สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้พระราชทานพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยครูทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2526 ตอนหนึ่งว่า"อาชีพครูถือว่าสำคัญยิ่ง เพราะครูมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญมั่งคงและก่อนที่จะพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญได้นั้นจะต้องพัฒนาคนซึ่งได้แก่เยาวชนของชาติเสียก่อนเพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าทุกด้าน จึงสามารถสร้างความเจริญให้แก่ชาติต่อไปได้"

ครู : เรือทองประคองสังคม

          รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร หัวหน้าสาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

          เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญทางด้านการบริหารจัดการ การศึกษาของชาติได้กำหนดให้มีการจัดงานวันครู และจัดมาทุกปี
          การจัดงานวันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2500 สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครู เมื่อปี พ.ศ.2488 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า "คุรุสภา"
          พูดถึงการจัดงานวันครู เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงประเพณี และวัฒนธรรมของสังคมไทยที่ให้ความสำคัญกับครู ผู้ซึ่งสังคมยกย่องให้เป็นปูชนียบุคคลและเป็นอาชีพที่มีเกียรติ
          ในสังคมไทย ครูได้รับการยกย่องว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เป็นผู้ให้ความรู้วิทยาการเพื่อความเจริญของบุคคลและสังคม ผู้ประกอบวิชาชีพครูจึงได้รับการยกย่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้พระราชทานพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยครูทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2526 ตอนหนึ่งว่า
          "อาชีพครูถือว่าสำคัญยิ่ง เพราะครูมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญมั่งคงและก่อนที่จะพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญได้นั้นจะต้องพัฒนาคนซึ่งได้แก่เยาวชนของชาติเสียก่อนเพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าทุกด้าน จึงสามารถสร้างความเจริญให้แก่ชาติต่อไปได้"
          จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมในปัจจุบัน ทำให้ผู้ที่จะเข้ามาเรียนในหลักสูตรวิชาชีพครู ก็ได้เปลี่ยนตามไปด้วย คนดี คนเก่ง คนมีอุดมการณ์ จุดยืนที่จะเป็นครูเพื่อเป็นเรือทองในการประคองสังคมแห่งอนาคต ก็ลดน้อยถอยลง
          ครูในอุดมคติ หรือครูตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของสังคมก็นับวันจะมีน้อยและเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงและค่านิยมของผู้คนในสังคม
          สาเหตุของการขาดตัวป้อนที่พึงประสงค์ในการผลิตบัณฑิต วิชาชีพครูนั้นได้มีสถาบันการศึกษา และองค์กรวิชาชีพครูได้ทำการศึกษาวิจัยมาหลายครั้ง
          ซึ่งผลของการศึกษามีหลายสาเหตุแต่คำตอบของการวิจัยที่คล้ายกันส่วนใหญ่จะหนีไม่พ้นในเรื่อง ของความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะรายได้ หรือค่าตอบแทน และตามด้วยภาระที่ครูนั้นจะต้องแบกรับซึ่งตรงกับความหมายของ "ครู" ที่หมายถึง "หนัก" คนรุ่นใหม่มักจะมีค่านิยมหลักไม่เอาเบาไม่สู้
          จากเหตุผลหลายประการกระทรวงศึกษาธิการตลอดจน ผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านการผลิตครู หรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่จะหาแนวทางหรือเสริมมาตรการรองรับเพื่ออุดรูรั่วดังกล่าวในการที่จะได้มาซึ่งครูดี ครูมีคุณภาพหรือครูมืออาชีพอย่างแท้จริง
          ตัวอย่างเช่น ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มีแนวคิดการผลิตครูพันธุ์ใหม่ หรือหลักสูตรการเรียนวิชาชีพครูที่ต้องใช้เวลา 5 ปี นัยสำคัญของโครงการนี้ก็เพื่อสร้างแรงเสริมเรื่องผลตอบแทนการมีงานทำ และคุณภาพ ตลอดจนประสิทธิภาพของครู
          แต่โครงการนั้นก็ลุ่ม ๆ ดอน ๆ เพราะขาดการวางแผนที่ดีโดยเฉพาะต้นทุนเรื่องงบประมาณ ที่จะเข้ามารองรับ การบริหารจัดการ
          หรือในอดีตเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการได้จัดโครงการคุรุทายาทโดยมุ่งที่จะให้เด็กในชุมชนในท้องถิ่นได้รับทุนเข้ามาเรียนครู เมื่อจบออกไปแล้วสามารถบรรจุเป็นครูในพื้นที่หรือในท้องถิ่นตนเองได้ แต่โครงการดังกล่าวก็ไม่ยั่งยืนกลับล้มเหลวเช่นเดียวกัน
          ด้วยความล้มเหลวทั้งมวลจากในอดีต ที่ว่าด้วยการผลิตหรือพัฒนาวิชาชีพครู คนในสังคมคาดหวังว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คงจะได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการสร้างครูให้เป็นเรือทองเพื่อประคองสังคมได้อย่างมีคุณภาพ และเป็นเรือทองที่ตระหนักต่อความรับผิดชอบในการพัฒนาคน พัฒนาชาติอย่างแท้จริงและไม่ใช่ครูที่เป็นเรือจ้างอย่างในอดีต
          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2551 โดยเฉพาะนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิตได้ชูประเด็นนโยบายการศึกษา
          ซึ่งหนึ่งในแนวทางนโยบายดังกล่าวข้อ 3.1.3 ระบุ เรื่องการพัฒนาครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้ได้ครูดี ครูเก่ง มีคุณธรรม เป็นคุณภาพและมีวิทยฐานะสูงขึ้นลดภาระงานครูที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนตามโครงการคืนครูให้นักเรียน มีการดูแลคุณภาพชีวิตของครูด้วยการปรับโครงสร้างหนี้และจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครู ควบคู่ไปกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เน้นการพัฒนาเนื้อหาสาระและบุคลากรให้พร้อมรองรับและใช้ประโยชน์จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างคุ้มค่า
          จากนโยบายการพัฒนาครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาดังกล่าว บุคคลผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องเมื่อได้ฟังหรือศึกษานโยบายแล้วอาจจะขานรับชื่นชมหรืออาจจะมีคำถาม ถามต่อว่าแล้วนโยบายดังกล่าวจะได้รับการนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมมากน้อยแค่ไหน
          เพราะในหลายรัฐบาลที่ผ่านมานโยบายที่บรรจุไว้ในกระดาษที่สวยหรูเมื่อไปสู่การปฏิบัติจริงมักจะไม่สัมฤทธิผลซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่เข้าใจในกระบวนการศึกษามากในระดับหนึ่ง และเป็นที่คาดหวังของบุคคลในสังคมทางการศึกษาด้วยแล้วคงจะตระหนักดีว่าจะกำหนดแผนยุทธศาสตร์ใดที่จะทำให้นโยบายเดินไปสู่เป้าหมายและสมประสงค์ตามที่กำหนดและทำให้ครูได้รับการพัฒนาอย่างแท้จริง
          แน่นอนผู้ที่จะขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวคงหนีไม่พ้นรัฐมนตรี 3 คน ที่เข้ามากำกับงานด้านการศึกษาในกระทรวงศึกษาธิการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อรัฐบาลและรัฐมนตรีมีการชูธงอย่างชัดเจนแล้วว่าจะต้องมีการปฏิรูปการศึกษารอบสองแน่นอนเรื่องของครูและบุคลากรทางการศึกษาย่อมจะได้รับการปฏิรูปพร้อมกันไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
          ปัญหาเกี่ยวกับครูและบุคลากรทางด้านการศึกษามีมากมายที่กำลังรอการดูแลแก้ไขจากรัฐบาลชุดนี้ และในที่นี้คงไม่ต้องสังเคราะห์ประเด็นปัญหาออกมาเป็นข้อ ๆ เพราะปัญหาเหล่านี้มีมานานควบคู่กับครูไทย เช่น หนี้สิน ความก้าวหน้าในตำแหน่ง โดยเฉพาะเรื่องวิทยฐานะ แต่ในขณะนี้เมื่อสังคมเปลี่ยนปัญหาก็เปลี่ยนไปตามสภาพของสังคมและกาลเวลา
          โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เป็นประเด็นร้อนมานานที่รัฐบาลจะต้องเร่งสร้างขวัญ กำลังใจให้กลับมาโดยเร็ว มิฉะนั้น ที่นั่นอาจจะไม่มีครูในอนาคต
          ถ้าหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2552 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูได้มีการประชุมสัมมนา เรื่องความก้าวหน้าและความมั่นคงทางวิชาชีพ ในวันนั้นได้มีผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการตลอดจน ผู้ประกอบวิชราชีพครูได้แสดงแนวคิดและทรรศนะที่หลากหลายบนพื้นฐานของการหาจุดร่วมเพื่อการสร้างความก้าวหน้าและความมั่นคงทางวิชาชีพครู
          ซึ่ง 1 ปีที่ผ่านมา จากวันนั้นถึงวันนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการกำหนดทิศทางอนาคตการศึกษาชาติ และได้ส่งผ่านให้นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ผู้ที่จะเข้ามาสืบสานงานการศึกษาต่อได้หยิบยกแนวทางที่ผู้เข้าประชุมสัมมนาได้เสนอแนะไว้หรือไม่
          ซึ่งข้อเสนอแนะภายใต้การศึกษาเพื่อชาติและประชาชนโดยมีสาระสำคัญ เช่น การคืนครูให้กับนักเรียน การคืนลูกสู่อ้อมอกพ่อแม่ และที่สำคัญคือการคืนรอยยิ้มและศักดิ์ศรีให้ครู
          นั่นเป็นเพียงหนึ่งในการแก้ปัญหาให้กับครูแต่ปัญหาที่น่าจะเป็นวิกฤต ต่อการศึกษาของชาติได้แก่ ในอีก 7 ปี ครูเกษียณมากกว่าแสนคน
          ปัญหานี้เป็นปัญหาดูเหมือนว่าไม่สำคัญแต่เลขาธิการ กพฐ.เผยว่า ปัจจุบันขาดครูอยู่แล้ว 4 หมื่นคน หากในอนาคตไม่หามาตรการรองรับครูที่จะมาแทนผู้เกษียณ คงจะมีผลกระทบต่อวงการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
          และน่าจะเป็นวิกฤตที่กระทรวงศึกษาธิการจะปรับเปลี่ยนเป็นโอกาสในการวางแผนและการบริหารจัดการเพื่อรองรับกับการแก้ไขปัญหาครูขาดแคลน
          วันนี้ครูทั่วประเทศกำลังรอความหวังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ในฐานะที่อดีตเคยเป็นครูและเข้าใจวิถีชีวิตครูเป็นอย่างดี นโยบายตลอดจนแนวคิดที่รัฐบาลนี้เคยประกาศเอาไว้หวังว่าคงจะได้สืบสานและขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้และมีความชัดเจน
          ทั้งนี้ เพื่อครูทั่วประเทศ จะได้มีความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมกับการพัฒนาการศึกษาของชาติ ภายใต้แนวคิด ครู : คือเรือทองประคองสังคม เพื่อพัฒนาคนพัฒนาชาติอย่างแท้จริง

          "รัฐบาลควรจะตระหนักและให้ความสำคัญต่อการสร้างครูให้เป็นเรือทอง เพื่อประคองสังคมได้อย่างมีคุณภาพ และเป็นเรือทองที่ตระหนักต่อความรับผิดชอบในการพัฒนาคน พัฒนาชาติอย่างแท้จริง และไม่ใช่ครูที่เป็นเรือจ้างอย่างในอดีต"

อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=15495&Key=hotnews