ภูมิปัญญาท้องถิ่น

            ชมรม..กีฬา..วิชาชีพ

       ด้วยความที่เป็นโรงเรียนเอกชนที่สอนฟรีไม่เก็บค่าเทอมมากว่า 40 ปี(ไม่ใช่โรงเรียนการกุศล)แต่ผู้บริหารมีอุดมการณ์ที่อยากสร้างคนเพื่อให้คนสร้างชาติ (พ่อสัมฤทธิ์ พูลลาภ)ท่านมีเจตนารมณ์ที่จะดูแลเด็กด้อยโอกาสให้มีโอกาสทางการศึกษา.....ดิฉันจึงอยากสานฝันของคุณพ่อให้บังเกิดขึ้น...แม้ว่าวันนี้จะไม่มีคุณพ่อแล้ว...แต่...ดิฉันเชื่อว่า...คุณพ่ออยู่กับพวกเราเสมอ

    หลังจากคุณพ่อเสียชีวิตแล้วตั้งใจว่าจะลงไปดูแลโรงเรียน...แต่มีเหตุอีกนั่นแหละช่วงนั้นเป็นช่วงที่ยกระดับสุขาภิบาลเป็นเทศบาลพอดี..ผู้จัดการที่โรงเรียนจึงชวนไปสมัครสมาชิกสภาเทศบาลปรากฎว่าได้รับการเลือกตั้ง และได้รับความไว้วางใจจากทีมงานยกมือเลือกให้เป็นเทศมนตรี...ทำงานการเมืองมาด้วยความสนุกจนสมัยที่ 2 ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีอยู่จนครบวาระ     

           เมื่อครบวาระแล้วแม่จึงยื่นคำขาดว่าให้กลับมาบริหารโรงเรียน เพราะแม่เกษียณอายุราชการมาบริหารแทนหลายปีแล้วและก็อยากพักผ่อน ไม่อยากมารับรู้ปัญหาต่าง ๆ อีกแล้ว 

             ดิฉันไม่มีความรู้ทางการศึกษาเพราะจบด้านกฎหมาย ส่วนปริญญาเอกจบรัฐศาสตร์การเมืองการปกครองมาจึงอาศัยประสบการณ์ การเรียนรู้จากคนรอบข้างและเข้าศึกษาเพิ่มเติมด้านบริหารการศึกษาที่ม.มหาสารคาม   และเมื่อเข้ามาบริหารโรงเรียน ได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ได้สังเกตุเห็นเด็กในโรงเรียนนั้นส่วนใหญ่เป็นเด็กยากจน และด้อยโอกาสทางการศึกษา บางคนอาศัยอยู่กับญาติ พี่น้อง  เพราะพ่อแม่ต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด บางคนไม่มีพ่อแม่อาศัยอยู่กับตาและยาย บางคนต้องรับจ้างหาเงินเพื่อใช้ในการศึกษาเล่าเรียนเอง แม้ว่าโรงเรียนของเราจะเป็นโรงเรียนเอกชนที่ไม่เก็บค่าเทอม นั่งรถมาเรียนฟรี กินข้าวเที่ยงฟรี แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเด็กเหล่านี้ อันเป็นสาเหตุให้เด็กนักเรียนเหล่านี้ไปรับจ้างทำงานเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัวและตัวเอง

 คำถาม...เราจะต่อยอดอาชีพเด็กได้อย่างไร?

     บางคนร้อยมาลัย

     บางคนรับทำขันบักเบ็ง(พานบายศรี)

     บางคนเป็นหางเครื่อง

     บางคนเป็นนักร้อง

     บางคนเป็นนักมวย

     บางคนปลูกผักปลูกต้นไม้ ขาย

     บางคนรับวาดภาพและเขียนป้ายต่างๆ

     บางคนรับจ้างทุกประเภท 

     บางคนเล่นกีฬาอาชีพ

            ดังนั้น จึงได้สำรวจความต้องการของนักเรียนในการจัดตั้งชมรม เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพเสริมรายได้ให้แก่ตนเอง และครอบครัว จึงได้จัดตั้งชมรมต่าง ๆ ขึ้น ๆ มา ดังนี้

ชมรมกีฬา

        * มวย

        * ตระกร้อ

        * ฟุตซอล

        * เปตอง

ชมรมวิชาชีพ

        * ใบตองดอกไม้สด

        * นาฎศิลป์ประยุกต์

        * เกษตรอนุรักษ์

        * ศิลปเพื่อชีวิต

        บางชมรมได้เชิญปราช์ญท้องถิ่นมาสอนให้ความรู้ทุกวันศุกร์ เวลา บ่ายโมงครึ่งถึง บ่ายสามโมงครึ่ง โดยมีเป้าหมายให้เป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ โดยนักเรียนได้เรียนรู้และพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน

                

           ชมรมใบตองดอกไม้สด ครูไชยา อุ่นเจริญ

ปราชญ์ท้องถิ่น ท่านเป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านดงลาน ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด และเป็นเจ้าของร้านตองต้อย ทางเข้าตลาดโต้รุ่งร้อยเอ็ด

                  

    ชมรมนาฏศิลป์ประยุกต์ ครูพิกุล หวายฤทธิ์ เป็นปราชญ์ท้องถิ่นเป็นผู้สอน เธอเป็นหมอลำ และเป็นเจ้าของคณะหมอลำคณะพิกุลทอง บ้านหวายหลึม อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

                       

   นักเรียนชมรมนี้จะต้องรำไทย และเต้นเป็นค่ะ 

 

                   

         นักเรียนชมรมมวย ชม ซีดีศิลปมวยไทย

  ชมรมมวย สอนโดย ดร.พงศ์พยัคฆ์ ศรียา เจ้าของค่ายมวย ศ.พงศ์พยัคฆ์ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด

             

ชมรมศิลปเพื่อชีวิต สอนโดยหลวงตาอ็อด วัดอุบลบรทิพย์ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด และ ครูพิชญากร พานิชสาร อดีตหัวหน้าการประถมศึกษา

                         

    นายธนา  ศรีโกมาตย์ นักเรียนในชมรมกำลังวาดผนังห้องจริยธรรม วาดปางประสูติ ของพระพุทธเจ้า

      ปัจจุบันนี้เรารับวาดผนังโบสถ์ สิม กำแพงวัดวาอาราม ราคาคุยกันได้ค่ะ

 

                 

  ชมรมเกษตรอนุรักษ์ สอนโดยครูสมรักษ์ วิเศษวิสัย ส่วนในภาพนั้นเป็นการนำนักเรียนชมรมเกษตรอนุรักษ์ไปเรียนรู้การทำแนวกันไฟ อนุเคราะห์เป็นวิทยากรและสถานที่โดย สถานีควบคุมไฟป่า จ.อำนาจเจริญ โดยดร.พงศ์พยัคฆ์ ศรียา หัวหน้าสถานี

                 

         นายโกศล จันทร์พวง หัวหน้าชุดสถานีควบคุมไฟป่าบรรยายภาวะโลกร้อน

ซึ่งการศึกษาชมรมต่าง ๆ นี้เป็นการศึกษาภูมิปัญญาไทย อันเป็นรากฐานของสังคมไทย เรามีทรัพยากรมากมาย มีความรู้ มีภูมิปัญญา ที่ปู่ย่าตายายสั่งสมและถ่ายทอดมา มีธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตที่เป็นทุนทางสังคม และวัฒนธรรมอันดีงาม แต่เราคิดไม่ออกมองไม่เห็นหนทาง เพราะถูกบังตาด้วยลัทธิบริโภคนิยม ลัทธิบูชาเงิน และการทำให้ทันสมัยที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นการพัฒนา ถ้าเป็นการพัฒนาจริง ชีวิตน่าจะดีขึ้นและมีความสุขมากกว่านี้

           ถ้าเราไม่ปรับฐานคิด ก็ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาได้ เพราะเราใช้ฐานคิดที่ผิด ฐานคิดแบบเงินนำหน้าปัญญาตามหลัง (ดร.เสรี  พงศ์พิศ)

              การเรียนรู้แบบชมรมกีฬาวิชาชีพ มีเป้าหมายชัดเจนคือ การพึ่งตัวเอง เพราะทำให้นักเรียนได้แสวงหาความรู้ที่หลากหลาย ทั้งเนื้อหาสาระ กระบวนการ และวิธีการ ไม่ยึดติดกรอบและสูตรสำเร็จ ที่คิดค้นหาความรู้ใหม่ เป็นความรู้ที่นำไปสู่การปฏิบัติ ที่เกิดผลดีแก่ชีวิต เอาทุนต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นทุนทางธรรมชาติ ทุนทางทรัพยากร ทุนทางภูมิปัญญา ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางสังคมฯลฯมาแปรเป็นพลังทำให้อยู่ได้มีอยู่มีกินอย่างพอเพียง

              นี่คือ การเรียนรู้แบบรอบด้าน บูรณาการชีวิตทุกส่วนเข้าด้วยกันเป็นการเรียนรู้ซึ่ง วิถีและเป้าหมายเป็นอันเดียวกัน