ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

ชื่อเรื่อง :  การประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโรงเรียนวัดศรัทธาราม
ผู้ประเมิน :  นางสาวไพรัช  หงษ์ไทย 
                                 วิทยฐานะชำนาญการ 
ระยะเวลาการประเมินโครงการ  :  ปีการศึกษา 2551

บทคัดย่อ

 การประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโรงเรียนวัดศรัทธาราม อำเภอบรรพตพิสัย
จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์  เขต 2  ปีการศึกษา  2551  
มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการด้านสภาวะแวดล้อม   ด้านปัจจัยนำเข้า   ด้านกระบวนการ  และด้านผลผลิต   ผู้ประเมินใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์โมเดล   (CIPP  MODEL)  
ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้  มีจำนวน 81  คน ประกอบด้วยผู้บริหาร
และครูจำนวน 4  คน  นักเรียนจำนวน 34 คน   คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 9  คน  ผู้ปกครองนักเรียนจำนวน 34   คน  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  คือแบบสอบถาม จำนวน 4  ฉบับ   สถิติที่ใช้ในการประเมิน คือ การแจกแจงความถี่  ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต 
และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
 ผลการประเมิน  ด้านสภาวะแวดล้อม  ตามระดับการประเมินของผู้บริหารและครู 
พบว่าโดยภาพรวม มีผลการดำเนินการอยู่ในระดับมากที่สุด  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า  รายการประเมินที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด  คือ ข้อ 5 โรงเรียนได้มีการประชุมชี้แจงวัตถุประสงค์
ของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้แก่ครู  คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน อย่างชัดเจน  ข้อ 12  คณะครูให้การสนับสนุนโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านที่ทางโรงเรียน
จัดทำขึ้นเป็นอย่างดี   ตามระดับการประเมินของคณะกรรมการสถานศึกษา พบว่า  โดยภาพรวม
มีผลการดำเนินการอยู่ในระดับมากที่สุด  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า  รายการประเมินที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ ข้อ 3 โรงเรียนสร้างความรู้ความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้แก่คณะครูอย่างชัดเจน ข้อ 4 โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านช่วยปลูกฝังให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน  ด้านปัจจัยนำเข้า  ตามระดับการประเมินของผู้บริหารและครู  พบว่า
โดยภาพรวม มีผลการดำเนินการอยู่ในระดับมากที่สุด  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ  พบว่า  รายการประเมินที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ ข้อ 5 โรงเรียนได้กำหนดขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน
ในโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านไว้อย่างชัดเจน ข้อ10โรงเรียนได้จัดกิจกรรมในโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านอย่างหลากหลาย  ตามระดับการประเมินของคณะกรรมการสถานศึกษา พบว่า โดยภาพรวมมีผลการดำเนินการ อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ  พบว่า  รายการประเมินที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ ข้อ 5 โรงเรียนได้จัดกิจกรรมในโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านอย่างหลากหลาย  ด้านกระบวนการ ตามระดับการประเมินของผู้บริหารและครู  พบว่า  โดยภาพรวมมีผลการดำเนินการอยู่ในระดับมากที่สุด  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ  พบว่า  รายการประเมินที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ ข้อ10 โรงเรียนได้มีการนิเทศติดตามผลการดำเนินการ
ของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  ข้อ15 นักเรียน  คณะครู และคณะกรรมการสถานศึกษา
ร่วมสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา    ตามระดับการประเมินของนักเรียน พบว่า
โดยภาพรวมมีผลการดำเนินการอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า  รายการประเมิน
ที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ  ข้อ 2 นักเรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดกิจกรรมของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  ข้อ 6 นักเรียนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในระหว่างการปฏิบัติกิจกรรม
ตามโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  ตามระดับการประเมินของคณะกรรมการสถานศึกษา พบว่า โดยภาพรวมมีผลการดำเนินการอยู่ในระดับมากที่สุด  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า  รายการประเมินที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ ข้อ 3 โรงเรียนได้ประสานงานกับคณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง  ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งก่อนเริ่มดำเนินโครงการและระหว่างการดำเนินโครงการ ข้อ 5 โรงเรียนได้มีแผนการดำเนินงานโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโดยระดม
ความคิดเห็นจากหลาย ๆ ฝ่าย  ตามระดับการประเมินของผู้ปกครอง พบว่า โดยภาพรวมมีผล
การดำเนินการอยู่ในระดับมาก  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า  รายการประเมินที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ ข้อ 5 ผู้ปกครองมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในระหว่างการปฏิบัติกิจกรรมตาม
โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน   ด้านผลผลิต  ตามระดับการประเมินของผู้บริหารและครู 
พบว่า โดยภาพรวม  มีผลการดำเนินการอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า  รายการประเมินที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ  ข้อ 7 นักเรียนสามารถใช้เวลาว่างอ่านหนังสือจาก
แหล่งเรียนรู้เป็นเวลา 15 นาทีใน “กิจกรรมวางทุกงาน  อ่านทุกคน” ตามโครงการส่งเสริมนิสัย
รักการอ่านได้  ข้อ 12 โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  ทำให้นักเรียนมีทักษะการอ่านเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ต่อไป  ข้อ 14 โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านทำให้นักเรียนมีความขยันหมั่นเพียร และมีความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น ตามระดับการประเมินของนักเรียน พบว่า โดยภาพรวมมีผล
การดำเนินการอยู่ในระดับมากที่สุด  เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า  รายการประเมินที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ  ข้อ 3 นักเรียนสามารถเล่านิทานที่มีคติสอนใจที่อ่านมาจากแหล่งเรียนรู้ นำมาเล่า
ให้เพื่อนฟังใน “กิจกรรมนิทานคุณธรรมนำมาเล่า” ตามโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านได้ 
ข้อ 4  นักเรียนสามารถอ่านหนังสือ  วาดภาพ  เขียนและสรุปข้อคิดที่ได้จากเรื่องลงในแบบ
บันทึกใน “กิจกรรมบันทึกจากการอ่าน”  ตามโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านได้  
ตามระดับการประเมินของคณะกรรมการสถานศึกษา พบว่า โดยภาพรวม  มีผลการดำเนินการอยู่ในระดับมากที่สุด  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า  รายการประเมินที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ
ข้อ 4 โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ทำให้นักเรียนมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม   ข้อ 8 โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านทำให้นักเรียนนำประสบการณ์ที่ได้จากการอ่าน
ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้   ตามระดับการประเมินของผู้ปกครองนักเรียน พบว่า
โดยภาพรวมมีผลการดำเนินการอยู่ในระดับมาก  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า  รายการประเมิน
ที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ  ข้อ 1 นักเรียนสามารถใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือโดยมีผู้ปกครองคอยดูแลและลงลายเซ็นตรวจสอบทุกวันใน  “กิจกรรมเมื่อเย็นวานอ่านหรือยัง”  ตามโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านได้  ข้อ 8 โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  ทำให้นักเรียนนำประสบการณ์ที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้
 จากผลการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโรงเรียนวัดศรัทธาราม
อำเภอบรรพตพิสัย  จังหวัดนครสวรรค์  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์  เขต 2
ปีการศึกษา 2551  ด้านสภาวะแวดล้อม มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.65  ด้านปัจจัยนำเข้า มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.66  ด้านกระบวนการ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.45  และด้านผลผลิต มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.46  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทุกด้าน