสมร
ยงยิ่งเปลวไฟฟอน...................หมื่นไหม้
มณเฑียรปิ่นภูธร.......................เป็นที่ ยำนา
ขืนข่มใจไว้ได้...........................เพื่อตั้งภักดี
โคลงบทนี้แปลความประมาณว่า ความรักครั้งแรกนี้ช่างร้อนแรงเปี่ยมไปด้วยกำหนัด ร้อนรนคิดถึงแต่คู่สวาท ดังเปลวไฟที่เผาไหม้ตั้งหมื่นเท่า แต่ก็ควรข่มใจไว้เพราะนี้เป็นเรือนของพระเจ้าแผ่นดิน เพื่อแสดงความภักดี แต่เมื่อโดนไฟราคะเผาผลาญ ใครเล่าจะทนได้ บทอัศจรรย์ก็ต้องเริ่มต้น
สามกษัตริย์ พระลอ กับ พระเพื่อน พระแพง เป็นฉากรักระหว่างหนึ่งชายกับสองหญิงภายในห้อง ซึ่งขึ้นต้นบทอัศจรรย์ด้วยโคลงสองสุภาพ ดังนี้
๏ ส่วนสามกษัตริย์แก่นท้าว................กรโอบองค์โน้มน้าว
แนบเนื้อเรียงรมย์
๏ เชยชมชู้ปากป้อน.........................แสนอมฤตรสข้อน
สวาทเคล้าคลึงสมร
๏ กรเกี้ยวกรกอดเนื้อ......................เนื้อแนบเนื้อโอ่เนื้อ
อ่อนเนื้อเอาใจ
๏ พักตราใสใหม่หม้า........................หน้าแนบหน้าโอ่หน้า
หนุ่มเหน้าสรสม
๏ นมแนบนมนิ่มน้อง........................ท้องแนบท้องโอ่ท้อง
อ่อนท้องทรวงสมร
๏ สมเสน่ห์อรใหม่หมั้ว......................กลั้วรสกลั้วกลิ่นกลั้ว
เกลศกลั้วสงสาร
๏ บุษบาบานคลี่คล้อย.......................สร้อยและสร้อยซ้อนสร้อย
เสียดสร้อยสระศรี
๏ ภุมรีคลึงคู่เคล้า.............................กลางกมลยรรเย้า
ยั่วร้องขานกัน
๏ สรงสระสวรรค์ไป่เพี้ยง.................สระพระนุชเนื้อเกลี้ยง
อาบโอ้เอาใจ
๏ แสนสนุกในสระน้อง.......................ปลาชื่นชมเต้นต้อง
ดอกไม้บัวบาน
๏ ตระการฝั่งสระแก้ว........................หมดเผ้าผงผ่องแผ้ว
โคกฟ้าฤๅปุน
๏ บุญมีมาจึ่งได้...............................ชมเต้าทองน้องไท้
พี่เอ้ยวานชม หนึ่งรา
พระลอเสพสังวาสกับพระเพื่อนก่อนพระแพง เป็นอย่างไรก็ต้องลองดูโคลงสองที่ยกมาให้อ่านรวดเดียวข้างบนนี้แต่สำหรับตอนนี้ จอมยุทธฯ ขอพักผ่อนก่อนขอรับมาต่อขอรับ
บทอัศจรรย์จากลิลิตพระลอ ถือเป็นเคล็ดแห่งความสำเร็จทางกามที่โน้มน้าวให้เห็นความเป็นนักรักระดับหัวกะทิซึ่งพระลอนี้สามารถเผด็จสวาท พระเพื่อน พระแพงได้ในห้องเดียวกัน และเล่นบทอัศจรรย์ประเภทสองรุมหนึ่ง ซึ่งไม่มีในวรรณคดีเรื่องอื่นๆ ถ้าจะใกล้เคียงกันบ้างก็คงจาก เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนที่ขุนแผนได้นางพิม แล้วไปเผด็จสวาทนางสายทองอีกหนึ่งคน แต่แม้เหตุการณ์จะเกิดบนเรือนเดียวกัน แต่ก็คนละห้อง
คราวที่แล้ว จบไว้ที่โคลงสองสุภาพชุดพระลอเสพสังวาสกับพระเพื่อน อ่านอย่างช้าๆแล้วลองจินตนาการจะเห็นภาพ พระลอกับนางเพื่อนเสพสังวาสกันงดงามนัก โอ้ โห อีกแล้ว
๏ พระเพื่อนสมสมรแล้ว...................ลอราชเชยชมแก้ว
แก่นไท้แพงทอง
เพื่อความต่อเนื่อง ต้องอ่านบทอัศจรรย์ระหว่างพระลอกับพระแพงต่อเลย ขอรับ
๏ ลบองบรรพ์หลากเหล้น................บ่เหนื่อยบ่ได้เว้น
เพิ่มชู้ชมสมร
๏ ดุจอัสดรหื่นห้า............................แรงเร่งเริงฤทธิ์กล้า
เร่งเร้าฤๅเยาว์
๏ ดุจสารเมามันบ้า...........................งาไล่แทงงวงคว้า
อยู่เคล้าคลุกเอา
๏ ประโลมเล้าอ่อนไท้.........................แก้วพี่เอยเรียมได้
ยากด้วยเยาวมาลย์
๏ เอ็นดูวานอย่าพร้อง.......................เชิญพระนุชนิ่มน้อง
อดพี่ไว้เอาบุญ ก่อนเทอญ
ตรงนี้ขอถอดพอเอาใจความได้ว่า พระลอสามารถเสพสังวาสได้ทั้งเพื่อนทั้งแพง ด้วยแรงกำลังดังช้างม้าศึกคึกคะนอง จนสองนางต้องครวญครางยอมแพ้ แต่ถึงพระแพงจะพูดจาเป็นเชิงเว้าวอนอย่างไร พระลอก็ขอให้นิ่งขอให้อดไว้เอาบุญให้พระลอได้เสพสมตามปรารถนาก่อนเถิด เพราะรักเจ้าหลงเจ้าอยากได้เจ้าเหลือเกินแล้ว และต้องพรากจากกันไม่นานนี้ ทำนองว่าพี่คงตายแน่ถ้าไม่เห็นน้องสักวันเดียว
มาถึงตรงนี้ นึกถึงโคลงบทหนึ่งจาก นิราศนรินทร์ บทหนึ่ง คือ
๏ บำราศรสหื่นห้า...........................แหหาย
โหยคระหนรนกาย...........................ก่ำไหม้
รัวรัวราคราวพาย...........................เรือเร่ง แรงแม่
ทันถี่ทุกเล่มไหล้.............................หล่อต้นตามเผยอ
โคลงบทนี้ถอดความได้ประมาณว่า ตัวกวีมีอารมณ์กระสันถึงหญิงคนรักจนร่างกายมีแต่ไฟกิเลสเผาผลาญอยู่เต็ม จึงต้องเร่งพายเรือด้วยพายทุกเล่มสุดกำลัง ตีความดีๆแล้วจะร้องอะไรจะขนาดนั้น
มาถึงฉากรักระหว่าง พระลอกับพระแพงกันต่อ ซึ่งตรงนี้บรรยายไว้เป็นโคลงสี่สุภาพ
๏ บ่ มลายสมรเร่งเร้ง......................ฤทธิรงค์
สองอ่อนระทวยองค์.......................ละห้อย
ความรักดุจทิพย์สรง.......................โสรจชื่น
บัดชื่นบัดเศร้าสร้อย........................สร่างสร้อยสรดใส
๏ สะเทือนฟ้าฟื้นลั่น..........................สรวงสวรรค์
พื้นแผ่นดินแดยัน............................หย่อนไสร้
สาครคลื่นอึงอรร-.............................ณพเฟื่อง ฟองนา
แลทั่วทิศไม้ไหล้...............................โยกเยื้องอัศจรรย์
๏ ขุนสีห์คลึงคู่เคล้า..........................สาวสีห์
สารแนบนางคชลี..............................ลาศเหล้น
ทรายทองย่องยงกรี.........................ฑาชื่น ชมนา
กระต่ายกระแตเต้น...........................ตอบเต้าสมสมร
๏ ทินกรกรก่ายเกี้ยว..........................เมียงบัว
บัว บ่ บานหุบกลัว...............................ภู่ย้ำ
ภุมรีภมรมัว......................................เมาซาบ บัวนา
ซอนนอกในกลีบกล้ำ...........................กลิ่นกลั้วเกสร
๏ บ่ คลาไคลน้อยหนึ่ง..........................ฤๅหยุด อยู่นา
ยังใคร่ปองประติยุทธ์.........................ไป่ม้วย
ปรานีดอกบัวบุษป์..............................บ่ชื่น ชมนา
หุบอยู่ บ่ บานด้วย...............................ดอกสร้อยสัตตบรรณ
เสร็จสมอารมณ์หมายแล้ว ทั้งสามก็ลงอาบน้ำในอ่างทองคำ เคล้าคลึงคลอเคลียกันจนตะวันคล้อยต่ำลงจึงได้ขึ้นสู่พระที่ออดอ้อนอาลัยอาวรณ์ทอดถอนใจกว่าจะจากพราก
สรุปความบทอัศจรรย์ระหว่างพระลอกับ พระเพื่อน พระแพง
โรมรันฟันแทง แหย่แยงสองรู
แรงดีน่าดู ตูอ่านยังงง
อ่านแล้วเห็นภาพ ซาบซึ้งไหลหลง
ท้องแนบท้ององค์ ต่ำลงคิดเอง
แทงซ้ำแทงย้ำ แทงซ้ำตรงเผ็ง
รูเดิมเริ่มเกร็ง บรรเลงตอบมา
ซี๊ดซ๊าดสวาทล้น เริ่มพ้นตันหา
อิ่มเอมอุรา ผละออกจากกัน
รูสองรอรับ สลับมาพลัน
เรี่ยวแรงมากครัน ยังมันส์เหมือนเดิม
ท่วงท่าพาที มากมีส่งเสริม
ตัณหาเหิมเกิม เน้นเพิ่มรุนแรง
ฟ้าลั่นมันส์หยด เสพรสผาดแผง
พื้นที่สีแดง สั่นแรงสะใจ
หวั่นไหวทั่วร่าง สองนางรักใคร่
เวียนวนกันไป บได้หยุดเลย
ตัวเดียวอันเดียว ซีดเซียวคุณเอ๋ย
เขี่ยบ่รุกเลย เหี่ยวเฉยเฉารูตอบ
ตอนสรุป รู้สึกจะสรุปได้เห็นภาพมากเลย คิดได้ไงเนี่ย ^^
ขอบคุณสำหรับความเห็น ต้องอ่านมากๆครับ แล้วจะเข้าใจวรรณคดีไทย อย่างลึกซึ้ง บรรพบุรุษเราเกินมากในการสร้างสรรค์วรรณคดี ตอนที่เป็นบทอัศจรรย์ ผู้แต่งสามารถใช้ธรรมชาติมาบรรยายทำให้ไม่อนาจาร แถมยังได้ความงามอีกกต่างหาก