คนเลวคือครู ผู้ทำให้เรารู้ว่าเราจะไม่มีชตากรรมเลวร้ายเช่นเดียวกับเขาได้อย่างไร

          ทีนี้ก็มาถึงหลักคิดข้อที่สาม (ผมขออนุญาตเรียกว่าหลักคิด  แต่ท่าน ว. ท่านเรียกว่า สิ่งกลมกล่อม)  ท่านว. เสนอว่า  การที่จะช่วยให้คนธรรมดากลายเป็นมนุษย์ที่มีใจสูง  คือ  ชีวิตของคนดี คือชีวิตที่มีความสุข  ซึ่งมีรายละเอียด  ดังนี้

          1. ความดีเป็นของมีค่า  ให้เธอรักษาเอาไว้  ศัตรูเก่งกล้าจะปราชัย  ก็เพราะในความดีที่เธอทำ

          2. คนดี คือคนที่เรายึดเป็นตัวอย่าง  ทำให้เรารู้ว่า จะเป็นคนดีเช่นนั้นได้อย่างไร  คนเลวคือครู  ผู้ทำให้เรารู้ว่าเราจะไม่มีชตากรรมเลวร้ายเช่นเดียวกับเขาได้อย่างไร 

          3. คนดี คือคนที่ทำความดี โดยไม่เคยทวงถามถึงการตอบแทน  เป็นผู้ให้โดยไม่ขอให้คนอื่นจดจำรำลึกถึง  และเมื่อทำงานใหญ่สำเร็จแล้ว  ก็ยินดีที่จะถอยออกมาอยู่ข้างหลังอย่างสงบ 

          4. อยากมีลูกดี  จงเป็นพ่อแม่ดีให้ลูกดู  อยากมีโชคดี  จงเป็นคนดีให้เทพเจ้าดู  อยากมีอนาคตดี  จงป็นปัจจุบันขณะที่ดีให้ชาวโลกดู

          5. มีเงินเขานับเป็นน้อง  มีทองเขานับเป็นพี่  มีความดี  เขานับเป็นปูชนียบุคคล

          6. ชาติกำเนิดไม่สามารถทำให้ใครเป็นคนเลวได้  เทวดาก็ไม่สามารถทำให้ใครเป็นคนเลวได้  ดวงชะตาก็ไม่สามารถทำให้ใครเป็นคนเลวได้  ปากคนก็ไม่สามารถทำให้ใครเป็นคนเลวได้  แต่ คนจะเป็นอย่างไร  ย่อมขึ้นอยู่กับกรรม  คือการกระทำ ของตัวเองเป็นสำคัญ

          7. ดอกไม้หอมได้บางดอก  แต่มนุษย์นั้นหอมได้ทุกคน  หากเขาเป็นคนดี  กลิ่นดอกไม้แม้หอมขนาดใหน  ก็หอมได้แต่ตามลมเท่านั้น  ส่วนกลิ่นของความดีของคนดีนั้น  หอมหวนทวนลม  ฟุ้งกระจายไปในทิศทั้งสี่  แต่ความดีของคนดีนั้น  สถิตเป็นนิรันดร์เหนือกาลเวลา

          ผมเชื่อว่า  หลักคิดทั้งหลายเหล่านี้  ถ้าเรานำไปปฏิบัติตาม  เราจะหาตัวตนที่แท้จริงของเราพบอย่างแน่นอน  มาทำความดีกันเถิดครับ