สวัสดีค่ะคุณครู

     เช้านี้หนูตื่นขึ้นมารู้สึกหนัก ๆ อ่อนแรง มองไปที่ระเบียง แล้วเสียงเตือนจากโทรศัพย์บอกเวลาออกไปวิ่งออกกำลังกาย หนูสะดุ้งเฮือก รีบลุกขึ้นกราบพระแล้วสวดมนต์ทำวัตรเช้า แล้วก็มานั่งเขียนบันทึกใน G2K เขียนเสร็จก็เริ่มสายแล้ว หนูจึงได้ออกไปวิ่งแค่ระยะสั้น ๆ แล้วก็รีบมาอาบน้ำไปทำงาน

     พอถึงที่ทำงาน หนูก็นั่งลงลุยงานเลย ด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่ต้องการรออะไร แต่ครูค่ะ หนูคร่ำเคร่งกับงานอีกแล้ว หนูทำงานได้คืบหน้าค่ะ แต่ใจไม่เบาเลย หนูใช้เวลาเขียนหนึ่ง layer ประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ต้องมาหยุดพัก เหมือนร่างกายจะทรงอยู่ไม่ไหว เป็นหนัก ๆ ในหัว หนูมานั่งพัก หาอะไรหวาน ๆ ทาน ดูเหมือนจะไม่พอ หนูจึงนั่งทานข้าวกับน่องไก่ทอดตอนสิบโมงเช้า จนใคร ๆ แปลกใจ ทานเสร็จก็เป็นความรู้สึก ง่วง ๆ เพลีย ๆค่ะ แต่หนูก็พยายามอดทนมานั่งเขียนต่อ ครานี้หนูเอาใหม่พยายามประคองลมหายใจ ในหัวเป็นหนัก ๆ เหนื่อย ๆ ค่ะ วาดเสร็จแทบต้องถอยออกมาแบบหมดแรง หนูพร่ำบอกตนเองว่า อย่างนี้แหละความจริงของชีวิตมันทุกข์ มันเป็นความจริงที่ต้องเห็นต้องเรียนรู้ ครูค่ะ หนูไม่ใช่นักเรียนที่ดีเลยค่ะ ใจนี้ยังผลักไสความทุกข์ แม้หนูจะทุกข์หนูก็พยายามทำงานต่อไป เพราะมันคือหน้าที่ ๆ ต้องรับผิดชอบ       หนูพยายามอยู่กับลมหายใจ

พอเที่ยง ๆ แต่ละคนทานข้าวกัน แต่หนูไม่รู้สึกหิว จึงนั่งวาดไปเรื่อย ๆ เสร็จครบ layer แล้วค่อยวางมือ มานั่งอ่านตำรา เพิ่มเติม เหมือนหนูมีตำราเป็นที่พึ่งพอได้จดจ่ออ่านทำความเข้าใจ ก็พอจะผ่อนคลายจากความเครียด หนูนั่งทบทวน ความรู้สึกหนูเป็นหนัก ๆ ร่างกายเหมือนไม่ค่อยมีกำลัง นั่ง ๆ ก็เป็นง่วง ๆ เพลีย ๆค่ะ พี่หัวหน้ามาดูงานท่านก็เอ่ยว่าโอเคแล้วนี่องค์ประกอบครบ หนูจึงเรียนท่านว่าตั้งใจให้มีรายละเอียดบางอย่างถูกเติมเต็ม ซึ่งท่านก็พยักหน้ารับรู้

หนูจึงนั่งวาดไปเรื่อย ๆ มีคนแวะเวียนเข้ามาในห้องมากมาย แต่หนูก็จดจ่อกับการวาดภาพ พอเพื่อนคุยด้วยหนูเองก็ไม่ได้ยินจนเขาเองต้องเอ่ยซ้ำ หนูจึงเอ่ยของอภัย หนูดูตนเองท่าทางจะไม่มีแรงวาดต่อจริง ๆ จึงถอยมานั่งอ่านตำราที่โต๊ะ ก็ได้ความรู้เพิ่มโดยเฉพาะเซลล์ต่อที่หนูสงสัย แม้จะเหนื่อยล้าจากการคร่ำเคร่งวาดภาพ การแวะมาอ่านหนังสือปรับอารมณ์ก็ช่วยให้ผ่อนคลายและได้ความรู้ค่ะครู

วันนี้ร่างกายและใจหนูร่อแร่ แต่หนูก็วางแผนจะต้องไปซื้อของเข้าห้องวันนี้ จึงออกจากที่ทำงานเร็ว แวะทานส้มตำ ที่ร้านเจ ส้มตำไม่ค่อยเผ็ดนะคะ แต่ดูเหมือนว่าร่างกายหนูไม่สามารถรับได้ มีอาการแสบร้อนในท้อง แต่หนูก็ไปซื้อของต่อที่โลตัสแคราย ได้ของดังต้องการ ระหว่างรอจ่ายเงินรู้สึกได้ว่าปวดท้องมาก ขากลับหนูจึงนั่ง Taxi หนูมาถึงห้องประมาณทุ่มกว่า ๆ มืดแล้ว แต่ไม่ได้ไปออกกำลังกาย จึงทำดีท๊อก เดินออกกำลังกายในห้อง ค่อยรู้สึกสบายขึ้น แต่ก็ยังมีหนัก ๆ ในหัวค่ะ สองทุ่มนั่งลงทำวัตรเย็น หนูอยากจะล้มตัวลงนอนเหมือนครั้งก่อน แต่นึกถึงคำสอนของครูว่า ถ้าไม่สู้ตอนที่มันมาแล้วจะไปสู้ตอนไหน หนูจึงค่อย ๆ นั่งพิมพ์จดหมายหาครูค่ะ หนูไม่ถึงกับหนักมาก จึงให้ตนเองนั่งท่าขัดสมาธิแบบไม่เปลี่ยนท่า ความเจ็บความปวดที่ขาก็ปรากฏค่ะ หนูจะพยายามค่ะครู ตามสติและกำลังที่พอมี จนกว่าหนูจะเข้าใจคำว่า “ไม่เป็น”

หากมองภาพรวมกับความบีบคั้นในวันนี้เป็นโจทย์ที่ดี ที่มาพิสูจน์ใจ แม้หนูจะรู้สึกว่าเดี้ยงค่ะครู แต่ถ้าเทียบกับที่ผ่านมา หนูก็พอจะประคองอยู่ได้ ขอบพระคุณครูนะคะ ที่สอนสั่ง หนูจะอดทนค่ะ

 

     ศีล

  1. วันนี้หนูยังรู้สึกเครียด จนร่างกายแสดงอาการอ่อนแรง หนูเมตตาตนเองน้อยค่ะ แต่พยายามให้ตนเองเห็นโอกาสในการเรียนรู้
  2. หนูทำลายของรักของใครไหม ถ้าร่างกายและใจของหนูเป็นของรักของพ่อแม่ ตอนนี้หนูทำร้ายเขาอยู่ ด้วยการภาวนาไม่เป็น ปล่อยให้ความเครียดเข้ามาครอบงำจิตใจค่ะ
  3. ความรู้สึกชอบใจมีค่ะ แต่ก็ไม่ปรารถนายุ่งกับผู้ใด
  4. วันนี้หนูไม่ค่อยพูดค่ะครู แต่พอได้พูดก็เผลอไหลไปเรื่อยเปื่อย เพ้อเจ้อ
  5. ความประมาท หนูประมาณเรื่องการทานอาหาร ดูเหมือนว่าส้มตำ หรือ ไม่ก็มะม่วงจะสร้าวงปัญหาให้ร่างกายเป็นสิ่งที่หนูต้องทบทวน

 

กราบขอบพระคุณค่ะ