ตอนเย็น ๔ ก.พ ๕๓ ได้มีโอกาสไปประชาคมหมู่บ้านในเรื่องการได้รับงบมาจัดความพอเพียงให้กับหมู่บ้าน แต่ไม่ทัน ทันแต่ลงชื่อประชาคม การประชาคมของชาวบ้านที่ตัวเองอาศัยอยู่ใช้่เวลาประมาณ 30 นาทีไม่มีการพูดคุยกันมาก เพราะฝนตกตอนหัวค่ำ แต่การประชุมของชาวบ้านแต่ละครั้งคนก็หน้าเดิม ๆ จำนวนก็ไม่เกิน 30 - 40 คน แต่ลงประชาคมว่ามามากตามหลักเกณฑ์ที่รัฐต้องการ เพื่อจะได้รับการอนุมัติงบประมาณ ประเด็นก็คือรัฐให้กลับมาทบทวนโครงการจัดซื้อเครื่องกรองน้ำ (งบประมาณ 400,000 บาท)ที่ชาวบ้านนำเสนอไป(ตั้งแต่ปีที่แล้ว) เพราะชาวบ้านจัดทำไม่เป็นไปตามที่รัฐได้ระบุหลักเกณฑ ์อย่างเช่น ให้จัดซื้อเครื่องจักรกลทางการเกษตร แต่ชาวบ้านไปจัดซื้อเครื่องกรองน้ำ ผลก็คือให้กลับมาทบทวน ( ใช้เวลา ไป - กลับ ๑ ปีเต็ม ) หมู่บ้านใกล้เคียงที่เขาทำตามหลักเกณฑ์ได้รับอนุมัติออกมาซื้อรถอีแต๋น พอกลับมาทบทวนชาวบ้านเห็นบ้านอื่นมีรถอีแต๋นก็เลยยกมือเอาโครงการรถอีแต๋น (พูดให้เพราะก็คือ ซื้อเครื่องจักรกลทางการเกษตร) การทำประชาคมครั้งแรกชาวบ้านใช้เวลาประชาคมฉบับชาวบ้าน 2 ชั่วโมงถึงได้ที่มาที่ไปโครงการซื้อเครื่องกรองน้ำ ชาวบ้านมีการพูดคุยถึงผลดี ผลเสียของแต่ละโครงการใช้เวลาถกกันจนได้ข้อยุติ แต่ครั้งนี้ชาวบ้าน ต้องกลับมาทบทวน เห็นรถอีแต๋นวิ่งผ่านหน้า ความอยากบดบังความรู้ เวลามีจำกัด รัฐใช้หลักเกณฑ์ แถมมีนายหน้ามานำเสนอการขายแบบเซเว่นแล้วบอกว่าจะได้รับอนุมัติโครงการแบบเร็วเต็มพิกัด โครงการรถอีแต๋นเลยได้แจ้งเกิดแบบผ่านฉลุย....
เสียงของชาวบ้านไม่ใช้เสียงสวรรค์ แต่เป็นเสียงกระซิบเหมือนคนใกล้จะตาย
น้ำหนัก 90 ก.ก