|
การ “ฟัง” คือการ “ทำความเข้าใจ”
สำหรับคนทำงาน วันๆ คงต้องมรการพบปะพูดคุยกับคนอื่นๆ ไม่ว่าเป็นคนๆนั้นจะเป็นคนที่เราจะชอบหรือไม่ก็ตาม
ถ้าลองสังเกตคนที่เวลาทำงานแล้วสามารถเข้ากับคนอื่นได้ดี และเป็นที่รักของคนที่ทำงานด้วยกันแล้ว สิ่งที่สำคัญอย่างแรกที่คนเหล่านี้มีก็คือ “การเป็นผู้ฟังที่ดี” !!
ถ้าจะแปลความหมายให้ลึกลงเป็นก็เพราะการเป็นผู้ฟังที่ดีนั้นเท่ากับ การเอา “ใจ” ไปใส่ให้กับคนพูด ตั้งใจฟัง และพยายามจะเข้าใจอีกฝ่าย
วันนี้เราลองไปดูเทคนิคในการฝึกให้ตัวเองเป็น “ผู้ฟังที่ดี” ค่ะ
|
|
“ฟัง”
ก่อนที่จะพูดหรือแสดงความเห็นอะไร อย่าลืมตัว พูดแต่สิ่งที่ตัวเองอยากพูด แม้จะคันปากแค่ไหน แต่ต้องเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพูดอย่างเต็มที่
ฟังให้จบเรื่องก่อน ข้อห้ามคืออย่าเพิ่งไปขัด เพราะ นอกจากอาจจะทำให้ตีความหมายผิดแล้ว ยังอาจจะ ทำให้อีกฝ่ายเสียอารมณ์ได้อีกด้วย
ส่งเสียงให้รู้ว่าฟังอยู่
คนที่เคยพูดแล้วคนฟังเงียบ...บ ไม่มีเสียงตอบจาก สวรรค์คงรู้สึกถึงความกระอักกระอ่วนนี้ดี
การฟังที่ดี ไม่ใช่แค่เปิดหูฟัง แต่ต้องให้อีกฝ่ายรู้ว่า เราฟังอย่างตั้งใจอยู่ ส่งเสียงเออออกันเป็นระยะ การสนทนาจะได้ลื่นไหล ไม่รู้สึกว่าพูดอยู่คนเดียว
|
ใช้คำถามเพิ่มความเข้าใจ
พอเราฟังอีกฝ่ายพูดจนแน่ใจว่าเริ่มเข้าใจประเด็น ถ้ามีจุดที่ไม่แน่ใจ ลองถามกลับไปตามสมควร อย่าปล่อยทิ้งเอาไว้ การทำแบบนี้ยังแสดงให้คนพูดรู้ว่าเราพยายามจะทำความเข้าใจให้มากขึ้น
“ลด” อคติหรือความลำเอียง
ความรู้สึกส่วนตัวต่างๆ ถ้าเป็นไปได้ควรตัดให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ ระหว่างการฟัง เพราะอาจจะทำให้เราฟังด้วยความลำเอียงได้ พยายามตั้งใจและฟังด้วยความรู้สึกที่เป็นกลาง โดยเฉพาะเรื่องประเภท "เค้าเล่าว่า" เพราะถ้าคนเล่าก็มัน คนฟังก็ผสมโรงไปด้วย ก็อาจจะทำให้ต่อมการตัดสินใจของเราทำงานผิดพลาดไปได้
คอนเฟิร๋มความเข้าใจด้วยภาษาของตัวเอง
เพื่อความเข้าใจที่ไม่ผิดพลาด ลองสรุปความอีกครั้งด้วยประโยคของตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง เพราะเมื่อเราพูดด้วยการอธิบายเป็นภาษาของเราเองแล้ว อะไรที่เข้าใจผิดพลาดหรือตกหล่นก็จะได้ปรากฎออกมา ลดความผิดพลาดในการทำงานได้อีกด้วย
|
...."ความสามารถในการฟังเป็นพรสวรรค์ที่หายากอย่างหนึ่งที่พระเจ้าประทานให้แก่ผู้หญิง"
ด้วยรักครับ