การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009

1. สำรวจว่าตนเองว่าอยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับวัคซีนหรือไม่                

กลุ่มเป้าหมายการให้วัคซีน เรียงตามลำดับ ดังนี้  

1. หญิงมีครรภ์อายุครรภ์มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป

2. บุคคลที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กก.หรือดัชนีมวลกาย ตั้งแต่ 35 กิโลกรัม/เมตร² ดัชนีมวลกายคำนวณได้จาก น้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูงยกกำลังสอง (หน่วยเป็นเมตร)

3. ผู้พิการรุนแรงที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้

4. บุคคลอายุ 6 เดือน – 64 ปีที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืดโรคหัวใจทุกประเภท โรคหลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในระหว่างได้รับเคมีบำบัด ธาลัสซีเมียที่มีอาการรุนแรง ผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เบาหวานที่โรคแทรกซ้อน และเบาหวานไม่มีโรคแทรกซ้อน                          

*** การฉีดวัคซีนจะฉีดตามลำดับกลุ่มเป้าหมายเป็นสำคัญ หากเหลือให้ฉีดวัคซีนแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีเสี่ยงต่อการเกิดโรค

2. สำรวจตนเองว่ามีข้อห้ามการให้วัคซีนหรือไม่

บุคคลที่มีข้อห้ามในการฉีดวัคซีน ได้แก่

- บุคคลอายุน้อยกว่า 6 เดือน

- ผู้ที่แพ้ไข่ หรือสารเคมีอื่นที่มีอยู่ในวัคซีน

- ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วมีอาการแพ้ที่รุนแรง

- หากมีไข้ หรือมีอาการเจ็บป่วยที่อาการไม่น่าไว้วางใจ ควรเลื่อนการรับวัคซีนไปก่อน อย่างน้อย 1 สัปดาห์ จนกว่าจะเป็นปกติ หรือโรคประจำตัวมีอาการคงที่ควบคุมได้    

*** หากมีข้อสงสัยให้ปรึกษาแพทย์ในโรงพยาบาลก่อนการฉีดทุกครั้ง

3. รับรู้ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

วัคซีนเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการป้องกันโรค แม้ว่าจะมีขั้นตอนและขบวนการรับรองคุณภาพ ความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลแล้วก็ตาม แต่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนไม่รุนแรง เช่น ปวดบวมบริเวณที่ฉีด มีไข้ และภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่มีโอกาสเกิดน้อยมาก เช่น  อาการทางระบบประสาท อาการขาอ่อนแรง ภาวะช๊อค หมดสติ ซึ่งภาวะดังกล่าวไม่สามารถทำนายการเกิดล่วงหน้าได้ ดังนั้น ผู้ที่ได้รับวัคซีนทุกคนจะได้รับทราบถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องได้รับวัคซีนและข้อห้ามการรับวัคซีน รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อที่จะได้สังเกตอาการของตนเอง และแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทันท่วงที  

- อาการไม่พึงประสงค์ของวัคซีนที่ไม่รุนแรง (ประมาณร้อยละ1-10) ได้แก่ อาการเฉพาะที่ ปวดบวมแดง ห้อเลือด อาการทั่วไป เช่น ปวดศรีษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ไข้ต่ำๆ มักหายได้เอง 1-3 วัน และบรรเทาอาการได้ด้วยยาแก้ปวดลดไข้ธรรมดา (เช่น พาราเซตามอล)

- อาการไม่พึงประสงค์ของวัคซีนที่รุนแรง พบได้น้อยมาก ต่ำกว่า 1 ใน 100,000 ได้แก่ อาการแพ้รุนแรง ไข้สูงชัก ปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง สับสน เป็นต้น

- อาการแพ้อย่างรุนแรง (Anaphylaxis) มักเกิดภายใน 30 นาทีหลังฉีดวัคชีน อาการคันที่ผิวหนัง บวมตามปาก หน้า ลำคอ หายใจลำบาก ชีพจรเบา ช็อก                                                                                    

4. สมัครใจรับวัคซีนและลงชื่อรับวัคซีน

เมื่อได้รับทราบเหตุผลความจำเป็น รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ให้ผู้รับบริการตัดสินใจในการรับวัคซีนโดยสมัครใจ และลงชื่อยินยอมรับบริการ

5. รับการฉีดวัคซีน

วัคซีนชนิดนี้จะฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ผู้ใหญ่ฉีดที่บริเวณต้นแขน เด็กเล็ก ฉีดที่หน้าขาซ้ายผู้ใหญ่ฉีด 1 ครั้ง เด็กต่ำกว่า 9 ปี ฉีด 2 ครั้ง (ห่างกัน 4 สัปดาห์)

6. สังเกตอาการตนเอง 30 นาทีหลังฉีดวัคซีน

หลังฉีดวัคซีนแล้วให้นั่งพักประมาณ 30นาทีที่โรงพยาบาล เพื่อสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงมักเกิดภายใน 30 นาทีหลังฉีดวัคซีน อาการที่สังเกต ได้แก่ การคันที่ผิวหนัง บวมตามปาก หน้า ลำคอ หายใจลำบาก ชีพจรเบา ช๊อก วิงเวียน ใจสั่น เป็นลม เหงื่อออก และเมื่อกลับไปบ้านแล้วควรมีผู้ดูแลหลังฉีดวัคซีนต่ออีก 2 วัน

7.ทราบสถานที่และวิธีติดต่อโรงพยาบาลเมื่อเกิดเกตุการณ์ไม่ปกติ

ก่อนกลับบ้านต้องตรวจสอบสถานที่ และวิธีติดต่อโรงพยาบาลเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ เพื่อที่จะได้ติดตามและดูแลแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย