วันนี้มีวีรกรรมเจ้าถุงเงินมาเล่าด้วยความเอ็นดูและขอบใจมันค่ะ

ที่ท่าน้ำมีไม้สร้างเป็นชานเป็นสองระดับ มีบันไดไม้สามขั้นก้าวจากระดับแรกลงไปอีกระดับซึ่งใกล้น้ำมากกว่า สะพานนี้คนสวนคนเก่าเคยเตือนผู้เขียนว่ามันผุมากจากการที่ผ่านน้ำท่วมมาสองปี ยังไม่ได้ซ่อมอย่าลงไป

วันหนึ่งคนข้างกายผู้เขียนลงไปที่ท่าน้ำ คนข้างกายนั้นเขามัวไปทำงานนอกบ้านหาเลี้ยงผู้เขียนและบริวาร จะไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรในบ้านนัก (จะหยิบแก้วน้ำในตู้เก็บถ้วยชามยังหยิบไม่ถูกเลย) แน่นอนค่ะเรื่องบันไดท่าน้ำเขาก็ไม่ทันระวัง

โครมเดียวลงไปนั่งตกใจที่อีกระดับ เขาเล่าว่า จุกด้วย กลัวตัวเองจะหัวใจวายด้วยซ้ำ พอได้สติแหงนขึ้นไปเห็นเจ้าถุงเงินยืนมองก็กวักมือเรียก มันวิ่งอ้อมลงดิน(เพราะบันไดหักเสียแล้ว)กระโดดขึ้นไปที่ชานระดับล่าง ไปเลียหัว เลียหน้าเลียตาเขา แล้วก็เอาปากงับดึงเสื้อหลายครั้ง เหมือนจะรู้ว่ามีอะไรผิดปกติ  จนเขาพูดกับมันและพยายามจะลุกขึ้น

ตอนที่เขาตกลงไปรองเท้ากระเด็นตกน้ำไปข้างหนึ่ง เหลือเชื่อว่าเจ้าถุงเงินหมาไทยธรรมดาๆที่ไม่ได้มีใครฝึกหัด กระโดดลงน้ำว่ายไปคาบรองเท้ามาให้เขาได้ ทั้งๆที่ไม่มีใครบอก

เขาเล่าให้ผู้เขียนฟังด้วยความทึ่งในความฉลาดและรักเจ้าของของมัน ผู้เขียนนั้นเลี้ยงมันใกล้ชิด พูดด้วย ให้ของกินเล่นๆเกือบทุกวัน ก็รักในความเป็นหมารื่นเริง(ที่ออกจะเกินไปด้วยซ้ำ) ของมัน ก็ทึ่งไปด้วย และเที่ยวเล่าให้คนรักหมาฟังด้วยความภูมิใจ

แม้เจ้าถุงเงินจะพูดภาษามนุษย์ไม่ได้แต่สิ่งที่มันแสดงออกเช่นนี้ คือ ความรู้คุณ ความภักดีต่อเจ้าของที่น่าปลื้มใจที่ได้เลี้ยงดูอยู่ด้วยกันมา

นอกจากภาพเจ้าถุงเงินแล้ว ยังมีภาพชื่นตาชื่นใจมาฝากนะคะ ช่วงนี้ดอกไม้ออกสะพรั่งเรียกนกเรียกผีเสื้อมามากมาย

นกกินปลีตัวผู้มากินน้ำหวานดอกพู่นายพล

 

นกกินปลีหมู่นี้เขามาเป็นคู่ค่ะ ทั้งตัวผู้และตัวเมีย ดอกศรีมาลาออกแทบทุกก้านและทยอยบานวันละเกือบสิบดอก

โปรดสังเกตรูปเล็กขวาล่างนะคะ เผอิญมากที่ได้ภาพเขาทั้งคู่ ตัวผู้อยู่ติดดอกไม้ และยังได้ภาพนกตัวเมียกระพือปีกตั้งท่าเหมือนนกฮัมมิ่งเลยค่ะ ตัวก็เกือบเท่ากันด้วย

ตอนต่อไปค่อยนำผีเสื้อแสนสวยมาให้ชมนะคะ