ผู้ชายขึ้นชื่อว่าเป็นเพศที่เข้มแข็ง แต่ก็เฉพาะพละกำลังทางร่างกายเท่านั้น แต่ถ้าเป็นเรื่องความอดทนและ การทนทานกับภาวะกดดันแล้ว ผู้หญิงเก่งกว่าหลายขุม

      ในอดีต "ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า" ต้องคอยปรนนิบัติรับใช้ผู้ชายอยู่แต่บ้าน ไม่มีบทบาทอะไรมากนัก การที่ผู้หญิงต้องเป็นแบบนั้น ส่วนหนึ่งมาจากวัฒธรรมของสังคมในอดีต อีกส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้หญิงส่วนมากมักหวาดกลัวและไม่กล้าแสดงความเฉลียวฉลาดออกมา แต่ในปัจจุบันและอนาคตผู้หญิงจะแสดงความสามารถออกมาให้เราเห็นมากขึ้น ส่วนเหตุผลอ่ะหรอครับ (หุหุ) ก็เพราะแบบนี้ง่า...

 


ผู้หญิงมีจิตใต้สำนึกที่บอกความรู้สึกลึกๆ ได้

     

      ทำให้ผู้หญิงสามารถเก็บเกี่ยวรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างรวดเร็ว ความรู้สึกที่ว่านี้ละเอียดอ่อนกว่าความรู้สึกของผู้ชาย เช่น เมื่อผู้หญิงพบใครคนหนึ่งเธอจะสังเกตดวงตา ท่าทางและใบหน้าของเขาและรู้สึกได้ทันทีว่าเขากำลังง่วงและเพลีย นอกจากนี้ผู้หญิงยังสังเกตได้อีกว่า เขาเป็นคนที่พิถีพิถันหรือต้องรีบเร่งออกจากบ้าน และผู้หญิงยังจับความรู้สึกได้อีกว่า เขาผู้นั้นกำลังตื่นเต้นด้วยการสังเกตเสียงพูดและคำพูดของเขา ผู้ชายไม่มีความรู้สึกที่ลึกซึ้งเท่าผู้หญิง เพราะผู้ชายรู้สึกได้แค่ด้านเดียวกับสิ่งที่คู่สนทนาพูด และก็ลืมบางสิ่งที่คู่สนทนาพูดคุยอีกด้วยเช่นกัน


คุณเคยมีความรู้สึกสังหรณ์ใจบ้างมั้ย


      เพราะบ่อยครั้งที่ผู้หญิงสังหรณ์ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็เนื่องมาจากผู้หญิงเป็นเพศที่เปิดเผยกว่าเพศชายและไม่มีความคิดที่ติดแน่นอยู่ในจิตสำนึก ส่วนผู้ชายไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ต่างๆ ได้ เพราะเขาเชื่อว่าชีวิตเราสามารถคิดคำนวณได้ แต่ความฝันบางอย่างก็เป็นแนวทางชี้แนะที่วิเศษยิ่ง เพราะในบางครั้งจิตใต้สำนึกหยั่งรู้ได้ดีกว่าตัวเราเสียอีก

 

 

      ให้ทุกท่านลองสังเกตดูนะครับว่า คุณแม่ของท่านหรือตัวท่านเองสามารถที่จะทำหลายสิ่งหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกันจริงหรือไม่ เช่น โทรศัพท์ รีดผ้า ทำอาหาร ในขณะที่ผู้ชายสามรถทำได้แค่สิ่งเดียวเท่านั้น เหตุการณ์อย่างนี้เรียกว่า Multi-Tasking ซึ่งเป็นความสามารถของซีกสมองทั้งสองด้านของผู้หญิงในการทำงานประสานกันได้ดี จึงทำให้ผู้หญิงได้เปรียบทั้งในชีวิตส่วนตัวและในหน้าที่การงาน

 

      นอกจากผู้หญิงจะมีความสามารถในการทำงานพร้อมกันหลายอย่างได้แล้ว ผู้หญิงยังเข้ากับผู้คนได้ง่ายกว่าผู้ชายอีกด้วย เพราะผู้หญิงมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี นอกจากนี้ศูนย์ภาษาในสมองของผู้หญิงก็พัฒนาได้ดีกว่าผู้ชาย ดังนั้นคุณผู้หญิงทั้งหลายควรใช้ความสามารถนี้ให้เป็นประโยชน์ในหน้าที่การงาน ไม่ใช่ปิดปากนิ่งสนิท เพราะคุณมีความสามารถติดตัวอยู่และจงใช้มันให้เกิดประโยชน์

 


       ผู้หญิงต้องแบกรับภาระหลายอย่าง แต่ผู้หญิงรู้ว่าพวกเธอจะทำให้ความรู้สึกกดดันต่างๆ สมดุลกันได้อย่างไร พวกเราผู้ชายมักยิ้มเยาะผู้หญิงที่ชอบจับกลุ่มนินทา พูดคุย แต่พวกเราไม่รู้หรอกว่านั่นเป็นวิธีขจัดความเครียดอย่างหนึ่งของผู้หญิง และจากการศึกษาวิจัยชี้ให้เห็นว่ามนุษย์ที่ได้พูดบ่น หรือปลดปล่อยความโกรธออกมาเป็นคำพูด มีสุขภาพดีกว่าคนที่เก็บกดเอาไว้ ฉะนั้นการพูดคุยจึงเป็นสิ่งที่ผู้ชายจะต้องเรียนรู้จากผู้หญิงเพื่อคลายเครียดบ้าง



       ผู้ชายขึ้นชื่อว่าเป็นเพศที่เข้มแข็ง แต่ก็เฉพาะพละกำลังทางร่างกายเท่านั้น แต่ถ้าเป็นเรื่องความอดทนและ การทนทานกับภาวะกดดันแล้ว คุณผู้หญิงทั้งหลายเก่งกว่าเราหลายขุม เพราะร่างกายและจิตใจของผู้หญิงถูกสร้างมาตั้งแต่กำเนิดให้มีความทนทานกับทุกสภาวะ ศรี(ภรรยา)ทนได้...หุหุ

 

 

      บทความนี้ของผมอาจจะดูเข้าข้างคุณผู้หญิงไปสักหน่อยนะครับ (อิอิ) แต่ก็นะ...มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในสังคมทุกวันนี้อ่ะครับ ในอนาคตเราคงปฎิเสธไม่ได้แล้วนะครับว่า "ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า" นั้นเราจะใช้กันลดลงหรือไม่ก็ใช้กับบางเรื่องเท่านั้น

      อีกอย่างหนึ่งผมต้องการที่จะนำเสนอให้ทุกท่านได้เห็นว่าด้วยเหตุผลข้างต้น ทำให้แนวโน้มทางการตลาดทั้งหลายหันมาให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับคุณผู้หญิงกันแล้ว

      แล้วทุกท่านล่ะครับ มีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง?? สวัสดีและขอบคุณที่ทนอ่านจนจบครับ เอิ๊กๆ

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก