สัปดาห์ปลายเดือนมกราคมของทุกปี เป็นสัปดาห์พิเศษในชีวิตของผม ที่จะต้องกันไว้ทำงานให้มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ
ปีนี้เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ ที่ ม. มหิดลจัดศาลายาเสวนา เพื่อคุยกันเรื่องมีความรู้ แต่ไม่ลงมือทำ (Know – Do Gap) และเชิญ Prof. Anne Mills ผู้ได้รับรางวัลปีนี้มาร่วมแสดงความคิดเห็น สนุกมาก ผมได้ความคิดว่า นี่คือโจทย์ของนักวิชาการ ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร
วันอังคารบ่าย ไปฟังการบรรยายของผู้ได้รับรางวัล ๓ ท่านที่ศิริราช ปีนี้พูดสนุกเป็นพิเศษ ต่างจากบางปี ที่ผู้ได้รับรางวัลอายุมาก พูดไม่ค่อยออกแล้ว คือปีนี้ผู้ได้รับรางวัลเป็นคนพูดสนุก ยิ่งคนไทย ๒ คน (นพ. วิวัฒน์ กับคุณมีชัย) พูดเก่งจริงๆ
เพิ่งค้นพบคำให้สำภาษณ์ของ Prof. Anne Mills ในบางกอกโพสต์ ให้สาระดีมาก จึงนำมาบันทึกไว้ให้ตามไปอ่านกันที่นี่
วันพุธเย็น พิธีพระราชทานรางวัล ซึ่งปีนี้สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ เสด็จแทนพระองค์เป็นปีแรก หลังพิธีพระราชทานเป็นการเข้าไปคุยกันเป็นการส่วนพระองค์ สังเกตเห็นว่าทรงพระสำราญในการพูดคุยครั้งนี้มาก
ต่อด้วย PMA Conference วันที่ ๒๘ – ๓๐ ม.ค. ซึ่งผมไปทำหน้าที่ประธานคณะผู้จัดการประชุมแบบเป็น “นักเรียน” ว่าการประชุมครั้งนี้เกิดผลสำเร็จ ๔ ประการเป็นอย่างน้อย
๑. ได้เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนก และพระบรมมราชจักรีวงศ์สมความมุ่งหมาย เพราะงานมีคุณภาพสูงมาก และคำว่า “True success is not in the learning, but in its application to the benefit of mandkind” ของพระองค์ก็เป็นกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
๒. สาระของการประชุม คุณภาพสูงมาก โดยเฉพาะข้อสรุป ที่อยู่ในส่วน Call to Action มีพลังมาก ท่านที่สนใจเข้าไป download เอกสารทั้งหมดได้ที่นี่
๓. ทีมจัดงานคนไทย มาจากหลากหลายหน่วยงาน ทำงานประสานกันได้อย่างเยี่ยม สมาชิกได้เรียนรู้วิธีทำงานอย่างมีคุณภาพสูงและเป็นทีม
๔. สร้างความประทับใจแก่ organizing committee จากต่างประเทศ และแก่ผู้มาร่วมงานทั้งหมด ที่ทีมจัดงานไทยมีความสามารถถึงเพียงนี้ โดยเราเป็นทีมอาสาสมัคร ไม่ใช่นักจัดงานมืออาชีพที่คิดค่าทำงานราคาแพง แต่พวกเราไม่คิดค่าตัวเลย เราทำงานถวายในหลวงและสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ
กลับมาถึงบ้านตอนเย็น ได้ข่าวดีว่าลูกสาวเขา “ไข่สุก ๒ ฟอง” ตกค่ำแม่ช่วยฉีดฮอร์โมนให้เตรียมให้หมอช่วยผสมไข่ในเช้าวันจันทร์ เป็นความคึกคักในครอบครัว เพื่อจะได้หลานเพิ่ม
วิจารณ์ พานิช
๓๑ ม.ค. ๕๓