มาตรฐาน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์
กลุ่มวิจัยและพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีการประมง
สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการประมง
กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
มกราคม 2550
หลักเกณฑ์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์
เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ ที่ได้รับการแนะนำ อบรมแล้ว ต้องปฏิบัติตาม มาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ ตามชนิดหรือประเภทของสัตว์น้ำ ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะสามารถผ่านการรับรองมาตรฐานและได้รับฉลากผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำอินทรีย์ ซึ่งจะทำให้ได้ราคาสูงขึ้นหลักเกณฑ์มีดังนี้
- แนวทางเกษตรผสมผสาน มีกิจกรรมด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง แต่ห้ามสร้างคอกสัตว์กลางบ่อ บนคันดิน
- ฟื้นฟูและรักษาความสมบูรณ์ของน้ำ ดิน โดยใช้ปุ๋ยที่หมักจากเศษพืช มูลสัตว์ภายในฟาร์ม มูลสัตว์ต้องทิ้งมีอายุการเก็บรักษาไม่ต่ำกว่า 60 วัน
- ต้องรักษาความสมดุล ความยั่งยืนของระบบนิเวศ มีพืชปกคลุมครึ่งหนึ่ง ของพื้นที่ฟาร์ม ไม่รวมพื้นที่น้ำ
- มีระบบบำบัดน้ำ การจัดการเลน น้ำทิ้งต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
- ไม่มีสารอันตรายทางการเกษตร สารปนเปื้อนต่างๆ ตกค้างในดินและน้ำ เกินค่ามาตรฐาน
- พื้นที่ตั้งฟาร์มมีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ตั้งอยู่ในเขตห้ามเลี้ยง
- ไม่ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ไม่ใช่อินทรีย์ปะปนกับที่เป็นอินทรีย์ ถ้าไม่สามารถแยกแยะออกจากกันด้วยสายตา
- ห้ามใช้พันธุ์ที่ได้จากการดัดแปรพันธุกรรมหรือผ่านการ ฉายรังสี*
- ใช้พันธุ์ที่ได้จากการผลิตระบบอินทรีย์
- ห้ามใช้พันธุ์สัตว์น้ำแปลงเพศ*
- ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะและสารต้องห้ามต่างๆ ใช้ได้เฉพาะสารที่อนุญาต*
- วัตถุดิบจากธรรมชาติที่ใช้ในฟาร์ม ต้องได้มาโดยส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
- โปรตีนที่นำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำ ต้องมาจากส่วนที่เหลือใช้ หรือวัสดุที่ไม่เหมาะสมสำหรับการบริโภคของคน
- ห้ามใช้สารเคมีและวัสดุต้องห้าม ในอาหารสัตว์น้ำ*
- ห้ามใช้วัสดุ ผลิตผลที่ผ่านการแปรพันธุกรรม ในอาหารสัตว์น้ำ*
- ปล่อยสัตว์น้ำในความหนาแน่นที่กรมประมงกำหนด
- ห้ามใช้สารต้องห้ามในการจัดการด้านสุขภาพและกระบวนการหลังการจับ ให้ใช้สาร วัสดุจากธรรมชาติ*
- ดูแลสัตว์น้ำในระหว่างการเลี้ยง การจับ การขนส่ง ให้เครียดน้อยที่สุด สอดคล้องกับหลักสวัสดิภาพสัตว์ หลังการจับทำให้ตายโดยรวดเร็วและไม่ทรมาน
หลักเกณฑ์ของผลิตภัณฑ์อินทรีย์
- ในการแปรรูปผลิตผลสัตว์น้ำ ต้องใช้ตามกรรมวิธีการผลิตที่ถูกต้อง (Good Manufacturing Practice) สารที่ใช้ต้องเป็นสารที่อนุญาต ระบุในตารางที่ 3 และ4 ภาคผนวกที่ 2
- ต้องมีข้อความแสดงรายละเอียดที่ไม่เป็นเท็จ เห็นได้ง่าย ชัดเจน
- ผลิตผลสัตว์น้ำต้องมาจากการผลิตระบบอินทรีย์*
- ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นอินทรีย์ เป็นส่วนประกอบได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก ไม่รวมน้ำและเกลือ
- ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้มาจากการเกษตร ให้ใช้ได้เฉพาะที่ระบุในภาคผนวก 2 ตารางที่ 3.1-3.7*
- ในผลิตภัณฑ์หนึ่ง ห้ามมีส่วนประกอบชนิดเดียวกันที่มาจากทั้งระบบอินทรีย์และระบบอื่น*
- ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบที่ไม่ใช้อินทรีย์ มากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ห้ามแสดงฉลากว่าเป็นผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ให้ใช้ว่า “ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากผลิตผลอินทรีย์” *
- ต้องแสดงข้อความไว้บริเวณที่เห็นได้ชัดเจน แสดงร้อยละของส่วนประกอบทั้งหมด
- ระบุรายการส่วนประกอบเป็นร้อยละต่อน้ำหนัก เรียงจากมากไปหาน้อย
- ระบุรายการส่วนประกอบทุกชนิด โดยใช้สี รูปแบบ ขนาดอักษรที่เหมือนกัน
- เมื่อเริ่มมีการผลิตตามระบบอินทรีย์ในช่วง 1 รอบการผลิต จึงแสดงข้อความ “ผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ช่วงปรับเปลี่ยนเป็นอินทรีย์” บนสลากได้*
- เครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำอินทรีย์ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมประมง
- ต้องรักษาสภาพการเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์อินทรีย์ไว้จนถึงผู้บริโภค*
- ต้องมีการป้องกัน ผลิตผล ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ไม่ให้ปะปนกับที่ไม่ใช่อินทรีย์ ตลอดเวลา*
- ต้องมีการป้องกัน ผลิตผล ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ไม่ให้สัมผัสกับวัสดุต้องห้าม ตลอดเวลา
- เก็บบันทึกข้อมูล เอกสารระบบบัญชี ปัจจัยการผลิต ผลิตผล ผลิตภัณฑ์ ที่สามารถ ตรวจสอบย้อนกลับไปถึงแหล่งและปริมาณของวัตถุดิบทั้งหมดที่ชื้อและใช้*
มาตรฐานสัตว์น้ำอินทรีย์
เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ จึงจะได้การรับรองว่า ผลิตผล ผลิตภัณฑ์เป็นอินทรีย์ มาตรฐานที่ใช้ในการตรวจประเมินประกอบด้วยองค์กร 2 ระดับ คือ หน่วยรับรองระบบงาน(Accreditation Body, AB) และหน่วยรับรอง(Certification Body, CB) สำหรับระบบการรับรองมาตรฐานสัตว์น้ำอินทรีย์ของประเทศไทย หน่วยรับรองระบบงานคือ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) หน่วยรับรองคือ กรมประมง ดังนั้นมาตรฐานที่ใช้ในการตรวจประเมินของกรมประมงคือ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์เล่ม 1 : การผลิต แปรรูป แสดงฉลากและจำหน่ายเกษตรอินทรีย์(มกอช.9000-2546) ซึ่งผ่านขั้นตอนประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2546 แต่เป็นลักษณะมาตรฐานสมัครใจ ส่วนมาตรฐานของกรมประมงได้จัดพิมพ์เผยแพร่แล้ว ตั้งแต่ปี 2547 โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติให้ใช้เป็นคู่มือไปก่อน จนกว่าจะมีการนำไปประกอบการพิจารณาแก้ไขให้อยู่ในมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เล่มใหม่ มาตรฐานของกรมประมงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ
มาตรฐานทั่วไป (General Standards) ครอบคลุมการผลิตสัตว์น้ำอินทรีย์ทุกชนิด มี 1 เล่ม คือ
มาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ของประเทศไทย
หลักการและเหตุผล
ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยวิธีเคมี พบว่านอกจากจะไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคแล้ว ยังทำให้ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมขาดความสมดุล ทำให้ผู้บริโภคตื่นตัวหันมาบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยระบบอินทรีย์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระบบอินทรีย์เพิ่งดำเนินการมาไม่นานนักและกำลังได้รับความสนใจจากตลาดผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ กุ้งทะเลที่ผลิตโดยระบบอินทรีย์ สามารถทำการส่งออกได้เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพในการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลที่สูง
การรับรองมาตรฐานสินค้าสัตว์น้ำอินทรีย์มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการรับรองจากหน่วยรับรอง ซึ่งเป็นการรับรองทุกขั้นตอนการผลิตไม่ใช่การรับรองเฉพาะผลผลิตเท่านั้น ปัจจุบันภาคเอกชนยังต้องขอการรับรองจากองค์กรต่างประเทศคือ Bioagricoop จากอิตาลีที่ได้ให้การรับรองโรงงานผลิตอาหารกุ้งอินทรีย์ ฟาร์มเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ โรงงานแปรรูปกุ้งอินทรีย์และรับรองผลิตภัณฑ์อินทรีย์ มาตั้งแต่ปี 2546 ดังนั้นเพื่อเป็นการยกมาตรฐานการผลิตให้สูงขึ้น ผลผลิตปลอดภัยต่อผู้บริโภคและรักษาสภาพแวดล้อม กรมประมงจึงจัดทำมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ของประเทศไทย เพื่อให้เป็นรูปแบบของประเทศไทยสร้างความเชื่อถือของระบบการรับรองกับองค์กรต่างประเทศเป็นที่ยอมรับของตลาดผู้บริโภคในต่างประเทศ
ขอบข่าย
ครอบคลุมขั้นตอนการผลิตในระดับฟาร์ม การเก็บเกี่ยวผลผลิต การขนส่ง การแปรรูป การแสดงฉลากของสัตว์น้ำทุกชนิด
บทนิยาม
อินทรีย์ ระบบการจัดการผลิตที่รักษาระบบนิเวศ ดำรงความหลากหลายทางชีวภาพ ใช้วัสดุธรรมชาติ ห้ามใช้ยา สารเคมี ฮอร์โมนสังเคราะห์ ห้ามใช้พืช สัตว์ จุลินทรีย์ที่ได้จากการดัดแปรพันธุกรรม
การดัดแปรพันธุกรรม การปรับเปลี่ยนพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตให้มีคุณลักษณะใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่
เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ เทคนิคการถ่ายทอดสารพันธุกรรมระหว่างสิ่งมีชีวิต โดยการตัดต่อดีเอ็นเอ การฉีดกรดนิวคลีอิก ยีน ที่ได้จากการสังเคราะห์เข้าสู่เซลล์หรืออวัยวะต่างๆ
สารเคมีสังเคราะห์ สารที่ผลิตโดยกระบวนการทางเคมี
ระยะปรับเปลี่ยน ช่วงระยะเวลาที่เริ่มทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ จนได้รับการรับรอง
การผลิตระบบคู่ขนาน กระบวนการต่างๆ ของระบบอินทรีย์ ที่ได้การรับรองแล้วและที่ยังไม่ได้การรับรอง
การปฏิบัติต่อสัตว์น้ำ การคัดแยก เก็บรักษา ขนส่ง ผลผลิตอินทรีย์
ผู้ประกอบการ ผู้ที่ดำเนินการในการผลิต จัดเตรียม นำเข้าผลิตภัณฑ์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นผู้จัดจำหน่าย
หน่วยรับรอง หน่วยงานที่ดำเนินการรับรองมาตรฐานระบบอินทรีย์ ซึ่งได้รับการรับรองระบบแล้ว
การรับรองระบบงาน การที่หน่วยงานรัฐบาลหรือ องค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มอบหมายหน่วยงาน องค์กรต่างๆ สามารถรับรองมาตรฐานระบบอินทรีย์ได้
หน่วยรับรองระบบงาน หน่วยงานรัฐบาลหรือองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ ให้การรับรองระบบแก่หน่วยงานในการออกใบรับรองและหรือตรวจสอบ
เครื่องหมายรับรอง ลายเซ็น สัญลักษณ์ เครื่องหมายหน่วยรับรองที่ระบุว่าผลผลิตผ่านการรับรองแล้ว
การปรับเปลี่ยนเป็นการผลิตระบบอินทรีย์
หลักการ การปรับเปลี่ยนจากระบบทั่วไป มาเป็นระบบอินทรีย์ ต้องอยู่ในเงื่อนไขของผู้ให้การรับรอง
มีแผนการผลิตที่ชัดเจน
มาตรฐาน ๏ อาจได้รับอนุญาตให้ทำการผลิตคู่ขนานได้ ในระยะการปรับเปลี่ยน
๏ ระยะปรับเปลี่ยนต้องไม่ต่ำกว่า 1 รอบการผลิต
๏ ฟาร์มที่ผ่านการรับรองแล้ว หากไม่ประสงค์จะดำเนินการผลิตต่อไป ต้องแจ้งให้ผู้ให้
การรับรอง ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 รอบการผลิต
สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์
หลักการ สถานประกอบการต้องปฏิบัติ สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎหมาย เงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ต้องสามารถแสดงเอกสารการใช้ประโยชน์ที่ดิน
มาตรฐาน ๏ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และเป็นฟาร์มมาตรฐาน การเพาะเลี้ยง
สัตว์น้ำที่ดี
๏ อยู่นอกเขตป่าชายเลน ไม่อยู่ภายใต้ภายใต้มาตรา 9 ของ พรบ. ส่งเสริมและรักษา
คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535
๏ ต้องผ่านการตรวจสอบสารตกค้างในพื้นที่ก่อน มีการเฝ้าระวังการใช้สารเคมี
ที่ก่อให้เกิดการสะสมของโลหะหนัก ยาฆ่าแมลง
๏ ใกล้แหล่งน้ำคุณภาพดี ห่างจากแหล่งมลพิษ
๏ คมนาคมสะดวก
การจัดการทั่วไปภายในฟาร์ม
การจัดการฟาร์ม
หลักการ ต้องมีระบบการจัดการ ที่เอื้ออำนวยต่อการตรวจสอบ ระบบอินทรีย์ มีแผนป้องกันสารปนเปื้อน ในระหว่างการใช้ปัจจัยการผลิต เครื่องมืออุปกรณ์ การคมนาคมขนส่ง
มาตรฐาน ๏ จัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์พื้นที่ฟาร์ม* ระบุหมายเลขของหน่วยผลิต
๏ มีมาตรการด้านความสะอาด ความเรียบร้อยในฟาร์ม ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ดี
๏ จัดเก็บรักษาเครื่องมือ อุปกรณ์ อย่างเป็นระเบียบ พร้อมใช้งาน
๏ มอบหมายการปฏิบัติงานแก่พนักงานอย่างชัดเจน
๏ มีมาตรการประหยัดพลังงาน
ระบบนิเวศภายในฟาร์ม
หลักการ ต้องมีมาตรการ ในการลดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม รักษาระบบนิเวศ สภาพแวดล้อมทั้งภายในและนอกฟาร์ม การดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐานอย่างเคร่งครัด
มาตรฐาน ๏ กำหนดให้มีระยะห่างระหว่างระบบอินทรีย์กับระบบทั่วไปที่เหมาะสม
๏ ส่งเสริมให้มีการเพิ่มพูนระบบนิเวศที่ดีในพื้นที่
การคัดเลือกพันธุ์สัตว์น้ำ
หลักการ ฟาร์มที่ผ่านการรับรองแล้ว ต้องมีมาตรการในการคัดเลือกพันธุ์ให้สอดคล้องกับ
มาตรฐานการผลิตอินทรีย์
มาตรฐาน ๏ ต้องเป็นพันธุ์ที่ได้จากการผลิตระบบอินทรีย์ หากไม่สามารถจัดหาได้อนุโลมให้ใช้
จากฟาร์ม GAP
๏ ห้ามใช้พันธุ์ที่ได้จากการดัดแปรพันธุกรรม
๏ พันธุ์สัตว์น้ำต้องมีขนาดตามที่กำหนดในมาตรฐานเฉพาะ สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรค
การจัดการด้านอาหาร
หลักการ เป็นอาหารที่มีคุณภาพดี ตรงกับความต้องการทางโภชนาการของสัตว์น้ำ ทั้งขนาดและวัย ผลิตจากวัสดุอินทรีย์ เป็นของเหลือผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตอาหารอินทรีย์และจากธรรมชาติ ที่ไม่เหมาะสมสำหรับการบริโภคของคน
มาตรฐาน ๏ อาหารที่ใช้ อย่างน้อย 50% ของแหล่งโปรตีนต้องมาจากผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต
๏ ห้ามใช้สารปรุงแต่งอาหารที่อยู่ในรูปของสารเคมีสังเคราะห์ อาจให้ใช้ได้เฉพาะในรูปที่
เป็นธรรมชาติ
๏ ห้ามใช้สิ่งขับถ่ายของคน
๏ อาหารต้องไม่ประกอบด้วยวัสดุสังเคราะห์ดังนี้ สารกระตุ้นการกินอาหาร สารเร่งการ
เติบโต สารต้านอนุมูลอิสระ สารถนอมอาหาร วัสดุที่ได้จากการสกัดด้วยตัวทำละลาย
สารแต่งสี สารดัดแปรพันธุกรรม
๏ ถ้าจำเป็นต้องใช้สารเคมีสังเคราะห์เพื่อถนอมอาหารต้องอยู่ในเงื่อนไขที่กรมประมง
กำหนด
๏ แบคทีเรีย เชื้อรา เอนไซม์ ผลิตผลจากอุตสาหกรรมอาหาร ผลิตภัณฑ์จากพืช ให้ใช้
ถนอมอาหารได้
๏ ห้ามใช้วัตถุดิบที่ผลิตจากสัตว์น้ำมาผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดเดียวกัน
การจัดการสุขภาพสัตว์น้ำและการป้องกันโรค
หลักการ ต้องมีมาตรการเฝ้าระวังโรคระบาดภายในฟาร์ม โดยมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา คัดเลือกสายพันธุ์ที่ทนทานต่อโรค ฟาร์มมีสุขลักษณะที่ดี ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำบาง ไม่ใช้สารเคมี
มาตรฐาน ๏ มีแผนการป้องกัน เฝ้าระวังโรค อย่างสม่ำเสมอ
๏ ตรวจสุขภาพสัตว์น้ำเป็นประจำ มีแผนการแก้ไขเมื่อพบปัญหา
๏ สอดส่องดูแล กำจัดพาหะนำโรคต่างๆ ตามสถานที่เลี้ยง อาคารเป็นระยะ
๏ จัดเก็บสารเคมีที่อนุญาต อุปกรณ์ที่ใช้รักษาโรคอย่างถูกต้อง เป็นระเบียบ พร้อมใช้งาน
การจัดการของเสีย ตะกอนจากการเพาะเลี้ยง
หลักการ ต้องมีระบบเฝ้าระวังเกี่ยวกับของเสียจากกระบวนการผลิต มีการจัดการด้านคุณภาพน้ำที่ดีมีมาตรฐาน
มาตรฐาน ๏ ต้องมีระบบกำจัดของเสีย วิธีการบำบัดที่ชัดเจน
๏ น้ำทิ้งต้องอยู่ในระดับมาตรฐานที่กำหนด
๏ ใช้ความระมัดระวังในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ
การจับและการขนส่ง
หลักการ ในขณะจับสัตว์น้ำต้องทำให้สัตว์น้ำเครียดน้อยที่สุด ไม่ให้เกิดการทรมานก่อนตายและไม่ให้เกิดผลทางลบต่อสภาพแวดล้อม การลำเลียงสัตว์น้ำมีชีวิตต้องควบคุมคุณภาพน้ำให้เหมาะสม ต่อการมีชีวิต
มาตรฐาน ๏ ใช้เครื่องมือในการจับที่เหมาะสมมีประสิทธิภาพ
๏ ทำให้สัตว์น้ำตายอย่างรวดเร็ว ไม่ทรมานก่อนตาย
๏ ห้ามใช้สารเคมีสังเคราะห์ในการจับและขนส่ง
๏ ทิ้งน้ำจากการทำให้สัตว์น้ำสลบ ลงสู่รางน้ำทิ้ง
การแปรรูปผลผลิตสัตว์น้ำอินทรีย์
หลักการ ต้องสามารถคงคุณค่าทางอาหารของผลผลิต ต้องแยกขั้นตอนการแปรรูปออกจากผลผลิตที่ไม่ใช่อินทรีย์ ใช้วิธีการแปรรูปที่ประหยัดพลังงานและส่งผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
มาตรฐาน ๏ โรงงานแปรรูปต้องได้รับการรับรองหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) และ
หลักเกณฑ์การวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม(HACCP)
๏ วัตถุดิบต้องได้รับการรับรองมาตรฐานอินทรีย์และต้องเก็บแยกจากที่ไม่ใช่ผลผลิตอินทรีย์
๏ สารเคมี สารปรุงรส วัสดุบรรจุภัณฑ์ ต้องได้รับการรับรองตามข้อกำหนดของ
มาตรฐานอินทรีย์
๏ กระบวนการแปรรูปต้องแยกจากการแปรรูปที่ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์อินทรีย์
๏ แยกเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ออกจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อินทรีย์หรือติดเครื่องหมาย
๏ แยกการขนส่งผลิตภัณฑ์ออกจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อินทรีย์
๏ ต้องทำระบบเอกสารแสดงให้เห็นถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ เพื่อสามารถตรวจ
ย้อนกลับได้
การแสดงฉลาก
หลักการ ผลผลิต ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ จะสามารถใช้ แสดงสลากอินทรีย์ ได้ก็ต่อเมื่อผลผลิต ผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานรับรองมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์แล้วเท่านั้น
มาตรฐาน ๏ ต้องระบุชื่อ ที่ตั้งของผู้ผลิตและหน่วยรับรอง
๏ การคำนวณส่วนผสมผลิตภัณฑ์อินทรีย์ จะไม่รวมน้ำและเกลือที่เติมลงไป
๏ ผลิตภัณฑ์แปรรูปต้องมีส่วนผสมของผลผลิตอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองแล้ว ไม่ต่ำกว่า
95% โดยน้ำหนัก จึงสามารถพิมพ์คำว่า ผลิตภัณฑ์อินทรีย์
๏ ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีส่วนผสมของผลผลิตอินทรีย์ระหว่าง 70-95% มีสิทธิ์อ้างว่าเป็น
ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตถุดิบอินทรีย์
๏ ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีส่วนผสมหลายชนิด ให้ระบุส่วนผสมเป็น%โดยน้ำหนัก เรียงตาม
สัดส่วน ระบุให้ชัดเจนว่าส่วนผสมใดเป็นอินทรีย์ ระบุชื่อสารปรุงแต่งที่ใช้
๏ ก่อนทำการพิมพ์ฉลากผลิตภัณฑ์ที่อินทรีย์ ต้องส่งสำเนาต้นฉบับให้หน่วยรับรอง
ตรวจสอบก่อน
ความรับผิดชอบต่อสังคม
หลักการ ปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมาย ด้านการจ้างแรงงาน ความปลอดภัยระหว่างการทำงาน
ด้านสวัสดิการความเป็นอยู่ที่ดี สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสังคมรอบข้าง
มาตรฐาน ๏ กระบวนการผลิตที่ขัดกับหลักการพื้นฐานว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ไม่สามารถให้การ
รับรองมาตรฐานอินทรีย์ได้
๏ จัดอุปกรณ์ เครื่องมือเพื่อรักษาความปลอดภัยระหว่างการทำงาน จัดสวัสดิการ
ให้แก่เจ้าหน้าที่ตามสมควร
๏ ให้ความร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นตามสมควร
การรวมกลุ่มและการฝึกอบรม
หลักการ การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ จะทำให้มีการพัฒนาเพื่อเข้าสู่มาตรฐานสากลอย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ๏ เจ้าหน้าที่ต้องได้รับการฝึกอบรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ ตามตารางกำหนดที่ระบุ
ไว้ในแผนการปรับเปลี่ยน
๏ ผู้ประกอบการในทุกขั้นตอน ต้องได้รับการฝึกอบรมวิธีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP)
วิธีการปฏิบัติที่ดีในการผลิตอาหารให้ถูกสุขลักษณะ(GMP)
๏ อบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ ให้ทันต่อเหตุการณ์และข่าวสาร
ระบบการเก็บข้อมูล
หลักการ ต้องบันทึกข้อมูลทุกกิจกรรมของระบบอย่างละเอียด ตามข้อมาตรฐานของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
มาตรฐาน ๏ จัดเจ้าหน้าที่ ดูแลการจัดทำระบบจัดเก็บเอกสารและบันทึกข้อมูล
๏ เก็บรักษาเอกสารต่างๆเพื่อการตรวจสอบ ไม่ต่ำกว่า 2 ปี
๏ ต้องจดบันทึกการใช้ปัจจัยการผลิตทุกชนิด ทุกครั้ง และต้องระบุแหล่งที่มา
มาตรฐานเฉพาะ (Specific Standards) สำหรับการผลิตสัตว์น้ำอินทรีย์แต่ละชนิด มี 3 เล่ม คือ
1. มาตรฐานผลิตภัณฑ์กุ้งทะเลอินทรีย์จากการเพาะเลี้ยงของประเทศไทย
หลักการและเหตุผล
มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ส่วนใหญ่เป็นมาตรฐานด้านพืชอินทรีย์ รองลงมาเป็นปศุสัตว์อินทรีย์ ส่วนด้านสัตว์น้ำอินทรีย์ยังคงมีน้อยมาก การรับรองสัตว์น้ำอินทรีย์ครั้งแรกเป็นการรับรองปลาแซลมอนที่ส่งไปตลาดยุโรป ปริมาณ 500 ตันของ The New Zealand King Salmon Company Limited เมื่อปี 2537 การรับรองกุ้งทะเลอินทรีย์ ได้รับการรับรองครั้งแรก คือกุ้งทะเลที่ผลิตในประเทศเอกวาดอร์ เมื่อปี 2543
มาตรฐานการเพาะเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ของ Naturland จากเยอรมัน ได้ให้การรับรองฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ จนถึงเมษายน 2546 ได้จำนวน 5 ฟาร์มในเอกวาดอร์ 1 ฟาร์มในเปรู 1 กลุ่มที่มีสมาชิก 156 รายในอินโดนีเซีย 1 กลุ่มที่มีสมาชิก 1022 รายในเวียดนาม และโรงเพาะ
แวะมาหาความรู้ครับ