การเขียนบล็อกนี้ เป็นผลมาจากน้อง What women want? กล่าวว่า วิธีการหนึ่งที่จะทำให้เราผ่อนคลายทางความคิด ก็คือ "การนั่งสมาธิ" เพราะการนั่งสมาธิก็เพื่อให้จิตเกิดความสงบหรือหยุดนิ่ง เมื่อจิตสงบก็จะเกิดพลัง พลังนั้นก็สามารถที่จะทำให้เราเกิดความคิดที่สร้างสรรค์ใหม่ๆ การจัดการความคิดที่เป็นระเบียบเป็นระบบได้เช่นกัน
มี อยู่ 2 กรณีค่ะ ที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง นั่นคือ การใช้สมองอย่างหนัก แล้วเกิดสมาธิ และการผ่อนคลายสมองเพื่อให้พร้อมต่อการเกิดสมาธิในเวลาต่อมา
อย่างแรกเรียกว่า "การจดจ่อ" อย่างที่ใครๆ ก็ทราบว่า สิ่งนี้จะทำให้เกิดสมาธิแต่สมาธิที่เกิดขึ้นนี้ เกิดจากการจดจ่อไม่ว่าจะเป็นทางดีหรือทางร้ายก็ได้ ทางพุทธมีอยู่ว่า การจดจ่อทางดีเช่นการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ การหาคำตอบ การอ่านหนังสือ ความต้องการรู้แจ้งแจ่มชัด เหล่านี้คือในทางที่ดี ส่วนการจดจ่อในทางที่เลว ทางพุทธนั้นถือเรียกได้ว่า งมงายหรือการไร้ซึ่งปัญญา อย่างเช่น การวางแผนการฆ่าคน การคิดแผนยึดอำนาจก่อกบฎในประเทศชาติ การค้นคว้าหาสารหรือเชื้อโรคที่ต้องการการแพร่ระบาด การมีจิตใจแน่วแน่ในการล้างแค้น หรือฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เป็นต้น
ซึ่งการจดจ่อทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วนำมาซึ่งการมีสมาธิ และการเกิดความคิดต่างๆ ตามมา
อีกทางหนึ่ง การไม่บีบบังคับสมองให้ทำงานหนักจนเกินไปนั้น เป็นการผ่อนคลายและช่วยทำให้สมองได้มีเวลาพักผ่อน ไม่ใช่การจดจ่อ แต่เป็นการสงบจิตใจ การสงบจิตใจนี้แหละ คือสมาธิ
สองกรณีล้วนแล้ว เข้าสู่จุดเดียวกัน คือทำให้สมองและร่างกายของเราทำงานประสานกัน อย่างที่เรียกได้ว่ารู้ตน ว่ากำลังทำอะไร มีสติมีสมาธิ
ระยะหลัง พบว่า การผ่อนคลายสมอง ทำให้เกิดการทำสมาธิได้ดีกว่า การพยายามเพ่งและใช้งานสมองอย่างหนักเพื่อให้เกิดความชินชา ผลที่ออกมา พบว่า สมองที่ได้มีการผ่อนคลายนั้น สามารถเข้าสู่สมาธิและการปฏิบัติงานต่างๆ ตามมาได้ดียิ่งกว่า
องค์กรต่างๆ สมัยใหม่และมีความคิดสมัยใหม่ จึงมีการให้พักผ่อนสมอง เช่นการมีวันหยุด วันลาพักผ่อนยาวๆ ไม่ใช่สนับสนุนให้พักผ่อนเพียง 1 วัน 2 วัน แต่หลายๆ ครั้ง คนทำงานในยุคใหม่จึงมีการไปนวดร่างกาย ทำสปา เพื่อผ่อนคลายสมอง หรือการมีดนตรีบำบัด เพื่อให้สมองหยุดการใช้งานในบางเวลา ให้เข้าสู่จุดสมดุล
ถอยมาตั้งหลักให้สงบ เพื่อพร้อมจะเข้าสู่สมาธิได้รวดเร็ว ย่อมดีกว่า การใช้ความคิด ใช้สมองให้เคยชินต่อการทำงานหนักตลอด การฝึกในแบบหลังนี้ จะมีไหวพริบเร็วก็จริง แต่สมาธิอาจไม่มั่นคง และ สงบจิตใจได้ไม่ดีเท่าที่ควร
พักสมอง - เกิดสงบ - ความคิดดีๆ - สมาธิตามมา - ผลที่ออกมา - และ ...
Designed by Wachi
การถักไหมพรมก็เป็นหนึ่งในทางเลือกนะคะ
วิธีนี้ไม่ได้ใช้งานสมองหนัก แต่ทำให้เกิดการจดจ่อ แต่ก้ผ่อนคลายได้เช่นเดียวกันค่ะ
ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่นำมาแบ่งปันนะคะพี่แจ๋วแหวว ^^
จ้า น้องชาม
ยังไง พี่คงต้องฝึกถัดนิตติ้ง
แล้วใช่มั้ยเนี่ย ย ..
ถ้าเป็นครอสติสล่ะ พอสู้นะ
พี่แจ๋วแหวว
ขอบคุณสำหรับสาระดีๆครับพี่
ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจอะไรสักอย่าง แล้วจะอยู่กับมันได้เป็นเดือนๆแบบไม่รู้สึกเบื่อ แบบนี้ใช่สมาธิไหมครับ
แต่เวลาเขียนบทความ ผมมักจะเปิดเพลงฟังไปด้วย เขียนไปด้วยเพื่อเป็นการเรียกสมาธิครับ
แต่ถ้าเป็นช่วงอ่านหนังสือสอบ ขอเงียบๆไว้ก่อนเลย จะเป็นอะไรที่จำดีมาก ( หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป ) ^^
จะเป็นนิตติ้งหรือว่าโครเชต์ก็ได้ค่ะ
ถ้าเป็นนิตติ้งชามว่าใช้กับงานที่เป็นแพทเทิลเดิมๆหรือชิ้นงานใหญ่ๆมากกว่าค่ะ
แต่ถ้าเป็นโครเชต์มันทำออกมาได้หลายรูปแบบมากกว่า
แต่ครอสติสเนี่ยก้ทำสมาธิได้เหมือนกันคร่า งานเย็บปักถักร้อยเหมือนกันน้อ ^^
เลือกที่ในสิ่งที่ชอบ ทำในสิ่งที่รักไว้ก่อนคร่า หุหุ
ขอบคุณ พี่แจ๋วแหวว มากครับ
ที่ขยายความออกมาให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
ผมมีอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยในเกิด สมาธิ นะครับ
นั้นคือ "วิธีปฏิบัติกรรมฐานตามแนวสติปัฏฐานสี่" หรือ "การเดินจงกรม"
เป็นการพยายามมีสติ ตามดู ตามรู้อาการของกายและใจอย่างต่อเนื่อง
สังเกต ทุกอย่างไปอย่างช้าๆ ให้ละเอียดๆ เท่าที่จะทำได้
วิธีนี้ยังเป็นแนวทางที่พระสายกรรมฐานได้ปฏิบัติเพื่อให้บรรลุมรรคผลนิพพานด้วยนะครับ
"ขอบคุณเนื้อหาดีๆ ครับ"
สติมา ปัญญาเกิด
สติเตลิด จะเกิดปัญหา
สติมา หมาไม่กัด
สติโดนตัด จะกัดกะหมา
เป็นกำลังใจให้ครับ ท่านประธาน
แนะนำ JWศึกษาต่อเรื่องสุนทรียสนทนา และ Positive Psychology ในหัวข้อ The Flow ครับ จะคล้ายๆกัน