5 สัญญาณอันตรายไม่ควรนิ่งนอนใจ
        "แม่ครับ...หนูหนาว"  เสียงน้องเกมส์บอกคุณแม่  ด้วยสายตาที่เหนื่อยและเพลีย 
       หัวใจของแม่นั้นเจ็บและหนาวยิ่งกว่าลูกอีกหลายเท่านัก  แม้จะรู้ว่าเป็นภาวะของโรคแต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้  แม่อยากจะป่วยไข้แทนลูกจังเลย  ตัวน้องเกมส์ร้อนระอุราวกับไอความร้อน  ใบหน้าแดง  หูแดง  ศีรษะร้อนมาก  ลูบคลำทั่วทั้งร่างกายของลูกร้อนไปหมดทั้งร่างกาย  หลังเช็ดตัวลดไข้และป้อนยาผ่านมาแนมาแล้วเกือบ 4 ชั่วโมง  และอุ้มลูกไปหาหมอปุ๊ก (พญ.อัจจิมา  อิสระ) ที่เคยเป็นแพทย์ใช้ทุนที่ รพ.แก่งคอย  และกลับมาเป็นกุมารแพทย์ที่ รพ.สระบุรี  หลังพูดคุยและปรึกษากันเรียบร้อย  และสรุปอาการกันเรียบร้อยที่ฉันเฝ้าสังเกตอาการของลูกมาครบ 48 ชั่วโมง 
       เ็ย็นวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553  หลังเลิกเรียนน้องแก้มเริ่มไข้  ไอถี่ติดกันเป็นพักๆมีเสมหะ  น้ำมูกใส  ริมฝีปากแดง  กินนมไ้ด้น้อย  ไม่ยอมกินอาหารอย่างอื่นเมื่อลองป้อนสักครู่จะอาเจียนออกหมด  เอาน่า...ไข้หวัด  เป็นกันได้ทุกคน  ยิ่งเด็กที่เข้าเรียน  ก็จะเป็นๆหายๆ  และพบได้บ่อย  ซึ่งฉันเองได้ทำใจไว้แล้วเมื่อส่งลูกเข้าโรงเรียน...ตลอดคืนวันนั้นฉันเฝ้าสังเกตอาการลูกอย่างใกล้ชิด  ไม่น่าเป็นห่วง 

 

        เช้าวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553  ฉันจึงให้น้องแก้มหยุดเรียน  แต่ส่งน้องเกมส์ไปเรียน เนื่องจากไม่มีอาการอะไรเลย  ตอนเย็นรับน้องเกมส์กลับบ้านก็อาการปกติดี  และน้องแก้มก็เล่นได้ดี  ไข้ไม่สูงเพียงแต่ไม่ยอมกินอาหารนอกจากนมเท่านั้น  แต่ไอมาก  และน้องเกมส์ก็เริ่มไอมีเสมหะ  จึงพาน้องแก้มไปพบ อ.นพ.วิศาลศักดิ์ (กุมารแพทย์)  พร้อมทั้งตรวจน้องเกมส์ไปด้วย  ก็ซักประวัติกันพอสมควรว่าจะอยู่ในกลุ่มไข้หวัด 2009  หรือไม่  ก็ได้ยามารับประทานและสังเกตอาการต่อที่บ้าน  ประมาณสองทุ่มน้องเกมส์เิริ่มไข้  ส่วนน้องแก้มไข้เริ่มลด  "ติดกันแน่นอน"  ฉันคิดเช่นนั้นเพราะแฝดคู่นี้จะเล่นด้วยกันตลอด  น้องเกมส์ไข้สูงขึ้นเรื่อยๆ  38-40 องศาเซลเซียส  และไอถี่เป็นชุดติดกันเป็นพักๆ  เรียกว่าไอจนตัวโยนและหายใจเร็วดูน่าสงสารยิ่งนัก  ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันจะไม่รู้สึกกังวลใดๆเลย เพราะเป็นอาการแสดงของโรคไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ก็รักษาไปตามอาการ  สังเกตอาการแทรกซ้อนเท่านั้นเอง  แต่นี่ ไข้หวัดใหญ่ 2009 กำลังระบาดอีกครั้ง  และโรงเรียนข้างเคียงก็เพิ่งสั่งหยุดไปเนื่องจากมีเด็กนักเรียนเป็นไข้หวัด 2009 กัน  ทำให้ฉันหวั่นไหวไม่น้อย  กลัวลูกจะเป็นกับเค้าไปด้วย  เช้ามาไข้เิริ่มลงทั้งคู่  แต่ยังมีอาการไอบ่อยเป็นพักๆ  และตกกลางคืนไข้ก็สูงอีกเช่นเคย  แต่ทั้งคู่ไม่มีอาการซึม  เพียงแต่จะเพลียช่วงไข้สูง สักพักก็จะกลับมา Active เหมือนเดิมแม้จะไข้สูงถึง 38 องศาเซลเซียส
        ตลอดระยะเวลาที่สังเกตอาการลูกมีไข้สูงตลอด  ไอมาก  เจ็บคอ  มีอาการอ่อนเพลียกินอาหารไม่ได้  กินนมน้อยลงมาก  (เ้ข้าข่าย สัญญาณอันตราย 1+1 ใน 5 )
       เย็นวันอาทิตย์ที่ 7  กุมภาพันธ์ 2553 เลยพาทั้งคู่ไปพบหมอเด็กเสียหน่อย (เพื่อความสบายใจ  ถ้าลูกเป็นอะไรไปเราคงเสียใจไม่น้อย มัวแต่มั่นใจว่ารักษาได้  ไม่เป็นอะไรมาก) จึงพาไปพบหมอปุ๊ก กุมารแพทย์ที่คลินิก เมื่อตรวจกันเรียบร้อยสงสัยว่าจะเป็น Acute Bronchritis  พ่นยาขยายหลอดลมทั้งคู่  ขณะอยู่ที่คลินิกและพ่นยาก็ยังซนกันทั้งคู่  ยังคุยกับหมอปุ๊กว่าไม่น่าใช่ไข้หวัด 2009 และเช้าจะให้หมอเด็กที่ รพ.  ตรวจซ้ำอีกครั้ง  จึงพากันกลับบ้าน

 

        น้องเกมส์บอกเดินไม่ไหวขอให้คุณแม่อุ้ม  จึงรู้ว่าไข้เริ่มสูงอีกแล้ววัดซ้ำไข้ 40 องศาเซลเซียส จึงป้อนยาลดไข้ก่อนกลับบ้านขณะอุ้มเดินมาที่รถ  น้องเกมส์บอก
        "แม่ครับ...หนูหนาว"  จึงต้องยอมพาลูกเ้ข้า รพ.เพื่อ Admit (นอนรักษาที่ รพ.) 
        ต้องให้น้ำเกลือ  เพราะกลัวมีภาวะขาดน้ำ เนื่องจากน้องเกมส์ไม่ยอมกินอาหารเลย และดูดนมได้น้อย  และรักษาแบบ Viral Infection และพ่นยาขยายหลอดลมร่วมด้วย  นักกายภาพมาเคาะปอดให้  4  วัน (ของการพักรักษาตัวใน รพ.)ไข้ไ่ม่ลง  ยังมีไข้ 38-40 องศาเซลเซียส แถมมีถ่ายเหลวร่วมด้วยวันละ  5-6 ครั้ง เอาละซิ  อาการใกล้เคียงไขหวัด 2009 เลย
        วันที่ 5   จึงเริ่มให้ยาฆ่าเชื้อทางหลอเลือดดำ เป็น Cef-3 ทุก 12 ชั่วโมง  และไข้เริ่มลง และไม่มีไข้อีก  สำหรับน้องแก้มก็นอนเตียงเดียวกันกับน้องเกมส์  วันนี้ ไม่มีไข้ ฉันจึงให้กลับบ้านไม่ใช่กลัวติดน้องเกมส์  แต่เพราะอยู่ด้วยกันแล้วพากันซนเป็น สองเท่า  จึงขอแยกไปอยู่กับพี่เลี้ยงที่บ้าน

 

        วันนี้เป็นวันที่ 6 อาการของน้องเกมส์ดีขึ้นอย่างมาก ไม่มีไข้แล้ว  พี่พยาบาลต่างพากันพูดว่าเด็กคู่นี้ไม่เหมือนเด็กป่วยเพราะซนมาก  น้องเกมส์เริ่มกินอาหารได้เพิ่มมากขึ้น  จึงขอกลับบ้านกลับไปกินยาต่อที่บ้าน  ซึ่งได้แก่ 
        -Distaclor(125 mg.)
        -Paracetamol syrup 
        -Bromhexine syrup
        หายซะทีนะลูกคุณแม่ใจคอไม่ดีเลย  เฝ้าดูแลลูกตลอดตั้งแต่ป่วย
        จากอาการของน้องแก้มและน้องเกมส์  อาจจะได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ไปแล้วก็ได้  เพียงแต่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ  หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้  แต่อยากให้ผู้ปกครองหรือคุณครูผู้ดูแลเด็กเล็กอย่าได้วางใจแบบคุณแม่นะคะ  เนื่องจากคุณแม่อยู่ในวงการสาธารณสุขเลยสังเกตอาการเองได้  ถ้าหากไม่แน่ใจเนื่องจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ช่วงนี้ได้กลับมาระบาดอีกครั้ง ในสัญญาณอันตรายต้องรีบพบแพทย์หรือไปรักษาที่โรงพยาบาลโดยด่วน

1+1 ใน 5 = สัญญาณอันตราย

 1 นั้นคือ (อาการหลัก = ไข้ ไอ เจ็บคอ) ไข้สูง 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับ ไอ เจ็บคอ ถ้ากินยาพาราเซตามอลแล้ว ยังไข้สูง ไอ เจ็บคอแล้วก็มีอาการเพิ่มเติมเพียงแค่ 1 ใน 5 สัญญาณอันตราย ก็ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วนนั่นคือ 

     1. ปวดหัวมาก  แม้กินยาพาราเซตามอลก็ยังไม่ดีขึ้น 

     2. เบื่ออาหารอย่างมาก  ไม่อยากกินอะไรเลย  น้ำก็ไ่ม่อยากดื่ม 

     3. เหนื่อย  อ่อนเพลียและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก 

     4. ไอแล้วเหนื่อย  หรือไอแล้วเจ็บเฉพาะที่  ไอแล้วเจ็บหน้าอก 

     5. มีอาการท้องเสียหรืออาเจียน 

จำไว้ว่า 1+1 ใน 5 = สัญญาณอันตราย  ถ้ามีอาการ 2 วันไม่ดีขึ้นให้รีบพบแพทย์โดยด่วน

 

        กินร้อน  ช้อนกลาง  ล้างมือ  ป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้ค่ะ