จากการสอบ S.T. ซึ่งเป็นการเตรียมตัวสอบปลายปีของนักเรียนทุกสายชั้น พบว่า นักเรียนในแต่ละห้องเรียน ยังสับสนกับเนื้อหาบางเรื่อง และ ยังไม่เห็นความสำคัญของการสอบ.....เท่าที่ควร เนื่องจากคะแนนที่ได้นั้น มีช่วงของคะแนนห่างกันมาก ไม่เกาะกลุ่มกันเลย
*****
ดังนั้น ยังมีเวลาอีกน้อยนิด ที่เกือบจะถึงเส้นชัยนี้ กับต้องมาติวเข้มข้นกันอีก ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจ หลังจากที่ครูอ้อยแจ้งคะแนนให้ได้รู้ตัวว่า.....อยู่ในระดับใดก่อนแล้ว
วันนี้ เริ่มเป็นวันแรก มีจำนวนนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องติวเข้ม 10 คน แต่มานั่งเรียนเพียง 3 คน เท่านั้น
*****
เมื่อถึงเวลาสอน ก็คือ เวลาพักของทุกคน รวมทั้งครูอ้อยด้วย สอนได้เพียง 4 ข้อเท่านั้น แต่นักเรียนทั้ง 3 คน ทำแบบทดสอบ ในข้อที่ 4 ถูกหมดทุกคน ได้เพียงเท่านี้ .....ครูอ้อย ก็พอใจ
******
สำหรับห้องเรียนอื่นๆ จะเข้าคิวมาเรียนกันอีก เช่น พรุ่งนี้ อีกห้องหนึ่ง จะมีนักเรียนประมาณ 10 คนเช่นกันมาเรียน จะคอยดูสิว่า.....จะมาได้สักกี่คน
จากการสังเกตพบว่า.....นักเรียนที่สอบได้คะแนน 32 ขึ้นไปจาก 40 คะแนน นักเรียนจะมีความต้องการมาเรียนพิเศษเสริม กันหลายคนทีเดียว
ทำไมเป็นเช่นนั้น ความใฝ่รู้ใฝ่เรียน กลับมาอยู่กับนักเรียนที่เรียนดี มีผลการเรียนดี แต่ตรงกันข้าม นักเรียน ที่ครูต้องการซ่อมให้ กลับไม่สนใจไปซะนั้น......
จะทำอย่างไรกันหนอ ให้นักเรียนสนใจเรียนมากกว่าเล่น แต่ครูอ้อยก็ยังไม่หมดกำลังใจล่ะคะ เพราะ ธรรมชาติของนักเรียน อิจฉา และไม่อยากให้ใครมาได้ดีไปกว่าตนเอง.....
เอาล่ะ จะใช้วิธีนี้ล่ะ .....หนามยอก ก็ต้องเอาหนามบ่ง ......
จะเป็นอย่างไร พรุ่งนี้รู้กันนะคะ
สวัสดีครับครูอ้อย
ผมติดตามเรื่องต่าง ๆ ของครูอ้อยมาโดยตลอด สรุปว่า ครูอ้อยไม่ใช่ครูที่รับผิดชอบตามหน้าที่เท่านั้น แต่ครูอ้อยเป็นครูที่มีจิตวิญญานของความเป็นครูอย่างล้นเปี่ยม
สู้ต่อไปนะครับ เป็นธรรมดาครับ เด็กอ่อนย่อมไม่สนใจเรื่องการเรียนเพราะเขาคงคิดว่า การตั้งใจเรียนก็ไม่ช่วยอะไรเขาได้กระมังครับ ลองหาวิธีการที่เหมาะสมนะครับ
สวัสดีค่ะ ท่าน ผอ.
นาย สมนึก โทณผลิน
ก็ยังดีนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ท่าน ผอ.
สวัสดีค่ะ นาย สมนึก โทณผลิน
ด้วยความรัก และ ปรารถนาดี
ครูอ้อย แซ่เฮ