ธรรมหรรษา
รศ.ดร. พระมหา หรรษา นิธิบุณยากร

กอดแน่นมาก อึดอัดมาก รักมาก กลัวมาก เสียใจมาก


หากคิดจะรักใครหรือสิ่งใด จงโปรด "รักอย่างมีสติและปัญญา" เื่พราะสองสิ่งนี้ จะทำให้เราหลุดพ้นไปจากกลัว หวาดระแวง และหยาดน้ำตา หากเมื่อใดก็ตาม "สติและปัญญา" ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเหตุปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อนั้น เมฆหมอกอันดำมืดของ "อวิชชา" คือ "ความโง่" ก็จะเ้ข้ามาปกคลุม กินพื้่นที่ และครอบครองอาณาจักร

     .....เพราะรักเราใครสักคนมากเกินไป... จนไร้สติ  จึงทำให้เรา "กลัว"  กลัวว่า เราจะสูญเสียรักไป  ในขณะเดียว  เพราะเรารักใคร หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากจนเกินไป  เราจึงต้อง "เศร้าโศกเสียใจ"  หากสักวันหนึ่ง เราต้องจากสิ่งที่เรารัก หรือสิ่งที่เรากำลังจะตีจาก หรือหนีหายไปจากใจของเรา

     เมื่อใดก็ตาม ที่จิตของเราอยู่เหนือ "อิทธิพลของรักเทียม" ไม่ตกเป็นทาสของความรักโดย "ขาดสติ"  ก่อนรัก ในขณะที่เรากำลังรัก และหลังจากที่เรารัก เมื่อนั้น  ความกลัวว่า เรากำลังจะจากสิ่งที่เรารัก และกลัวว่าคนหรือสิ่งที่เรารักกำลังจะจากเราไป และ ความเศร้าโศกเสียใจที่เราต้องพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก  ก็จะเลือนมลายหายไปจากใจของเราด้วย

     ดูตัวอย่างได้จาก "เด็กน้อย" ที่รัก และห่วงแหนเจ้าตุ๊กตาอย่างสุดซึ้ง ย่อมจะกอดรัดตุ๊กตาแน่นมากยิ่งขึ้น  เมื่อกอดแน่น สิ่งที่จะตามมือคือความอัดอัดขัดใจความไ่ม่สบายใจ ไม่สบายใจ ก็จะเกิดตามมาอย่างเห็นได้ชัด

       ในขณะเดียวกัน  เจ้าเด็กน้อยจะไม่จำเป็นต้องใช้สายตาที่กวาดมองทุกคนที่อยู่รอบข้างด้วยหวาดระแวง หรือหวาดกลัวว่า ใคร หรือผู้ใดจะมาแย่งชิงตุ๊กตาออกไปจากอ้อมกอดของฉัน 

       หากตุ๊กตาคือความหมายของความรักตามที่เด็กเข้าใจ เราจะพบว่า ตุ๊กตาไม่ได้ทำให้เด็กสบายสุขใจ หรือสบายใจเลย  ถามว่า วันนั้นเด็กรู้ไหม  อาจจะไม่รู้และเข้าใจ แต่เมื่อเด็กมีประสบการณ์ เรียนรู้ และเข้าใจ เด็กจะพบว่า บางครั้งความสุขอาจจะเกิดขึ้นได้โดยหนูน้อยไม่กอดรัดฟัดเหวี่ยงเจ้าตุ๊กตา ตัวนั้น เพียงเื่พื่อที่จะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

      ฉะนั้น หากคิดจะรักใครหรือสิ่งใด จงโปรด "รักอย่างมีสติและปัญญา"  เื่พราะสองสิ่งนี้ จะทำให้เราหลุดพ้นไปจากกลัว หวาดระแวง และหยาดน้ำตา   หากเมื่อใดก็ตาม "สติและปัญญา" ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเหตุปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่ง  เมื่อนั้น  เมฆหมอกอันดำมืดของ "อวิชชา" คือ "ความโง่" ก็จะเ้ข้ามาปกคลุม กินพื้่นที่ และครอบครองอาณาจักร 

      ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง  เราคงทำอะไร หรือ สิ่งใดไ่ม่ได้มากไปกว่าการนั่งตระหนักอยู่ในมุมที่เงียบสงบว่า "เราไ่ม่รู้หรอกว่าการยืนอยู่เหนือหุบเหวแห่งรักแท้นั้น เต็มไปด้วยความสุขขนาดไหน หากเราไม่ได้มีโอกาสสัมผัสกับความเจ็บปวด ทรมานในหุบเหวแห่งรักเทียมที่เรากำลังเผชิญหน้ากับมัน"  ในวินาทีนี้ จะมีเพื่อนมนุษย์กี่คนที่กำลังเผชิญหน้ากับความหนาวเหน็บในหุบเหว และจะมีสักกี่คนที่กำลังอิ่มเิอมกับสุขแท้ที่เกิดจากรักอย่างมีสติ

 

ด้วยธรรมะ พร และเมตตา
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส
สถาบันภาษา มหาจุฬาฯ

หมายเลขบันทึก: 336604เขียนเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2010 00:54 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 22:25 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (7)

กราบนมัสการ

  • ครูอ้อยน้อมรับ และ ต้องการให้ คนใกล้เคียงได้อ่าน และเข้าใจ ถึงรักที่มีสติพร้อมปัญญา เจ้าค่ะ

นมมัสการพระคุณเจ้า

  • กราบขอบพระคุณ
  • สำหรับข้อคิดเตือนสติ..จะมีสักกี่คนที่กำลังอิ่มเิอมกับสุขแท้ที่เกิดจากรักอย่างมีสติ..เจ้าค่ะ
  • กราบนมัสการพระคุณเจ้า
  • รู้สึกดีมากๆในวันเริ่มต้นของการทำงาน
  • จะพยายามไม่ยิดติดกับอะไรๆเจ้าค่ะ

นมัสการพระคุณเจ้า ผศ ดร พระมหาหรรษา

ความรักที่ขาดสติคงเป็นเช่นพระคุณเจ้าบอก อยากกอดไว้ ใจก็หวาดระแวง ขอรับ

ท่านผอ.พรชัย เห็นด้วยทุกประการ เจริญพร

ชอบที่บอกว่ารักอย่างมีสติและปัญญาครับ วันนี้คุณพนิดาโทรศัพท์หาแล้วครับ...ขอบคุณครับ...

อาจารย์ขจิต

เลขาแจ้งอาตมาแล้ว และเตรียมที่พักให้อาจารย์แล้ว ต้องขออภัยมาก เพราะจะต้องเดินทาง อย่างไรก็ดี หวังว่า อาจารย์และทีมงานของเราจะแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เพื่อสร้างสรรค์งานดีๆ แก่เด็กแลเยาวชนในเขตอยุธยาต่อไป

เจริญพร

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี