บุคลากรสำนักหอสมุดได้เข้าร่วมงาน WUNCA 21st & CIT 2010 จำนวน 4 คน ประกอบด้วยคุณจุฑาทิพย์ โอสนานนท์ หัวหน้าหอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ คุณฐิติมา หิรัญเวชยางกูร หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีห้องสมุด คุณประภัสร์ ภูมิไชยา นักวิชาการคอมพิวเตอร์ สังกัดฝ่ายเทคโนโลยีห้องสมุด และคุณฐิติพงศ์ ลิ้มพงศานุรักษ์
งานนี้นอกจากจะได้รับทราบพัฒนาการและความคืบหน้าของการดำเนินงานกิจกรรมบนเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) แล้ว ยังช่วยให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเครือข่ายระหว่างกลุ่มสมาชิก นอกจากนี้ยังมี Workshops อีกมากมายที่สามารถเลือกเข้ารับฟังได้ตามความสนใจ งานนี้โดยภาพรวมก็ได้รับการต้อนรับและเอาใจใส่จากเจ้าภาพอย่างดีเช่นเคย ขอเล่าเรื่องจากการไปประชุม ดังนี้
วันที่ 13 มกราคม 2553
เวลา 9.00 ลงทะเบียน ณ.บริเวณห้องสมุด ม.บูรพาวิทยาเขตจันทบุรี
เวลา 10.00 น. ท่านเลขาธิการ สกอ. ดร.สุเมธ แย้มนุ่มได้เข้ามาบรรยาย ในหัวข้อ UniNet พบมหาวิทยาลัย ท่านได้พูดถึงโครงสร้างระบบเครือข่าย UniNet จากอดีต มาถึงปัจจุบันและอนาคต โดยมีการขยาย จากมหาวิทยาลัยรัฐ ไปสู่มหาวิทยาลัยราชภัฎ มหาวิทยาลัยราชมงคล และสถานศึกษาชุมชนอื่นๆ เพื่อสามารถใช้งานในระบบเครือข่าย UniNet ได้ทั่วถึง จากนั้นท่านเลขาฯ ได้กล่าวถึงการพัฒนาเครือข่ายห้องสมุดภายในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นการร่วมมือกันของห้องสมุดระดับอุดมศึกษาในประเทศ มีการจัดตั้งกลุ่ม มีการพัฒนาระบบการทำงานของห้องสมุดในระดับอุดมศึกษา รวมถึงการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ฐานข้อมูล วารสาร, วิทยานิพนธ์ เป็นต้น นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่การสัมมนาครั้งนี้ได้จุดประกายความรู้ซึ่งบางครั้งเราอาจไม่ทราบ และเป็นโอกาสที่จะได้นำความรู้มาพัฒนางานต่อไป
เวลา 12.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
ระหว่างพักรับประทานอาหารยังพอมีเวลา เราสามารถเดิน ดูผลการ และผลิตภัณฑ์จากบริษัทร้านค้าที่ได้มาออกบูธ แสดงกิจกรรมของทางบริษัท ซึ่งจุดนี้เองทำให้เราเกิด ไอเดีย และวิสัยทัศน์ขึ้นมาทันทีเนื่องจากนวัตกรรมของเทคโนโลยีต่างๆมีการพัฒนาขึ้นโดยที่เราเองก้าวตามไม่ทัน เช่นระบบอุปกรณ์เครือข่ายทุกประเภท การวางแผนวางระบบอุปกรณ์ไอที ซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ ซอฟท์แวร์ระบบห้องสมุด ระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และระบบเครื่องพิมพ์อัตโนมัติ ซึ่ง บูธต่างๆ ที่บริษัท ห้างร้านได้นำมาเสนอนั้นเราสามารถนำมาใช้กับระบบเทคโนโลยีไอทีกับ ศูนย์การเรียนรู้ ฯ มธ. ที่จะสร้างในอนาคต
เวลา 13.00 – 17.00 น. ทางบริษัทต่างๆ ได้จัดเป็นห้องต่างๆ เพื่อให้ผู้มีความสนใจในแต่ละด้านแต่ละส่วนได้เข้ารับฟังคำบรรยายและข้อเสนอแนะ
วันที่ 14 ม.ค. 2553 เนื่องจากเราไปกัน 4 คน จึงแยกกันไปเป็น 2 ทีม ในวันนี้
โปรแกรมแรกที่เข้าฟังบรรยายคือ “ยุทธศาสตร์อินเทอร์เน็ตไทย : ข้อคิดเห็น โดยอาจารย์ยรรยง เต็งอำนวย งานนี้อาจารย์มียุทธศาสตร์ YesNet มานำเสนอ หลักการก็คือระบบเครือข่ายขององค์กรใดๆ ก็ตาม ควรมี Bandwidth เพื่อรองรับการใช้งาน 3 ระดับ ประกอบด้วย
- ป = ปกติ ได้แก่การใช้งานอินเทอร์เน็ตปกติ เช่นการรับ-ส่ง e-mail การเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมถึงการอัพโหลด ดาวน์โหลดงานต่าง ๆ
- บ = บิต คือการใช้งานประเภท BitTorrent โดย Bit ในที่นี้เน้นที่อยู่ในรูป Content Delivery ไม่ใช่เพื่อการดาวน์โหลดหนังผี ซีดีเถื่อน
- ค = คุย ได้แก่การพูดคุยโดยใช้โปรแกรมยอดนิยมต่างๆ ได้แก่ MSN, Skype, Camfrog หรือ Google Wave ซึ่งมีลักษณะเป็น Real-time Interactive
โปรแกรมที่ 2 คือการบรรยายในหัวข้อ “แนวโน้มเทคโนโลยี Virtualization” โดย รศ.สุรศักดิ์ สงวนพงษ์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเทคโนโลยีนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญตลอด 5 ปีในอนาคต เพราะจะช่วยให้มีการใช้ทรัพยากร ได้แก่ Network, Server, Client, Storage ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยให้การบริหารและบริการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและลดระยะเวลาการปิดบำรุงรักษา
โปรแกรมที่ 3 หัวข้อ “E-Learning Delivery System” โดย ผศ.ดร. เด่นพงษ์ สุดภักดี รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น งานนี้ท่านวิทยากรนำเสนอตัวอย่างการทำ E-Learning ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และกล่าวถึงความท้าทายของระบบฯ ที่จะต้องคำนึงถึง สมรรถนะการใช้งาน ความสามารถในการรอบรับการใช้งาน การง่ายต่อการเข้าถึง การแก้ไขปัญหา การสร้าง Document และการจะ Delivery ออกไปถึงผู้ใช้ โดยในด้านฮาร์ดแวร์ อาจารย์ให้ความสำคัญกับ RAM àHarddisk àCPU ตามลำดับ
สำหรับช่วงพักรับประทานอาหาร หลังจากเติมพลังให้ท้องแล้ว ได้มีโอกาสเดินชมบูธต่างๆ ภายในงาน ส่วนมากก็ยังคงเป็นพันธมิตรเดิมๆ ของงาน WUNCA ซึ่งงานนี้ได้แวะเยี่ยมชมบูธระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WALAI AutoLib ซึ่งพัฒนาถึงขั้นทำระบบ Self Check ด้วย RFID ได้แล้ว และที่น่าสนใจอีกอย่างคือการยืมหนังสือผ่านระบบ Self Check ของที่นี่ ซึ่งไม่ต้องวางหนังสือที่เครื่องทีละเล่ม แต่สามารถวางกองทีละหลายๆ เล่มได้เลย โดยความสูงของกองหนังสือจะต้องไม่เกิน 1 ฟุต
จากนั้นก็ได้ไปแวะบูธของระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ALIST ซึ่งที่นี่ก็พัฒนาถึงขั้นใช้ Self Check ได้แล้วเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ได้ทดลองระบบกับห้องสมุดของ มอ.
สำหรับบูธอื่นๆ ที่แวะไปชมเพื่อติดตามความก้าวหน้าด้าน IT ที่พอจะนำมาประยุกต์ใช้กับงานของห้องสมุดได้ ก็คือบูธของบริษัท RICOH ซึ่งปีนี้นำเครื่องพิมพ์ที่มีฟังก์ชั่นการสแกนเอกสารมานำเสนอ ซึ่งเมื่อผู้ใช้บริการสแกนเอกสารเสร็จ สามารถคลิกส่งเอกสารไปยัง e-mail หรือส่งกลับไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตนเองใช้ได้เลย นอกจากนี้เครื่องดังกล่าวยังมีโปรแกรมเสริมซึ่งเป็นระบบจ่ายเงินอัตโนมัติ ซึ่งระบบดังกล่าวเหมาะที่จะนำมาใช้กับห้องคอมพิวเตอร์ซึ่งมีบริการพิมพ์งานและงานสแกนเอกสาร นอกจากนี้มีบูธที่นำเสนอระบบบริหารทรัพยากรองค์กร ซึ่งระบบที่น่าสนใจคือ ระบบจัดซื้อ ระบบครุภัณฑ์ ระบบวัสดุ ระบบประเมินและระบบบุคลากร
เวลา13.00 น. เริ่มต้นฟังบรรยายกันด้วยหัวข้อ “การจัดการความรู้ : จากทฤษฎีสู่การปฎิบัติ” โดย รศ.ดร.นพ.ชัยเลิศ พิชิตพรชัย งานนี้เหมือนเข้าห้อง Lecture เรียนเรื่อง Knowledge Management ฉบับย่อกันเลยทีเดียว เพราะอาจารย์เกริ่นให้ทราบถึงขั้นตอนการทำ KM ที่ควรเริ่มต้นด้วยการ Collect (การรวบรวมข้อมูลแล้วนำไปจัดทำ Index) การ Capture (การบันทึก จัดเก็บในรูปแบบต่างๆ เช่นการอัดเทป การถ่ายภาพ เป็นต้น) และการ Create (เช่นการทำ R&D) โดยปัจจัยที่จะนำให้ KM ในองค์กรประสบความสำเร็จ จะต้องประกอบด้วย การกำหนดขอบเขตและเรื่องความรู้ที่ชัดเจน ผู้บริหารให้ความสำคัญ มีชุมชนนักปฏิบัติที่พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ ความพร้อมด้าน IT และสิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ 4 M. (Man, Money, Material และ Management) ซึ่งตัวอย่างที่วิทยากรแนะนำที่ชอบๆก็คือ การดึงองค์ความรู้ในตัวของคุณหมอที่ศิริราชโดยการการเขียนผ่านเว็บ หัวข้อถามตอบปัญหาสุขภาพ ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมคำถาม-คำตอบเกี่ยวกับสุขภาพ โดยมีการจัดอันดับคำถามยอดนิยมด้วย การเข้าถึงก็สะดวกได้รับคำตอบรวดเร็ว ซึ่งวิทยากรกล่าวว่าวันดีคืนดียังเอาข้อมูลเหล่านี้มาพิมพ์หนังสือขายได้อีกด้วย สำหรับองค์ความรู้ของบุคลากรในสำนักหอสมุดก็เหมือนกัน ถ้าชาวสำนักฯ ร่วมมือร่วมใจกันเขียนบ้าง จะเป็นองค์ความรู้ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานห้องสมุดได้ดีเชียวละ ขอเชิญชวนเสียเลยที่ http://gotoknow.org/blog/TULIBs
อีกทีม 2 หนุ่ม ไปเข้าห้อง Workshop ซึ่งมีการบรรยายและปฎิบัติเรื่อง การติดตั้งใช้งานมาตรฐานการค้นคืนสารสนเทศ : Z39.50 ด้วยOpenSUSE โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ของชาวห้องสมุดมหาวิทยาลัยคือ พี่จีระพล คุ่มเคี่ยม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเปี่ยมทั้งความรู้และมุขฮาๆโดยจุดประสงค์เพื่อให้สมาชิกเครือข่ายห้องสมุดในประเทศไทย (ThaiLIS) มีความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของโปรโตคอล Z39.50 หรือ ISO 23950 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับติดต่อสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ เพื่อการสื่อสารข้อมูลทางด้านห้องสมุดและศูนย์สนเทศต่างๆ ซึ่งจะทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูล การใช้ข้อมูลร่วมกัน และการดำเนินงานทางด้านเอกสารอ้างอิง ข้อสนเทศต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว งานนี้สนุกมากเพราะได้ลงมือปฏิบัติและได้ใช้งาน LINUX SUSE ซึ่งเป็นการจำลอง VM WARE สามารถใช้งานเสมือนในโปรแกรม WINDOWS ได้ แต่น่าเสียดาย การอบรมค่อนข้างรวดเร็ว และมีบุคลากรเข้าอบรมจำนวนมาก แต่ก็เป็นที่สนุกสนานของผู้เข้าฟังบรรยายและปฏิบัติ
อบรมวันที่ 15 มกราคม 2553
เวลา 7.30 น. ออกเดินทางจากโรงแรมโดยรถบัสมารับถึงหน้าโรงแรม โดยรถบัสตระเวนไปรับผู้เข้ารับการสัมมนา (วิ่งรอบเมืองจัน) โอกาสนี้ได้ท่องเที่ยวแบบไม่เสียค่ารถ เพราะในเมืองจัน ค่าโดยสารแพงมาก
เวลา 9.00 น. สำหรับโปรแกรมการเข้าร่วมงานในวันสุดท้ายคือ Workshop ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ OpenBiblio โดยวิทยากรเจ้าเดิมที่เปี่ยมทั้งความรู้ความสามารถบวกกับมุขสุดฮาให้คลายเครียดตลอดการบรรยาย รายละเอียดของโปรแกรมดังกล่าว จัดทำขึ้นเพื่อให้สมาชิกเครือข่ายห้องสมุดในประเทศไทย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรม OpenBiblio ที่ได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานสากล สำหรับใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรสารนิเทศที่อยู่ในห้องสมุด มี Module หลัก ๆ ประกอบด้วย Circulation, Catalog, Administrator, OPAC, Report และ ISO 2009 Data Exchange ได้ลองติดตั้งโปรแกรม และทดสอบประสิทธิภาพ นับได้ว่าเป็นโปรแกรมที่ครบวงจร แต่ระบบการติดตั้งซับซ้อน ต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและเป็นที่ปรึกษา สำหรับการใช้งานถ้าเป็นบรรณารักษ์ที่คุ้นชินกับระบบห้องสมุดอัตโนมัติอยู่แล้ว ก็คิดว่าใช้งานได้ไม่ยากนัก แต่หากเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียนที่ยังไม่เคยใช้ระบบใดๆ เลย อาจจะเข้าใจยากซักหน่อย แต่คิดว่าถ้าได้เรียนรู้ก็น่าจะพอนำไปใช้งานได้ดีทีเดียว
ในช่วงบ่ายหลังอาหารกลางวันแล้ว ม.บูรพาเจ้าภาพบริการรถตู้รับไปส่งที่โรงแรมเพื่อเก็บสัมภาระที่ฝากไว้ที่โรงแรม แล้วแวะซื้อของฝาก และทานอาหารอร่อยเมืองจันอีกครั้ง เพราะร้านนี้เขาเชลล์ชวนชิมต้องชิมเสียหน่อย จากนั้นโดยสารรถตู้กลับถึงกรุงเทพฯ ลาก่อนเมืองจัน... “น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันบูร สมบูรณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี”