ยังคิดนะถ้าขณะนั้น ขณะที่เค้าตัดถ่างแล้วเสาไฟฟ้าที่กู้ภัยสริงไว้นั้นหล่นลงมาและรถเกิดยุบลงมา..พวกเราจะเป็นยังไง(ไม่อยากคิดเลย) วินาทีนั้นคงไม่คิดอะไรคิดอยู่กับผู้บาดเจ็บอย่างเดียว


 
เวลา  0.20 น.วันที่19 มกราคม 53 หลังจากที่ฉันรับเวรเสร็จ ฉันกำลังสาละวนอยู่กับการตรวจเช็คของอยู่ภายในห้องฉุกเฉิน เสียงสัญญาณวิทยุสื่อสารดัง ซ่าๆๆ ฉันรีบหันหลังมองไปที่วิทยุ แต่ก็เงียบฉันเลยทำงานต่อไป "ปะทิว2จากกู้ชีพอาภากรณ์" ฉันสะดุ้งเล็กน้อยรีบวิ่งมารับวิทยุสื่อสารทันที แจ้งจากศูนย์สั่งการให้ออกปฏิบัติการร่วมเหตุรถทัวร์ชนเสาไฟฟ้าพลิกคว่ำที่แถว กองร้อย ตชด.414 มีผู้บาดเจ็บประมาณ 40  ราย ฉันรับทราบข้อมูลแล้วไม่รอช้ารีบ ว.เรียกทีมงานออก ว.7 ทีมโรงพยาบาลท่าแซะทันที
         ดิฉันออกปฏิบัติการเองด้วยเมื่อไปถึง  ณ จุดเกิดเหตุ...สภาพเหตุการณ์ คือรถทัวร์พลิกคว่ำตะแคงด้านหน้ายุบชนเสาไฟฟ้าและมีเสาไฟฟ้าหักทับรถด้านหน้า เสียงร้องโอดครวญจากความเจ็บปวด และขอความช่วยเหลือดังระงมไปทั่วบริเวณ
อาณาบริเวณเต็มไปด้วยไทยมุงและทีมกู้ภัย  ที่มาร่วมแรงร่วมใจกัน มีทีมกู้ชีพ รพ. ท่าแซะช่วยกันอยู่แล้ว ฉันและทีมก็เข้าไปผลัดกับท่าแซะในการดูแลผู้บาดเจ็บ  เหลือผู้บาดเจ็บติดภายในรถ 2 ราย ซึ่งใช้เวลาตัดถ่างประมาณ  1ชั่วโมงกว่าๆ  พวกเราลอดลงไปช่วยผู้บาดเจ็บและแทงน้ำเกลือ และให้ออกซิเจนผู้บาดเจ็บ อยู่ภายใต้รถที่พลิกคว่ำและกำลังตัดถ่าง เศษกระจกหล่นใส่ศีรษะ พวกเราอยู่เรื่อยๆ แต่ด้วยความที่เป็นห่วงคนไข้เราต้องทนกับสภาพที่ไม่น่าจะเป็นพยาบาล...พวกเราอยู่ใต้รถทั้งหมด จนท.2 คน กู้ภัย 1 คนและคนไข้  2 ราย  ยังคิดนะถ้าขณะนั้น ขณะที่เค้าตัดถ่างแล้วเสาไฟฟ้าที่กู้ภัยสริงไว้นั้นหล่นลงมาและรถเกิดยุบลงมา..พวกเราจะเป็นยังไง(ไม่อยากคิดเลย)  วินาทีนั้นคงไม่คิดอะไรคิดอยู่กับผู้บาดเจ็บอย่างเดียว...เราใช้เวลาอยู่ภายใต้ภาวะวิกฤตขณะนั้นประมาณ ชั่วโมงกว่า เราก็สามารถช่วยผู้บาดเจ็บที่ติดอยู่ภายในรถได้อย่างปลอดภัย......จากการประมวณภาพเหตุการณ์ดังกล่าว  ชื่นชมชาวกู้ชีพกู้ภัยในเขตพื้นที่ชุมพรที่ร่วมแรงร่วมใจกันในการทำงาน  และชื่นชมผู้ที่ให้กำลังใจที่ลุ้นเหตุการณ์อยู่ข้างๆ(ไทยมุง)ที่ไม่วิพากวิจารณ์เชื่อว่าทุกท่านให้กำลังใจและส่งใจช่วยทีมทำงานและผู้บาดเจ็บให้ปลอดภัยทุกท่านเหตุการณ์ดังกล่าว มีหลายหน่วยงานที่เข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน  แต่จะสังเกตุว่าผู้บัญชาการณ์เหตุการณ์  ณ  ช่วงนั้นไม่มี และเข้าใจว่าแต่ละคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เลยทำให้ชุลมุลอยู่บ้าง มีปากเสียงกันบ้างเป็นธรรมดา  เพราะทีมงานเป็นร้อย แต่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจริงๆมีอยู่ไม่กี่คน  แต่เป้าหมายสูงสุด  ณ จุดนั้นคือช่วยเหลือผู้บาดเจ็บให้ปลอดภัยและทีมงานปลอดภัย
 ...บทเรียนที่ได้ในเหตุการในครั้งนี้ว่า  ทุกครั้งที่เราซ้อมแผนอะไรก็ตาม ควรให้คนทำงานจริงๆเข้าไปมีบทบาท  ณ  จุดเกิดเหตุ  เพราะอย่างน้อย คือ การประสานการทำงาน คุยเรื่องเดียวกัน  และคุยกันรู้เรื่อง
 ..ถ้าจะมีการฟื้นฟูหรือบูรณาการทำงานน่าจะเป็นการนำคนทำงานมานั่งพูดคุยกันทุกฝ่าย เพื่อลดข้อขัดแย้งบางอย่างที่เกิดขึ้น..เมื่อมีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นของจังหวัด ควรมีการมานั่งคุยกัน  บทบาทหน้าที่ของแต่ละคนเมื่อมีเหตุ  เมื่อคุณไปถึง ณ จุดเกิดเหตุคนทำหน้าที่อะไร ถ้าคนที่รับผิดชอบยังไปไม่ถึง ควรมีใครสักคนทำหน้าที่แทนและเมื่อเจ้าภาพไปถึง ควรถอยให้เค้าทำหน้าที่ตรงนั้นต่อ  เพื่อประสิทธิภาพของการทำงาน  ...
 ...ฝากถึงคนฉุกเฉินทุกท่าน ว่า ท่านควรทบทวนบทบาทหน้าที่ เสื้อที่ท่านใส่  หมวกที่ท่านสวม  ตำแหน่งที่ท่านดำรงอยู่  บางครั้งท่านอาจจะต้องถอดบ้าง เพื่อเข้ากับฝูงชนที่เขากำลังทำงานร่วมกับท่าน...
 ...เรื่องเล่าวันนี้อาจจะเป็นบทเรียนสำหรับหลายๆท่านที่เข้าร่วมปฏิบัติการ  และอยากให้ท่านทบทวน Pre - Hospital Care คือ อะไร  และ Trauma  Coordinator คืออะไร
 
 
                                    ..ขอบคุณ  ที่ติดตามอ่านเรื่องเล่าชาวฉุกเฉิน..
 
                                                       เข็มสิริ  ชาวเกวียน

                                                       Paramedic Nurse

                                                            รพ.ปะทิว

หมายเหตุ บล็อกเรื่องเล่าชาวฉุกเฉินนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานกู้ชีพจังหวัดชุมพร 
เรื่องเล่าในบล็อกนี้จะรวบรวมและอยู่หน้าเวปไซด์ http://www.emschumporn.net