ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

             Best  Practice

“ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน”

โรงเรียนอนุบาลสุริยาอุทัยพิมาย

 ข้อมูลทั่วไปของโรงเรียน

              โรงเรียนอนุบาลสุริยาอุทัยพิมาย   ตั้งอยูบ้านเลขที่  1111  ถนนสุริยาอุทัย  ตำบลในเมือง  อำเภอพิมาย  จังหวัดนครราชสีมา   ได้จัดการเรียนรู้ 2  ระดับ คือระดับ  ปฐมวัย และระดับประถมศึกษา  ในปีการศึกา 2552  มีนักเรียน 1,406  คน  นายวีระเดช  เชื้อไชย เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน  นายสมนึก  มณี และนางผกากรอง  สืบค้า เป็นรองผู้อำนวยการ

           ระบบดูแลช่วยเหลือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทางโรงเรียนร่วมกับผู้ปกครองนักเรียน ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ กิจกรรมนำชีวิตเป็นสุข”  ดังนี้        1) ครูประจำชั้นต้องรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล                                               2) นำข้อมูลที่ได้มาคัดกรองนักเรียน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม  กลุ่มปกติ  กลุ่มเสี่ยง  และกลุ่มมีปัญหา   เนื่องจากโรงเรียนอนุบาลสุริยาอุทัยพิมาย ได้เข้าร่วมกรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณะสุข  พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) โดยใช้แบบคัดกรองนักเรียน (SDQ )  แบบสำรวจพฤติกรรมนักเรียน  แบบสรุปผลการคัดกรองนักเรียน  แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)  แบบทดสอบสมรรถภาพ  และแบบคัดแยกเด็กที่มีความต้องการพิเศษ  มาทำการคัดกรองนักเรียนให้นักเรียนที่ผ่านการคัดกรองแล้วทั้ง 3  กลุ่ม                                                                                           3) ใช้”กิจกรรมนำชีวิตเป็นสุข”เข้ามาเช่น กิจกรรมโฮมรูมสั้น(5-10 นาที เวลา 08.50-09.00 น.) กิจกรรมโฮมรูมยาว (ใช้ในวิชาแนะแนว)  กิจกรรมประชุมผู้ปกครองชั้นเรียน (ปีการศึกษาละ 1 ครั้ง)  กิจกรรมกีฬาสี (ปีการศึกษาละ 1 ครั้ง) กิจกรรมค่ายคุณธรรม (ในวันมาฆบูชา และวันวิสาขบูชา) กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน  4)  หลังจากครูประจำชั้นคัดกรองนักเรียนหากพบว่ามีเด็กในกลุ่มเสี่ยงและมีปัญหา  จะต้องให้คำปรึกษาและหาแนวทางช่วยเหลือตามสภาพที่เป็น หากไม่ดีขึ้น จะส่งต่อไปที่ฝ่ายแนะแนว  ฝ่ายปกครอง  ฝ่ายอนามัย  และฝ่ายบริการ  ถ้าดำเนินการภายในโรงเรียนไม่ได้ผล  ต้องส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความประพฤติก้าวร้าว ก็ส่งต่อไปยังศาลคดีเด็กและเยาวชน  สถานีตำรวจ  ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพการเจ็บป่วย จะส่งโรงพยาบาล  ถ้าเกี่ยวกับสุขภาพจิตจะส่งต่อที่โรงพยาบาลจิตเวช เป็นต้น  5)  นิเทศติดตามทุกสัปดาห์ และจะประเมินทบทวน สิ้นภาคเรียนที่ 1 โดยคณะนิเทศติดตามและประเมินทบทวนจากกรรมการที่โรงเรียนแต่งตั้ง  6)  ประเมินครั้งที่ 2 เป็นการประเมินครั้งสุดท้ายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ประเมินทั้งระบบประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่  โดยโรงเรียนออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงาน  7)  นำผลการประเมินมาสรุป มีจุดเด่นอะไร ที่เรียกว่า Best  Practice  บ้าง  มีจุดด้อยอะไรที่ต้องแก้ไข เพื่อนำไปพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น  สรุปผลอย่างไรแล้ว  โรงเรียนจัดทำรายงานผลให้ผู้เกี่ยวข้องทราบตั้งแต่คณะครูภายในโรงเรียน  นักเรียน  ผู้ปกครอง  กรรมการสถานศึกษา  หน่วยงานต้นสังกัดและชุมชน ซึ่งดำเนินการในเดือนมีนาคม ของทุกปี

           กิจกรรมที่นำมาสู่ความเป็น Best มีดังนี้  กิจกรรมโฮมรูมสั้น  กิจกรรมเสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ (โฮมรูมยาว) กิจกรรมประชุมผู้ปกครองชั้นเรียน (Classroom  meeting)  กิจกรรมขอเวลาให้ลูกรัก  กิจกรรมยุวมัคคุเทศก์  คณะกรรมการห้องเรียน  กิจกรรมเยี่ยมบ้าน  กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพนักเรียน  กิจกรรมเข้าค่ายคุณธรรม  นาฏศิลป์  กิจกรรมกีฬาสี  กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี

            การจัดการความรู้ 

              การจัดการความรู้  (Knowledge  Management :  KM)  ดำเนินการดดยให้ผู้รับผิดชอบกิจกรรม ทั้ง 12 กิจกรรมมาเล่าประสบการณ์จากการปฏิบัติกิจกรรม (Story  Telling)  เพื่อแรกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน  และสรุปเป็นองค์ความรู้ร่วมกัน ได้องค์ความรู้ดังนี้

  1. หากจะบริหารงานให้เกิดผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว  จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  โดยเฉพาะทีมนำได้แก่ผู้บริหารโรงเรียน  จะต้องมีภาวะความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสูง
  2. จัดทีมงานที่มีคุณภาพ
  3. ชุมชนให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง

เมื่อประสบผลสำเร็จในการดำเนินงานแล้ว  โรงเรียนมีความภูมิใจ และสามารถขยายเครือข่ายสู่โรงเรียนอื่น  โรงเรียนอนุบาลสุริยาอุทัย  ดำเนินงานตามโครงการวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกาตั้งแต่ ปีการศึกษา 2546  และได้ปรับปรุงพัฒนาระบบเรื่อยมาจนเกิดระบบที่ดี  โรงเรียนมีคุณภาพสามารถนำมาปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลกับทุกฝ่ายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและสามารถเป็นโรงเรียนต้นแบบได้

            ปัญหา/อุปสรรค

  1. อัตรากำลัง ครูต่ำกว่าเกณฑ์  มีภาระงานมากทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาส่งเสริมไม่เต็มที่
  2. นักเรียนมีความแตกต่างระหว่างบุคคล  ส่วนใหญ่เป็นเด็กนอกเขตบริการของโรงเรียนทำให้ยากต่อการติดตามดูแล และช่วยเหลือ
  3. ชุมชน  ผู้ปกครองบางส่วนไปทำงานต่างจังหวัดจึงมอบภาระงานให้กับญาติผู้ใหญ่  ส่งผลให้เด็กขาดความอบอุ่นและไม่ได้รับความเอาใจใส่เท่าที่ควร

            ความสำเร็จของงาน

  1. การมีส่วนร่วมของบุคลากรในโรงเรียนป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด  เปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นเจ้าของระบบจะนำไปสู่การทำงานเป็นทีมร่วมกัน  ส่งผลให้เกิดการพัฒนางานที่มีประสิทธิภาพ
  2. ครู มีจิตสำนึกและตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบและคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษา
  3. ผู้บริหารมีภาวะความเป็นผู้นำ  ส่งเสริมสนับสนุนประสานให้ครูทำงานเป็นทีม  และสร้างภาวะผู้นำในงานหรือตามบทบาทหน้าที่ให้เกิดกับครูผู้สอนด้วย
  4. โรงเรียนมีการวางแผนการดำเนินงาน โครงสร้างการบริหารงานที่เด่นชัด มีขอบเขตความรับผิดชอบของครูแต่ละคน
  5. กิจกรรมการศึกาดูงาน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่โรงเรียนจัดขึ้นทำให้ครูเกิดประสบการณ์ นำมาปรับประยุกต์ใช้กับกิจกรรมที่โรงเรียน ส่งผลให้มีความเข้มแข็งในการทำงาน
  6. มีการกำกับ ติดตาม ประเมินผล อย่างเป็นระบบ ต่อเนื่องสม่ำเสมอตามระยะเวลากำหนด

          ข้อเสนอแนะ

  1. แนวคิด การทำงานอย่างเป็นระบบมีบทบาท หน้าที่ ที่ชัดเจน และมีกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ในการทำงานให้ประสบผลสำเร็จ
  2. ข้อเสนอแนะ  จัดบุคลากรให้เหมาะสมกับงานและสร้างเสริมกำลังใจอย่างยุติธรรม

          ข้อพึงระวัง

  1. ความชัดเจนเรื่องการประสานงานติดต่อกับฝ่ายต่างๆ เช่นการนัดเยี่ยมบ้านนักเรียน  ควรไปตามเวลานัด
  2. ข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนที่ครูรวบรวม ควรเก็บรักษาไว้เป็นความรับ
  3. คู่มือระบบควรมีการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ก่อนนำไปปฏิบัติ หรือเผยแพร่

 

                                                                          ประมัย  ธีรพงศธร