นิตยา เรืองแป้น
นิตยา นิตยา เรืองแป้น เรืองแป้น

ใส่กำลังกาย..สบายกำลังจิต


....หลังจากที่ออกกำลังกายแบบออก..ออก..หยุด..หยุด..ผลก็คือ..สวมใส่เสื้อผ้าชุดไหนๆก็อึดอัดคับแน่นไปหมด..คงต้องเริ่มต้นใหม่แบบจริงจังเหมือนตอนต้นซะแล้ว

ออกกำลังกาย...คำคำนี้ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะนำมาปฏิบัติได้...

จำได้ว่า ....ครั้งแรกที่ได้เริ่มออกกำลังกายอย่างจริงๆเป็นเรื่องเป็นราวก็คือ วันที่ 16 ธันวาคม 2552..

ที่จำได้แม่นขนาดนี้เพราะเป็นช่วงที่หัวหน้าครอบครัวไปนำเสนองานวิจัยที่อินเดีย..แล้วตัวเองก็เกิดอาการเงียบๆ ไม่มีคนบ่น...

  • ก็คิดหาอะไรทำ..
  • ก็..ออกกำลังกาย..
  • ง่ายสุด..ก็ "เดิน"
                     ออกกำลังกายต่อเนื่องมาเป็นปี
              มาหยุดเดินเอาตอนเดือนธันวาคม  เมื่อปลายปีที่ผ่านมา..เพราะต้องเร่งงานที่จะต้องส่งอาจารย์ เหมือนกับเป็นเส้นขีดขั้นสุดท้าย
              บางวันนั่งกับกองเอกสาร 
              บางวันนั่งกับหน้าจอคอมฯ กว่าจะเงยหน้าหันดูรอบตัวก็มืดค่ำ..(ถ้าเป็นตอนเย็น)..หรือ..แดดจ้า (ถ้าเป็นตอนเช้า)
              ตอนนี้งานเสร็จและสอบเรียบร้อยแล้ว  แต่ก็มีแก้ไข..
              แต่จะนั่งกับงานอย่างตอนเดือนธันวาทั้งเดือนโดยไม่ "เดินออกกำลังกาย"ไม่ได้แล้ว        
              เพราะ...ตอนนี้..เสื้อผ้าทุกชุด "คับ"
              "อึดอัด" ..กับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 3 กิโล..1 เดือนกว่าๆกับ 3 กิโล..แล้วถ้ามากกว่านั้นล่ะ! หลับตา...ไม่อยากคิด
              วิเคราะห์ว่าที่น้ำหนักตัวเพิ่มเร็วมากขนาดนั้นเพราะ
              1.  จากที่เคยเอา "เข้า" (ทาน) เท่าเดิม (หรืออาจจะมากกว่าเดิมเพราะนั่งแล้วมีของว่างอยู่ข้างตัวตลอด) แต่ไม่มีการเอาออก
              2. ขยับตัวน้อยมาก
              3. นอนดึก (เคยอ่านข้อมูลพบว่านอนดึกทำให้อ้วน) สงสัยเหมือนกันเพราะคิดว่าน่าจะผอม
              4. เครียด (เคยอ่านข้อมูลพบเหมือนกันว่าเครียดทำให้อ้วน) นี่ก็สงสัยเหมือนกันเพราะคิดว่าน่าจะผอม
              เจอแล้วค่ะ  ข้อมูลของการนอนดึกและเครียดกับการเผาผลาญพลังงานhttp://www.pepsithai.com/food2008/tips/tips22.html
                 ช่วงอาทิตย์นี้จึงเริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับการ "เดิน"..แต่สังเกตว่า การเริ่มตัน"เดินออกกำลังกาย"คราวนี้มีเหงื่อออกน้อยกว่าคราวที่แล้วมาก  แทบจะไม่มีเหงื่อเลย  คิดว่าชั้นไขมันยังหนาอยู่อีก  การขับเหงื่อจึงน้อย..วิเคราะห์แบบไม่ใช้หลักวิชาการอะไรเลยนะคะ..
                           คนที่มีความรู้วิทยาศาสตร์การกีฬาหรือมีประสบการณ์ตรงเข้ามาอ่านคงมีคำตอบได้ว่าเพราะอะไรที่เหงื่อออกน้อย..ออกกำลังกายเสร็จก็ไม่ได้รู้สึกตัวเบา  โล่งสบายเหมือนคราวแรกทั้งปีที่เคยทำมา  ทั้งๆที่ใช้เวลาในการเดินเท่าๆกัน  น่าจะมีปัจจัยอื่น  เช่น ช่วงเวลา  ความเร็วของการเดิน  ฤดูกาล(เอ๊ะ!จะเกี่ยวมั้ย)
             วันนี้จึงคว้าเอาเสื้อตัวใหญ่หนาๆมาสวมทับในขณะที่เดิน..ก็เร่งเหงื่อเพิ่มขึ้นได้นิดหน่อยเท่านั้น..อย่างอื่นเหมือนเดิม
             แล้วจะเอา 3 กิโลที่เพิ่มขึ้นออกไปได้หมดอีกนานมั้ย..เพราะรู้สึกอึดอัดขึ้นทุกวัน..
            ที่สำคัญเช้าๆ เปลี่ยนเสื้อผ้า 3-4 ชุด กว่าจะได้ชุดที่ "พอจะใส่ได้" ก็ "เหนื่อย!"
คนเรา..ไม่มีอะไรพอดีเอาซะเลย 
"ตอนผอม  อยากอ้วน" 
แต่พอ "อ้วน" กลับอยาก "ผอม" 

             ..ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่ลงทุน

             พรุ่งนี้และวันต่อๆไป..จะเดินออกกำลังกาย

             "ออกใส่กำลังกาย  สบายกำลังจิต"...

 

 

คำสำคัญ (Tags): #ออกกำลังกาย
หมายเลขบันทึก: 330999เขียนเมื่อ 25 มกราคม 2010 20:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 8 มิถุนายน 2012 13:24 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

สวัสดีค่ะ  อาจารย์ นิตยา เรืองแป้น

แวะมาอ่านเทคนิคการออกกำลังกาย แบบ ใส่กำลังกาย  สบายกำลังจิต  ดีจังเลยค่ะ          

สวัสดีค่ะ คุณนีนานันท์
  • ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ
  • หากมีเทคนิคดีๆอื่นๆก็แนะนำด้วยนะคะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี