ตอนเด็กก็มีความคิดใฝ่ฝันอยากเป็นครู เวลาจะเล่นกับเพื่อนๆใครจะเป็นหมอ เป็นพยาบาล หรือเป็นพ่อค้าแม่ขาย แต่เราจะต้องเป็นครู เรียนจบมัธยมตอนต้น (ม.ศ.3)ใจก็มุ่งสอบเข้าเรียนครูเพื่อนๆเขาคิดเข้าเรียนในกรุงเทพฯ เราและเพื่อน 2-3 คน ข้ามน้ำข้ามทะเล มาสมัครสอบเรียนวิทยาลัยครูสุราษฏร์ธานี เป็นนักเรียนรุ่นแรก สอบได้กลับไปบอกปู่ว่า "สอบได้ที่ 1 " ปู่ดีใจมากไปโอ้อวดคนทั้งหมู่บ้านว่าหลานเก่งสอบได้ ที่ 1 เพื่อนๆสนิท ชื่อปิยาพร สอบได้ที่ 60กว่า ปู่ว่าให้รู้เสียบ้างว่าใครเป็นใคร ใครหลานใคร 55555



ในปีนั้นวิทยาลัยครูสุราษฎร์ฯยังสร้างไม่เสร็จเขาฝากมาเรียนที่ วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ในปัจจุบัน) พอมาเรียน ได้เรียนห้อง F1 มีชื่อเป็นคนที่ 1 คิดว่าเราคงเก่งกว่าทุกคน นักเรียนตั้งหลายจังหวัด เรายังเป็นคนที่ 1 เลย กลับบ้านครั้งหน้าจะไปเล่าปู่อีก 555555555 เรียนไปสักพักสังเกตดู ทำไมห้องเรามีแต่คนที่มีชื่อ ตัว "ก" แล้ว จึงไป ข. ค. ..............อ้อ อย่างนี้เอง เราจึงเป็นคนที่ 1 แล้วจะบอกปู่อย่างไรดี คนเขารู้ความเก่งทั้งตำบลแล้ว....สงสารปู่จัง .....จนปัจจุบันก็ยังไม่ได้เล่าให้ปู่ฟัง เพราะปู่ไปสวรรค์เสียก่อน.........


เรียนจบได้เป็นครูสมดั่งใจปรารถนา ปีแรกสอนอย่างตั้งใจมากๆ ครูกับศิษย์อายุเกือบเท่ากัน เรียนปนเล่นสนุกสนานมาก เลิกเรียนก็ไปพายเรือเล่น หาปู หาปลา กับศิษย์ ชีวิตครูช่างสนุกสนาน มีชีวิตชีวา ครูสมัยก่อนสอนอย่างเดียว เวลาทั้งหมดทุ่มเทกับการสอน นักเรียนเรียนจบอย่างมีประสิทธิภาพ อ่าน ออก เขียนได้ เหมาะสมต่อระดับการเรียน



ปัจจุบันครูนอกจากมีหน้าที่สอนหนังสือ สอนคุณธรรมจริยธรรม เอาใจใส่ดูแลนักเรียนแทนพ่อแม่ที่ไม่มีเวลาอบรมดูแลลูก เด็กมีสิ่งแวดล้อมที่ต้องระแวดระวัง ถ้าไม่มีภูมิคุ้มกันอย่างเพียงพอ ก็จะเรียนไม่จบ ชีวิตผิดพลาดไปตั้งแต่เริ่มต้น ครูจึงมีภาระมากขึ้น ไหนมีครอบครัวของตนเองที่ต้องดูแล งานต่างๆในโรงเรียนก็เพิ่มขึ้น ครูนอกจากมีหน้าที่สอนยังต้องทำหน้าที่งานธุรการ งานพัสดุและงานการเงิน ก้มๆเงยๆอยู่กับเอกสาร ไหนนักเรียนต้องมีการสอบแข่งขัน ครูต้องสอบวัดสมรรถภาพ ต้องทำผลงานเพื่อเพิ่มพูนวิทยะฐานะ เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานนั้นหมายถึงว่ามีเงินเดือนเพียงพอต่อการเลี้ยงดูคนในครอบครัว ครูจึงทำงานยิ่งกว่ากรรมกรหาเช้ากินค่ำ ถ้าเงินไม่เพียงพอก็ต้องหางานอดิเรกทำ ผลผลิตของครูในปัจจุบัน คือนักเรียนที่ประสบผลสำเร็จ ประมาณ 50 % คิดแล้วท้อถอยจัง


อย่างวันนี้ มีหนังสือราชการเร่งการดำเนินการจัดซื้อระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนประจำห้องคอมพิวเตอร์และห้องสมุด ตามโครงการไทยเข้มแข็ง SP 2 โรงเรียนก็ดีใจที่จะมีคอมพิวเตอร์ครบนักเรียนเสียที แต่การดำเนินการจัดซื้อเงินเกิน 1 แสน ต้องมีการสอบราคา ครูไม่มีความรู้เรื่องนี้ เพราะไม่ได้เรียนเรื่องการเงินมาเลย แต่ต้องทำเพื่อความโปร่งใส มันไม่ได้ยากเกินความสามารถของครูหรอก ครูทำได้ แต่เวลาที่จะดำเนินการมันต้องเบียดบังเวลาเรียนของนักเรียน ประกาศ สอบราคา ทำหนังสือแจ้งประกาศบริษัทห้างร้าน ส่งประกาศเข้าเวปไซด์ กรมบัญชีกลาง สพท. ใช้เวลาไปประมาณ 2 ชั่วโมง เตรียมซองเอกสาร จัดทำเอกสารรับซอง -ยื่นซอง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่รับซอง-เปิดซองสอบราคา ผ่านไปอีก 1 ชั่วโมง


นักเรียนมาเรียกคุณครูครับ ไปพักได้ไหมครับ ห้องอื่นเขาพักกันหมดแล้ว ครูเหลือบดูนาฬิกา พยักหน้า ได้ค่ะ ครูก็หิวแล้ว ตักข้าวมาจะป้อนเข้าปาก นักเรียนเรียกมาแต่ไกลคุณครูครับเด็กชายอติวิช ทะเลาะกับเด็กชายเมธีชัย ชกต่อยกันครับ ครูวิ่งไปแยก สอนให้รักสามัคคีกัน มาตักข้าวเข้าปากใหม่ จะดื่มน้ำ ได้ยินเสียงสัญญาณเข้าเรียนภาคบ่าย วิ่งไปเข้าห้องเรียน สอนๆๆ ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด ครูกลับมาทำเอกสารที่ค้างอยู่ต่อไป (ทำไมไม่ให้ครูธุรการทำ อีก 4 วัน เขาถึงจะมาค่ะ )

ชั่วโมงสุดท้าย ไปสอนนักเรียนอีกห้องหนึ่ง ใช้กิจกรรมเหมือนห้องก่อน ครูมานั่งเตรียมเอกสารล่าลายเซนต์นักเรียนที่รับประทานอาหารกลางวัน ครบ 10 วันต้องเบิกเงินมาจ่ายให้กับแม่ค้า อ้อต้องเบิกค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าถ่ายเอกสารหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ค่าแผ่นป้ายไวนิล ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของโรงเรียน ค่าอิฐ ปูน ทำรั้วโรงเรียน เตรียมเอกสารขออนุมัติเบิกจ่ายเงิน เขียนใบถอนเงินของธนาคาร 2-3 ใบ สัญญาณเลิกเรียน ดูแลนักเรียนกลับบ้าน หอบเอกสารที่ค้างอยู่มาทำที่บ้าน


วางแผนพรุ่งนี้ต้องสอนเด็กชั้นไหนบ้าง เตรียมใบงานให้นักเรียนได้ทำ เพราะพรุ่งนี้ต้องไปธนาคารเบิกเงินอีกแล้ว ธนาคารอยู่ในเมือง 20 กว่ากิโลเมตร ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ครูมีไม่ครบห้องเรียน แต่ละวันมีชั่วโมงว่างเพียงชั่วโมงเดียว ไม่ได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเลย สมุดงานนักเรียนต้องให้รุ่นพี่ช่วยตรวจคำเขียนถูกผิด ครูจึงมาตรวจความถูกต้อง ต้องสอนนักเรียน 5 ห้องเรียน วันละ 5 ชั่วโมง นักเรียน 150 กว่าคน สมุดงาน 150 เล่ม ต่อวัน ต้องใช้ทั้งเทคโนและเทคนิค...................


ผลการเรียนของนักเรียน(จากการสอบ O-NET N.T. และการวัดผลสัมฤทธิ์ของเขตการศึกษา )เป็นความภาคภูมิใจของครู ผู้บริหารและผู้ปกครอง ปีที่แล้วอยู่ในระดับ 1-4 ของเครือข่าย ระดับที่ ..ไม่เกิน 10 ของระดับเขต เกือบทุกวิชา สูงกว่าระดับเครือข่าย ระดับเขต และระดับประเทศ ปีนี้จะเป็นอย่างไร ? ครูยุ่งทั้งปี กับการจัดทำเอกสารสัญญาจ้างครูอัตราจ้าง ครูธุรการ ครูประวัติศาสตร์ เอกสารเบิกจ่ายเงิน โครงการไทยเข้มแข็ง SP2 เงินจัดซื้อสื่ออิเลกทรอนิกส์ สื่อสิ่งพิมพ์ ครุภัณฑ์ห้องสมุด ครุภัณฑ์และจัดจ้างครูนาฎศิลป์ ครูพลศึกษา ฯลฯ เท่าที่เขียน ยังไม่ได้เอ่ยถึงงานประจำที่ต้องทำ เช่นเอกสารรับ-จ่ายเงินงบประมาณปกติ เอกสารชั้นเรียน ป.พ. ต่างๆ

กลับบ้านก็มีครอบครัวรออยู่ ต้องดูแลมารดาที่ชรา ลูกๆที่กำลังเรียน งานบ้านที่ต้องรับผิดชอบ แล้วจะเอาเวลาไหนเป็นครูเหมือนสมัยก่อน ได้ใกล้ชิดนักเรียน สนุกสนานไปกับความไร้เดียงสาของเด็ก ได้เตรียม การสอน เตรียมนิทานไว้เล่าเด็ก เตรียมเพลงไว้ร้องไปพร้อมเด็ก ชีวิตชีวา และจิตวิญญาณมันอยู่ตรงนั้น ครูที่มีความพร้อมเขาก็ลาออก ครูเข้าใหม่ยังเป็นเด็กไม่มีประสบการณ์ ครูอัตราจ้างบางคนไม่ได้จบครู แต่ไปเรียนเพื่อเอาใบประกอบวิชาชีพ แต่ วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จิตวิทยาเกี่ยวกับเด็กเขาไม่มี ครูรุ่นเก่าๆจึงท้อถอยนั่งนับวันลาออกจากราชการ สงสารเด็กไทย ที่ต้องมารับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน
ทำไมรัฐไม่จัดครูธุรการ ครูพัสดุ ครูการเงิน ที่มีความรู้และประสบการณ์ มาอยู่ประจำโรงเรียน ครูจะได้มีหน้าที่สอนนักเรียน ไม่ใช่สอนหนังสือเสียที
โอ้โฮ...เหนื่อยไหมคะ....คนเป็นครูทำได้ทุกอย่างอยู่แล้วค่ะ
สู้ๆ ....ให้กำลังใจค่ะ.....ขอบคุณบันทึกดีๆที่แบ่งปันนะคะ
สวัสดีค่ะ ครูดาวเรือง
สวัสดีค่ะ
โหพี่สร สงสัยวันนี้จะเหนื่อยจริงๆระบายมายาวเลย สู้ๆค่ะ..ครูไทยหัวใจเพชรค่ะ...สุขสัตน์วันแห่งความรักนะคะ ความรักในอาชีพทำให้เราท้อแท้..ถ้าเราไม่ได้สอนเด็กของเรา...
สวัสดีค่ะ
น้องอ้อยหวาน
เป็นกำลังใจให้ครับ...
ครูแบกรับภาระของความเป็นแผ่นดินแบบไม่ต้องสงสัย
คนทุกคน เติบโตและหยัดยืนอยู่ในวันนี้ ก็ล้วนแล้วแต่ถูกขัดเกลา ปรับแต่งมาจากครูด้วยกันทั้งนั้น
แต่ก็บอกไม่ได้เต็มปากเต็มคำว่า สังคมแบกรับความเป็นครู เท่ากับที่ครูแบกรับความเป็นสักคมสักกี่มากน้อย...
...
ศรัทธา เชื่อมั่น ...
เป็นกำลังใจให้ นะครับ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
สวัสดีค่ะ
อ่านบันทึกนี้แล้ว ครูอิงก็คิดเหมือนเพื่อนส้ม (นัฐพร) แหละคร้า
อิ..อิ..อิ....จริง ๆ นะ
ขอให้อาจารย์มีความสุขทุกๆวันค่ะ
ค่ะเราจะเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน
อย่ากลุ้มไปเลยค่ะท่านพี่เกษร
แลกเปลี่ยนกันคุยก็ได้ค่ะ
อ๋อ...พี่ดาวเรืองรักเด็ก..ดีมากค่ะ
งั้นเอาภาพนี้ไปค่ะ นำมาจากในเน็ตน่ะ(หนูรักเด็กค่ะอิ อิ อิ)
เห็นน่ารักๆ..น่ากอดน่ะ
ไม่กลุ้มนะคะ เป็นกำลังใจให้พี่สาวคนเก่งค่ะ รักมาก คิดถึงเสมอ