ปากพนังมีปัญหาเรื่องของน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการที่น้ำเค็มรุกเข้าไปในแม่น้ำปากพนัง ทำให้ชาวบ้านใช้น้ำในการอุปโภค บริโภคไม่ได้ ปัญหาของดินเปรี้ยว และปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในทุกๆปี จนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ ในการแก้ปัญหาและ พัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนังขึ้น เพื่อช่วยเหลือราษฎร โดยพระองค์ทรงให้จัดสร้างประตูระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำและเก็บกักน้ำจืด พร้อมกับจัดระบบการกระจายน้ำ เพื่อการเพาะปลูก

 

       ขอมอบดอกไม้ช่อนี้ให้กับผู้อ่านบันทึกนี้ทุกท่านคะ  แต่ขอถามนิดนึงว่าดอกไม้ช่อนี้มีชื่อว่าอะไรคะ    รบกวนท่านผู้รู้ทั้งหลายช่วยตอบด้วย กำลังออกดอกบานสะพรั่งก็เลยถ่ายรูปเก็บมาฝากกัน...

     วันนี้ฉันต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่อยู่เวรยามที่โรงเรียนพอเสร็จจากการปฏิบัติหน้าที่และมีเวลาว่างพอเลยขับรถไปยังโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบริเวณที่ปากพนังแห่งนี้ มีปัญหาเรื่องของน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการที่น้ำเค็มรุกเข้าไปในแม่น้ำปากพนัง ทำให้ชาวบ้านใช้น้ำในการอุปโภค บริโภคไม่ได้ ปัญหาของดินเปรี้ยว และปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในทุกๆปี จนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ ในการแก้ปัญหาและ พัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนังขึ้น เพื่อช่วยเหลือราษฎร โดยพระองค์ทรงให้จัดสร้างประตูระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำและเก็บกักน้ำจืด พร้อมกับจัดระบบการกระจายน้ำ เพื่อการเพาะปลูกคะก่อนอื่นมารู้ประวัติของปากพนังนิดนึงนะคะ

         "ลุ่มน้ำปากพนัง" เป็นนามเรียก ที่มีความหมายบ่งบอก เอกลักษณ์ เฉพาะอยู่ในตัว กล่าวคือ จากคำว่า "พนัง" ที่แปลว่า "กำบัง" และคำว่า "ปากพนัง" ที่เป็นชื่อเรียกอย่างสั้นๆ ของ "ปากแม่น้ำพนัง" ซึ่งบริเวณ ปากแม่น้ำพนังนี้ เป็นทำเลดี มีความเหมาะสม ที่จะใช้เป็นที่จอดเรือ หลบมรสุม ขนถ่ายสินค้า กอปรกับ ปากพนังนี้ มีพื้นที่ ราบลุ่มอันกว้างใหญ่ เหมาะที่จะทำนา บนสองฟากฝั่ง ของสายน้ำปากพนัง ที่มีความยาว 147 กิโลเมตร 

                 

      ครั้งอดีตปากพนัง เป็นเมืองท่า ที่มีความสำคัญ พิเศษ เสมือน เป็นหัวใจของ เมือง นครศรีธรรมราช มีพื้นที่ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร และผลผลิตมี "ข้าว" มี "ปลา" น้ำท่าเพียบพร้อม ทำนาได้ผลดี เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ที่สำคัญ ผู้คน ที่ผ่านไปมา จะพบเห็น โรงสีข้าว จำนวนมาก ตั้งอยู่เรียงราย ขนานลำน้ำ ปากพนัง และลำน้ำสาขา กล่าวกันว่า แม้แต่ ชาวชวา มลายู ก็ต้อง แล่นเรือ มาซื้อข้าว ถึงปากพนัง เศรษฐกิจ ที่ปากพนัง เคยรุ่งเรือง

 

ทางเข้าไปยังโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังสืบเนื่องมาจากพระราชดำริ

 ภายในโครงการฯมีสถานที่และสิ่งที่น่าสนใจมากมายเช่นพระตำหนักประทับแรม

ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์  เป็นต้น

       เมื่อขับรถเข้าไปด้านในจะพบกับพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯซึ่งแสดงถึงเรื่องราว  ความเป็นมาของโครงการดังกล่าวนี้  ซึ่งฉันเคยนำนักเรียนมาศึกษาณ ที่นี้หลายครั้งแล้วเช่นกัน

 

ภาพแสดงอาคารพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯเหมาะที่เข้าไปหาความรู้เป็นอย่างยิ่ง

         และเมื่อผ่านอาคารพิพิธภัณฑ์มาแล้วก็จะเจอกับอนุสาวรีย์เป็นรูปปล่องโรงสีไฟขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าสีเหลืองทอง  มองเห็นแต่ไกลมีสวนหย่อมไว้ให้ผู้ที่มาท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

 

      ฉันมุ่งหน้าขับรถต่อไปยังภายในวันนี้อากาศร้อนเป็นพิเศษเลยทีเดียวแต่ยังมีนักท่องเที่ยวมากันมากมาย สิ่งที่อยู่ตรงหน้าฉันคือป้ายบอกชื่อประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ เป็น นามพระราชทานที่เป็นมงคลยิ่ง มีความหมายถึง ความสามารถ แบ่งแยก น้ำจืด น้ำเค็ม ได้สำเร็จ นั่นคือ มีการบริหาร จัดการ อย่างสมดุล ปิดกั้นน้ำเค็ม ไม่ให้รุก เข้าไป ในลำน้ำ กักเก็บน้ำจืด ไว้ใช้ ดำรงชีพ ซึ่งจะเป็น บทเริ่มต้น ในการพัฒนา คุณภาพชีวิต ของผู้คน และเอื้ออำนวย ให้การใช้ ทรัพยากร ธรรมชาติ ในลุ่มน้ำปากพนัง เป็นไป อย่างยั่งยืนคะ

 

      โครงการพัฒนา ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ เป็น การพัฒนา อย่างผสมผสาน บริหารจัดการ ทรัพยากร ทั้งลุ่มน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ 1,900,000 ล้านไร่ โดยมุ่งเน้นการพัฒนา เพื่อลดสภาพปัญหาทางเศรษฐกิจ และสังคม ของผู้คนที่มีอยู่เรื้อรัง ให้มีระดับ ความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น อย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับ การใช้ประโยชน์ จากทรัพยากร ธรรมชาติ ิอย่างเหมาะสม เพื่อให้ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คืนกลับสู่ปากพนัง อย่างยั่งยืนในที่สุด โดย กิจกรรมการ พัฒนาด้านต่างๆ ได้มี ความก้าวหน้าไป เป็นระยะๆ

ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ

        ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิมีความสามารถ เก็บกักน้ำจืด เหนือประตู ระบายน้ำ ได้ 72 ล้านลูกบาศก์เมตร มี 10 ช่องบานระบาย และ มีประสิทธิภาพ ในการระบายน้ำ ในอัตรา 1,246 ลูกบาศก์เมตร/วินาที โดยมีการบริหารจัดการ อย่างผสมผสาน ทั้งหลักวิชาการ และเทคโนโลยี การจัดการน้ำ ของกรมชลประทาน ผนวกกับ การมีส่วนร่วม ขององค์กรท้องถิ่น ในรูปของคณะกรรมการ เปิด-ปิดประตูระบายน้ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่คน และสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ลุ่มน้ำ ปากพนัง อย่างสมบูรณ์

 

ทัศนียภาพบริเวณประตูระบายน้ำอุกวิภาชประสิทธิสวยงามยิ่งนัก

       ในอดีต 102 ปีที่แล้ว ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสปากพนัง ท่านได้เสด็จมาเปิดโรงสีที่นี่ แสดงถึงความรุ่งเรืองของลุ่มน้ำปากพนัง เป็นแม่น้ำสายหลักของทางภาคใต้ที่เจริญที่สุดในช่วงนั้น ปัจจุบันยังปรากฏร่องรอยของโรงสีซึ่งมีมาก จำนวนประมาณ 19โรง ก็แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์ของอู่ข้าวอู่น้ำทางภาคใต้ในอดีตซึ่งมรว.คึกฤทธิ์ท่านเคยได้มายังปากพนังและเปรียบเทียบปล่องโรงสีเหมือนแจกันยักษ์ที่มีดอกไม้ปักอยู่

ปล่องโรงสีในอดีตยังคงมีปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไป

ภาพนี้ตั้งใจนำมาฝากเพราะตั้งใจทำให้เป็นภาพวาด(สังเกตุดูให้ดีนะคะ)

       การถ่ายทอดเรื่องราวในวันนี้คงจะต้องยุติเพียงแค่นี้ก่อนหากมีเรื่องราวที่น่าสนใจจะนำมาถ่ายทอดให้อ่านใหม่นะคะ..บ๊าย บาย

ข้อมูลอ้างอิงบางส่วนจากมูลนิธิชัยพัฒนา   

เพลงประกอบ handy man :jame taylor