"พูดไป..ได้ประเด็นความรู้ ถ้านิ่งอยู่ความรู้อาจหลุดลอย"
พี่เม่ยเก็บเกี่ยวเคล็ดลับของคุณกิจคนเก่งมาได้จากการนำเสนอโครงการ Patho-Otop2 เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมานี้ค่ะ

"พี่ผอบ" แห่งทีมตาทิพย์ ของเรานั่นเอง

ในการเสนอโครงการ พี่ผอบบอกเล่าทุกขั้นตอนของการดำเนินงานตั้งแต่ปัญหาและแนวทางแก้ไข ได้ละเอียดละออจนผู้ที่นั่งฟังมองเห็นทะลุปรุโปร่งทั้งโครงการ.....จนเมื่อมาถึงประเด็นของการกำหนดตัวชี้วัด ที่ทีมงานระบุไว้ว่า จำนวนความผิดพลาดต้องลดลงเหลือเพียง 0-1 รายต่อเดือน
.....มีความเห็นจาก อ.จำนงค์ ว่า "การระบุตัวเลขแบบนี้จะนำมาเปรียบเทียบการดำเนินงานก่อนและหลังไม่ได้ เพราะแต่ละเดือนมีปริมาณงานไม่เท่ากัน ถ้าเปลี่ยนเป็นร้อยละต่อปริมาณงานทั้งหมดได้ไหม?"
พี่ปนัดดา..พี่เลี้ยงคนเก่ง..อธิบายว่า "ปริมาณงานต่อเดือนมีเป็นหมื่นราย ถ้าคิดเป็นร้อยละ ก็จะได้ตัวเลขก็จะมีค่าน้อยมาก เช่น 0.001%  ก็มองเห็นความแตกต่างก่อนและหลังการดำเนินงานไม่ชัดเจนอยู่ดี.."
อ.จำนงค์บอกว่า "ถ้าอย่างนั้น คิดเป็นสัดส่วนของความผิดพลาดต่อปริมาณงาน 1,000 ราย หรือ 10,000 ราย ก็แล้วกัน ดีไหม?" ทุกคนเห็นด้วย
 ดูเหมือนว่าเราจะได้ better practice จากการ ลปรร. ในครั้งนี้แล้ว..

.....ยังค่ะ ยังไม่จบ.....

คุณสุคนธ์ (mitochondria) นักวิจัยไฟแรง ลุกขึ้นเสนออีกแนวทางหนึ่งว่า "ในเมื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในกลุ่มสิ่งส่งตรวจที่มีมากกว่าหนึ่งบาร์โค้ด เราก็คิดร้อยละของความผิดพลาดเปรียบเทียบเฉพาะในกลุ่มนี้สิ จะได้ตัวเลขที่เห็นกันชัดๆ ... " ทุกคนเห็นด้วยอีกแล้วค่ะ
พี่เม่ยหันไปเห็นพี่ปนัดดาพยักหน้า อืมม์..!..คราวนี้เราได้ best practice สำหรับโครงการนี้เลยค่ะ.....  
แล้วได้มายังไงเนี่ย...ง่ายจัง!....
  • เพราะทุกคนที่นั่งฟัง ได้เห็นเรื่องราวของปัญหาและการดำเนินงานอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ผ่านการเล่าเรื่องแบบละเอียดทุกขั้นตอน ของคุณกิจคนเก่งอย่าง"พี่ผอบ"
  • แถมด้วยการช่วยเล่าเรื่องเพิ่มเติมจากพี่เลี้ยงและกลุ่มคุณกิจในทีมเดียวกันจากฟลอร์....
  • ทำให้เกิดกระบวนการ ลปรร. บนความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน ก่อเกิดเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดขึ้นมาได้
ได้แล้วค่ะเคล็ดลับคุณกิจในวันนี้..
"พูดให้หมดเปลือก"... นั่นเอง