วันนี้  ได้ทำการรื้อตู้หนังสือเพื่อหาหนังสือดีเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรม : แลกเปลี่ยนความรู้ผ่าน "หนังสือ" แทนความรักแด่ครอบครัว GotoKnow  ทำให้เลือกหนังสือเล่มเก่าออกมาไว้อ่านอีกครั้งหนึ่งจำนวนหลายเล่ม  หนังสือ "ชีวิต การงาน หลักธรรม" ของท่าน พระธรรมปิฏก (ป.อ. ปยุตโต) หนังสือเล่มนี้ได้ครอบครองและอ่านมาครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๐ จึงเห็นว่าบทนิพนธ์เรื่อง "การทำงาน" น่าสนใจนำมาถ่ายทอด ...

          "ดังได้กล่าวแล้วว่า งานไม่ใช่เป็นตัวของเราและไม่ใช่เป็นของเราจริง    แต่งานนั้นเป็นกิจกรรมของชีวิต  เป็นกิจกรรมของสังคม  เป็นสิ่งที่ชีวิตเราเข้าไปสัมพันธ์เกี่ยวข้องแล้วก็ต้องผ่านกันไปในที่สุด  งานนั้นเราไม่สามารถทำให้สมบูรณ์แท้จริง  เพราะมันขึ้นอยู่กับผลที่มีต่อสิ่งอื่น  ขึ้นอยู่กับปัจจัยสิ่งแวดล้อมกาลเทศะ  ความเปลี่ยนแปลงของสังคม  คนอื่นจะต้องมารับช่วงทำกันต่อไป  แต่ละชีวิตของเราแต่ละคนนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้สมบูรณ์ได้  และเราสามารถทำให้สมบูรณ์ได้ด้วยการปฏิบัติงานนี้แหละอย่างถูกต้อง  เมื่อเราปฏิบัติต่องานหรือทำงานอย่างถูกต้อง  มีทีท่าของจิตใจต่องานถูกต้องแล้ว  ชีวิตก็จะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์ในตัวแต่ละขณะนั่นเอง  นี่คือประโยชน์ในระดับต่าง ๆ จนถึงขั้นสูงสุดที่ทางธรรมได้สอนไว้ 

          รวมความว่า  ภาวะที่ชีวิต งาน และธรรมประสานกลมกลืนเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวหรือเกภาพที่กล่าวมานั้น  เมื่อวิเคราะห์ลงไปแล้วยังแยกเป็น ๒ ระดับ 

         ระดับหนึ่ง   แม้ว่าในเวลาทำงานชีวิตจะเต็มอิ่มสมบูรณ์ในแต่ละขณะนั้น ๆ ทุกขณะ  เพราะชีวิตจิตใจกลมกลืนเข้าไปในงานเป็นอันเดียวกันพร้อมทั้งมีความสุขพร้อมอยู่ในตัว  แต่ลึกลงไปในจิตใจ  ก็ยังมีความยึดติดถือมั่นอยู่ว่างานของเรา ๆ พร้อมด้วยความอยาก ความหวัง  ความหมายมั่นและความหวาดหวั่นว่าขอให้เป็นอย่างนั้นเถิด  มันจะเป็นอย่างนั้นหรือไม่หนอเป็นต้น  จึงยังแฝงเอาเชื้อแห่งความทุกข์ซ่อนไว้ลึกภายใน  เป็นเอกภาพที่มีความแยกต่างหาก  ซึ่งสิ่งต่างหากเข้ามารวมกันมีตัวตนที่ไปรวมเข้ากับสิ่งอื่น  หรือฝังกลืนเข้าไปในสิ่งนั้นในงานนั้น   ซึ่งมีการรวมตัวเข้าก็อาจมีการแยกออกได้อีก 

         ส่วนในอีกระดับหนึ่ง  ความประสานกลมกลืนกับชีวิตจิตใจกับงานที่ทำ  เป็นไปพร้อมด้วยความรู้เท่าทันตามความเป็นจริงในธรรมชาติของชีวิตและการงานเป็นต้นที่เป็นไปตามเหตุปัจจัย  โดยไม่ต้องอยากไม่ต้องยึดถือสำคัญมั่นหมายให้นอกเหนือหรือเกินออกไปจากการกระทำตามเหตุผลด้วยความตั้งใจและเพียรพยายามอย่างจริงจัง  เป็นภาวะของอิสรภาพ  ซึ่งเอกภาพเป็นเพียงสำนวนพูด  เพราะแท้จริงแล้วไม่มีอะไรที่จะต้องมารวมเข้าด้วยกัน  เนื่องจากไม่มีตัวตนที่จะเข้าไปรวมหรือแยกออกมา  เป็นเพียงความเป็นไปหรือดำเนินไปอย่างประสานกลมกลืนในความสัมพันธ์ของสิ่งทั้งหลาย  คือความโปร่งโล่งอิสระ  เรียกว่าภาวะปลอดทุกข์ไร้ปัญหา  เพราะไม่มีช่องทางให้ความคับข้องติดขัดบีบคั้นเกิดขึ้นได้เลย 

        เป็นอันว่า  ชีวิตนี้เพื่องาน  งานนี้เพื่อธรรมและลึกลงไปอีก  ชีวิตนี้เพื่องานและงานนี้เป็นธรรม  และชีวิตก็เป็นธรรมด้วย  จนกระทั่งในที่สุดชีวิตนี้ก็มาถึงขั้นสุดท้ายคือเป็นชีวิตอันหนึ่งอันเดียวกับงานแต่เป็นอิสระอยู่พ้นเหนือแม้แต่งาน  จึงจบสิ้นสมบูรณ์"