GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

THE ORASS

สงครามเหล่าเทพพิทักษ์โลก คุณเคยอ่านนวนิยายรึไม่?
ทาวเวอร์ โรจน์

 

ตึกทาวเวอร์ โรจน์ เป็นตึกแฝดสีขาวที่สูงเป็นอันดับ 2 ของเมืองซีเรี่ยน ประเทศจาสคาต้า ทวีป แอลลีน ตึกทั้งสองจะมีสะพานขนาดใหญ่เชื่อมต่อกันอยู่ เพื่อที่คนในตึกจะได้ไปมาหาสู่กันได้ง่าย ไม่ต้องจำเป็นต้องลงจากตึก ที่จริงแล้วตึกทาวเวอร์ โรจน์ ก็คือ ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่มีเงินเก็บมากกว่า 200,000,000,000,000,000,000 เก๊น แน่นอน ที่นี่ต้องมีการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด ทหารจำนวน 200 นายจะมาประจำการที่นี่ทุกๆวัน พร้อมกับตำรวจอีกประมาณ 50 นาย ภายในตัวตึกจะมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่สามารถตรวจจับได้แม้กระทั่งพวก โลสิสไตรกอล

ตึกทาวเวอร์ โรจน์ตั้งอยู่ใจกลางของเมืองซีเรี่ยน ตึกทาวเวอร์ โรจน์จำเป็นต้องตั้งให้อยู่ห่างจากตัวเมืองให้มากๆ เพื่อป้องกันการเกิดเหตร้ายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ รัศมี 5,000 เมตรโดยรอบจากตัวตึกทั้งสองจึงเป็นอาคารโรงแรมและห้างสรรพสินค้าต่างๆ อาคารต่างๆที่อยู่โดยรอบตึกมีลักษณะเป็นทรงโดมสีขาว ในปัจจุบัน ไม่มีใครนิยมสร้างตึกแบบทาวเวอร์อีกแล้ว เนื่องจากเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ตึกแบบทาวเวอร์จะไม่สามารถทนแรงแผ่นดินไหวได้เกิน 9 ริกเตอร์ แต่แบบโดมสามารถทนได้ดีกว่า ถึง 15 ริกเตอร์ อย่างไรก็ตาม ตึกทาวเวอร์ โรจน์ก็ยังคงถูกสร้างเป็นตึกแบบทาวเวอร์อยู่ดี

ตึกทาวเวอร์ โรจน์เป็นตึกแฝดที่เหมือนกันแทบทุกอย่าง จึงมีการตั้งชื่อของแต่ละตึกเอาไว้ด้วย โดยตึกแรกคือตึกที่มีไว้ใช้บริการประชาชน พนักงานส่วนมากจะอยู่ที่นี่ และตึกนี้ จะมีป้ายขนาดใหญ่เขียนว่า
ธนาคารซีเรี่ยน” อยู่ทุกๆ 20 ชั้น(ตึกทั้งสองสูง 120 ชั้น ชั้นใต้ดิน 10 ชั้น และแต่ละชั้นสูง 5 เมตร)เป็นตัวหนังสือสีเขียว เนื่องจากรถที่แล่นอยู่ถนนชั้นสูงๆจะได้มองเห็นได้อย่างชัดเจน(ที่เมืองซีเรี่ยน รถจะแล่นอยู่สูงสุดได้ 6 ชั้น)และตึกที่กล่าวมานี้ มีชื่อว่า ตึกบริการ ซีเรี่ยน

ตึกต่อไปคือตึก คลังเก็บเงิน(ชื่อนี้ถูกปิดเป็นความลับ) แต่ชื่อที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันของตึกนี้คือ ตึกบริการ2 ตึกบริการ2 นี้มีการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด อุปกรณ์ไฮเทคโนโลยีถูกบรรจุอยู่ในตึกนี้เกือบทั้งหมด มีทหาร 150 นาย กับตำรวจอีก 30 นายเดินตรวจอยู่ที่นี่ ตึกบริการ2จะมีกฎห้ามเข้าก่อนที่จะได้รับอนุญาต ผู้ที่จะเข้าไปได้ต้องมีเจ้าหน้าที่ของธนาคาร 1 คนและทหารอย่างน้อย 5 นาย ควบเข้าไปด้วย โดยผู้ที่จะเข้าไปนั้นเป็นผู้ที่ต้องการจะตรวจ และดูสมบัติหรือเก๊นที่ฝากไว้(เก๊นคือเงิน โดย 1 เก๊น เท่ากับ 37 บาท) ผู้ที่คิดจะปล้นธนาคารแห่งนี้ส่วนมากจะเป็นพวก โลสิสไตรกอล(พวกที่มีโครโมโซมคู่ที่ 24 หรือ 25) ซึ่งมีน้อยมากในปัจจุบัน เพราะเหตุการณ์ธนาคารโดนปล้นจากพวกโลสิสเกินขึ้นตั้งแต่ 300 ปีที่แล้ว ตั้งแต่นั้น ก็ไม่เคยมีใครมาปล้นธนาคารแห่งนี้อีกเลย(ไม่มีประวัติใดบอกว่าพวกโลสิสปล้นธนาคารได้สำเร็จหรือไม่ หรือรอดไปได้หรือเปล่า) แต่มันก็ไม่แน่เสมอไป เพราะอาจจะมีใครคนใดคิดที่จะปล้นธนาคารแห่งนี้เป็นครั้งที่ 5 ก็ได้...

W

...วันนี้เป็นวันแรกที่ธนาคารซีเรี่ยนเปิดทำการ หลังจากที่ปิดไปหลายวันเนื่องจากพายุเข้า มีผู้คนหลายร้อยคนเดินเข้าๆ ออกๆจากธนาคารแห่งนี้ เพื่อมาถอน กู้ และฝากเงินของตนเอง ธนาคารแห่งนี้ตั้งอยู่กลางสนามหญ้าสีเขียว ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดใจกลางเมืองซีเรี่ยน มีทหารประมาณ 20 นายเดินตรวจตราอยู่รอบๆ สนาม ภายในธนาคารที่ไว้สำหรับให้บริการมีทหารยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูขนาดใหญ่อยู่ 3 นาย ภายในตัวธนาคารมีทหารจำนวน 30 นาย และตำรวจอีก 20 นาย เดินวนทั่วตัวตึก แม้แต่ที่ดาดฟ้าก็ยังมีทหารและตำรวจเดินตรวจตราเลย ธนาคารแห่งนี้จึงเป็นธนาคารที่ปลอดภัยที่สุดในโลกเลยทีเดียว

รถทรงกลมคันสีดำแล่นออกมาจากซอกโดมลอยพุ่งขึ้นสู่ถนนชั้นที่ 4 ที่สูงจะพื้น 80 เมตร รถคันนั้นแซงรถคันอื่นๆหลายคันจนรถคันอื่นบีบแตรให้ เมื่อรถคันนั้นขึ้นมาถึงถนนชั้นที่ 4 มันก็พุ่งตรงด้วยความเร็ว 200 กม./ชม. ไปที่ธนาคารซีเรี่ยน เมื่อรถคันนั้นลอยผ่านรั้วของสวนสาธารณะ เท่านั้น ทหารและตำรวจจำนวนมากที่กระจายอยู่รอบๆสวนสาธารณะก็หยิบอาวุธปืนขึ้นมาถือ และรีบวิ่งกลับไปที่ธนาคารทันที

พบรถทรงกลมสีดำต้องสงสัยกำลังมุ่งไปที่ธนาคาร โปรดตรวจสอบด้วย” ทหารใส่ชุดสีเหลืองคนหนึ่งพูดขึ้น ในมือเขาถืออะไรบางอย่างเล็กๆสีดำ“ทหารและตำรวจทุกคนโปรดกลับไปที่สวนสาธารณะ ทหารและตำรวจทุกคนโปรดกลับไปที่สวนสาธารณะ เดี๋ยวนี้! มีเสียงผู้ชายดังออกมาจากวัศดุเล็กๆที่ติดอยู่ที่หูของทหารและตำรวจทุกคน ทหารและตำรวจทุกคนหยุดวิ่ง

“ทำไมล่ะ” ตำรวจคนหนึ่งพูดขึ้น

“นี่อาจเป็นกลลวงก็ได้” ทหารท่าทางฉลาดคนหนึ่งพูด

รถทรงกลมสีดำยังคงบินด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าเข้าใกล้ธนาคารเข้าทุกที ภายในรถมีชายหนุ่มผมสั้น อายุประมาณ 20 ปีใส่แว่นตาสีดำชนิดอินฮาส(แว่นตาที่สามารถมองในที่มืดได้ ใช้ระบบอินฟาเรด)และเสื้อคลุมสีดำขนาดใหญ่(เสื้อคลุมในที่นี้คือเสื้อที่ไม่มีกระดุม หรือที่สำหรับยึดติด)หลังของเขาเหมือนมีอะไรบางอย่างตุงอยู่ในเสื้อคลุม

มีเสียงติ๊ดยาวหนึ่งครั้งดังขึ้นภายในรถ ซักครู่ก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น

“กรุณาหยุดรถด้วยค่ะ คุณกำลังฝ่าฝืนกฎของธนาคารว่าด้วยการจอดรถ ถ้าคุณมิได้คิดที่จะปล้นธนาคาร แต่ถ้าคุณคิดเช่นนั้น ก็กรุณาหยุดคิดด้วยค่ะ เราพอจะให้อภัยได้” รถยังคงบินต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

“กรุณาหยุดรถด้วยค่ะ อย่าบังคับให้เราใช้วิธีการขั้นเด็ดขาดกับ...” ชายคนนั้นยื่นมือไปกดปุ่มสีเงินที่อยู่ใกล้ๆกับพวงมะไล จากนั้นเสียงผู้หญิงคนนั้นก็หายไป ทันใดนั้นเอง ก็มีบาเรียสีน้ำเงินกระจายออกมาจากตึกทั้งสองเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่รถคันนั้นกลับผ่านมันไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วบาเรียนั้นมีไว้ทำอะไรล่ะ

“รถฉันไม่ได้ทำจากเหล็กโว้ย” ผู้ชายที่อยู่ในรถพูดขึ้น (รถของเขาทำจากธาตุที่เรียกว่า แกรนทส์ เป็นธาตุที่ 131 ซึ่งมีราคาแพงกว่าเหล็กมาก แต่ถูกกว่าเพชร ธาตุชนิดนี้มีคุณสมบัติเหมือนเหล็กทุกประการ เพียงแต่ว่าจะไม่แสดงปฏิกิริยากับแม่เหล็ก คือแม่เหล็กจะไม่สามารถดูดหรือผลักได้ ธาตุชนิดนี้พบมากได้แถวขั้วโลกใต้ ส่วนบาเรียสีน้ำเงินเมื่อกี้คือแม่เหล็กผลักชนิดแรงสูง) เมื่อรถคันนั้นอยู่ห่างจากธนาคาร 100 เมตร ชายที่อยู่ในรถดึงปุ่มคันโยกอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างที่นั่ง จากนั้นภายในเสี้ยววินาที เขาก็ออกมาอยู่นอกรถแล้ว ผ้าคลุมสีดำหลุดออกจากตัวของเขา เผยให้เห็นปีกค้างคาวขนาดมหึมากางสยายกลางอากาศ เขาเป็นโลสิสไตรกอล

ที่หน้าต่างของตึกทั้งสองแปรสภาพเป็นเกราะเหล็กหนาภายในเสี้ยววินาที ตอนนี้ ทั่วทั้งธนาคารถูกปกคลุมด้วยเกราะเหล็กที่หนากว่าครึ่งฟุต เพื่อป้องกันการทะลวงของสิ่งต่างๆ อย่างไรก็ตาม รถที่ไร้คนขับก็พุ่งชนเกราะเหล็กของธนาคารในชั้นที่ 20 อย่างแรง เกิดเสียงระเบิดดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณสวนสาธารณะ ตามมาด้วยเสียงของรถตำรวจหลายสิบคัน เมื่อควันที่เกิดจากการระเบิดหายไป ก็เผยให้เห็นช่องโหว่ของเกราะเหล็กนั้น เกราะเหล็กยังไม่หายไปแต่รู้สึกว่า ระบบนาโนของเกราะเหล็กจะเสียหายไปครึ่งหนึ่ง แสงสามารถส่องผ่านเกราะเหล็กเข้าไปข้างในได้(เกราะเหล็กบริเวณนี้มีลักษณะโปร่งแสง) ชายคนนั้นไม่รอช้าเขากระพือปีกสีดำอย่างแรงจนตัวของเขาทะลุผ่านช่องโหว่ของกัมแพงนาโนไป(กำแพงนาโนคือกำแพงที่ใช้ทฤษฎีการรวมและการแตกตัวของโมเลกุล) ก่อนที่มันจะกลับสภาพเดิมอีกครั้ง(กลายเป็นแบบทึบแสง)

เขามองไปรอบๆห้อง ที่นี่เป็นห้องประชุม มองเห็นพนักงานกำลังมองเขาด้วยความกลัว บางคนถึงกับสลบ บางคนก็ยังสามารถหอบร่างหนีออกไปจากห้องได้ บางคนก็กรี๊ดดังลั่นห้อง แต่เขาไม่ค่อยสนใจนัก เขารีบเดินมุ่งหน้าไปที่ประตูสีขาว ปีกสีดำขนาดใหญ่ของเขาชนถ้วยกาแฟหล่นไปหลายถ้วย

เอี๊ยด!

ประตูเปิดออก ทหาร 17 คนถือปืนเลซเซอร์จอปากกระบอกปืนเข้าไปในห้องประชุม แต่... ไม่พบชายผู้นั้น เห็นแต่พนักงานวิ่งออกมาจากห้องประชุมอย่างโกลาหล บางคนชี้นิ้วไปบนเพดาน

อ็อด! อ็อด! อ็อด!

เสียงออดดังขึ้น

ชายผู้นั้นตอนนี้เกาะอยู่บนเพดาน(ไม่รู้ว่าทำไมแว่นตาถึงไม่หล่นลงมา) เขาพยายามสร้างคลื่นเสียงขนาดอัลตร้าซาวไปที่ทหารพวกนั้น ได้ผลเสียด้วย ทหารหลายคนเอามือปิดหู หลายคนลงไปนอนกองกับพื้น และถึงขนาดแก้วน้ำที่อยู่รอบๆเกิดรอยร้าวอย่างไม่มีสาเหตุ

(มีต่อ)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 1 วันสอบสุดท้าย

 

คิน เด็กผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาใช้ได้เดินออกมาจากห้องน้ำ เขามองหาเพื่อนของเขาที่เขาบอกให้รออยู่ที่หน้าห้องน้ำ คินมองซ้ายมองขวาแล้วเขาก็เจอ

ด็อจเด็กผู้ชายผิวเข้มรูปร่างค่อนข้างอ้วนแบกกระเป๋าสีเหลือง เขายืนอยู่ที่หน้าร้านขายแฮมเบอร์เกอร์

“ทำอะไรน่ะ” คินถามขณะเดินเข้ามาใกล้ด็อจ

“ซื้อแฮม ซื้อแฮม” ด็อจพูดพร้อมกับรับแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นโตจากคนขาย

“ไม่กินข้าวหรือไง” คินถาม

“ฉันไม่หิวน่ะ หิวแฮมมากกว่า” ทั้งสองเดินควบคู่กันไป มุ่งหน้าตรงไปที่โต๊ะนั่งสีขาวข้างสนามบอลที่มีเด็กผู้ชายตัวเตี้ยกว่าคินนิดหน่อยนั่งอยู่ ทั้งสองนั่งลงที่เก้าที่เหลือ

“ซื้อที่ไหน” นนท์ถามด็อจ

“เขาพึ่งเปิดใหม่ ตรงนู้น” ด็อจกัดแฮมเบอร์เกอร์เป็นคำที่สอง

“ทำข้อสอบได้รึเปล่านนท์” คินถาม

ได้นิดหน่อย” นนท์มองรุ่นพี่ที่ใหญ่กว่าที่เล่นบอลอยู่กลางสนาม

“กลับแล้วนะ” นนท์ลุกขึ้นเดินออกจากลุ่มไป

ฉันก็จะกลับแล้วเหมือนกัน” คินพูดคนเดียว เขาลุกขึ้น แล้วก็เดินออกจากกลุ่มไป ทิ้งด็อจให้เคี้ยวแฮมเบอร์เกอร์อยู่คนเดียว

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): นวนิยายเขียนเอง
หมายเลขบันทึก: 33189
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

แหม นึกว่าจะเล่าเรื่องย่อใ้ห้ฟังซะอีก นายบอนยังไม่เคยอ่านเลยอ่ะ เล่าให้ฟังหน่อยดิ