ระหว่างวันที่ 27 - 30 พ.ค. 2549 ได้มีโอกาสพักร้อนเพื่อไปท่องเที่ยวทางภาคตะวันออกของประเทศไทย เนื่องจากดิฉันชอบการพักผ่อนด้วยการท่องเที่ยว รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเติมพลังในการทำงานได้ดีมากๆ ค่ะ

         คณะท่องเที่ยวทั้งหมด 64 คน ไกด์ 5 คน เดินทางโดยรถบัส 2 คัน เป็นการท่องเที่ยวแบบ สว. แท้ๆ คือแวะเที่ยวไปเรื่อยๆ ทำบุญทำทานตามวัดและสถานที่ท่องเที่ยวที่ผ่าน ได้กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นในเส้นทางที่ผ่านอย่างทั่วถึง คือ ลงเป็นซื้อ จริงๆ (นิ่งเป็นหลับ - ขยับเป็นแ_ก - แยกเป็นหลง - ลงเป็นซื้อ) จนไกด์แซวว่าขายวันนี้วันเดียวแล้วหยุดขายไปได้อีก 4 - 5 วันสบายๆ เลยทีเดียว เส้นทางที่ท่องเที่ยว คือ

          วันแรกกรุงเทพ - ฉะเชิงเทรา - ปราจีนบุรี  แวะนมัสการหลวงพ่อพุทธโสธรในวิหารใหม่ที่ยิ่งใหญ่อลังการ,  ล่องเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งลำน้ำบางปะกง,  ชมตลาดใหม่ที่เป็นสถานที่ถ่ายทำละครลอดลายมังกรและอยู่กับก๋ง,  สักการะวัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) ที่มีปติมากรรมรูปเคารพที่ทำด้วยกระดาษ ซึ่งอัญเชิญมาจากเมืองจีนเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว,  พักรับประทานอาหารกลางวันในเรือนแพริมฝั่งชายน้ำบางปะกง จากนั้น ชมสระมรกตและนมัสการรอยพระพุทธบาทคู่ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่เมืองโบราณศรีมโหสถ อายุเก่าแก่กว่า 1,200 ปีมาแล้ว,  ชมสระแก้ว สระน้ำโบราณ ที่มีภาพแกะสลักรูปสัตว์นานาชนิดที่ขอบปากสระเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย,  สุดท้ายของการเที่ยวชมในวันนี้ เข้าชมพระอุโบสถวัดแก้วพิจิตร ซึ่งเป็นศิลปไทยชั้นเยี่ยมของเมืองปราจีนบุรีที่ผสมผสานด้วยศิลปแบบเขมรและฝรั่งเศส 

          คืนนี้พักที่โรงแรมทวาราวดี รีสอร์ท รับประทานอาหารค่ำพร้อมสัมผัสบรรยากาศอันรื่นรมย์ด้วยการชมนาฏศิลป์ย้อนยุคสู่ครั้งสมัยทวาราวดีรวม 3 ชุด

          วันที่สองปราจีนบุรี - จันทบุรี ส่วนใหญ่ในช่วงเช้าเป็นการเดินทาง ชมเส้นทางจากปราจีนบุรีสู่สระแก้ว เขาฉกรรจ์ วังน้ำเย็น โป่งน้ำร้อนและจันทบุรี อาหารกลางวันแบบติ่มซัมที่ภัตราคารอาหารจีน จากนั้น ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พาณิชย์นาวี ที่รวมความรู้เรื่องเรือแบบต่างๆ โบราณคดีใต้น้ำ คลังเก็บโบราณวัตถุ และเรื่องราวบุคคลสำคัญ (น่าชมมากไม่แพ้พิพิธภัณฑ์เรือที่นรเวย์เลย), ชมศูนย์ศึกษาธรรมชาติชายเลน อ่าวคุ้งกระเบน โดยเดินตามสะพานไม้ชมทัศนียภาพและทัศนศึกษาด้านนิเวศน์ป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ สัมผัสกลิ่นอายของธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ 

Img_0412

          คืนที่สองนี้พักที่โรงแรมมณีจันทร์ รีสอร์ท แอนสปอร์ตคลับ หลายคนได้มีโอกาสพักผ่อนกับการนวดตัวแบบต่างๆ, ว่ายน้ำ และแอร์โรบิคในโรงแรม

          วันที่สามจันทบุรี - เกาะช้าง วันนี้ได้ชมการแสดงของปลาโลมาน่ารักน่าชื่นชมในความแสนรู้ ที่สถานแสดงสัตว์น้ำ โอเอซีส ซีเวิลด์ อ.แหลมสิงห์,  ชมสินค้าโอท็อป  ผลิตภัณฑ์จากต้นกก และเสื่อจันทบูร  หลังอาหารกลางวันข้ามเรือเฟอร์รี่ที่ท่าอ่าวธรรมชาติสู่เกาะช้าง ใช้เวลาในเรือเฟอร์รี่ประมาณ 30 นาที ขึ้นที่อ่าวสับปะรด  นำชมภูมิประเทศของเกาะช้างโดยรถตู้ 8 คัน (รถบัสข้ามมาที่เกาะช้างไม่ได้ ต้องจอดรอที่ท่าอ่าวธรรมชาติ) จากนั้น นำเข้าที่พักโรงแรมอมารี เอ็มเมอร์รัลด์ โคฟ รีสอร์ท ที่สวยมาก ห้องพักสะดวกสบาย

          อาหารค่ำคืนนี้ต้องรับประทานในโรงแรม เลยเสียดายบรรยากาศแบบบาร์บีคิวซีฟู้ดที่ชายหาดส่วนตัวของโรงแรมตามที่ Plan ไว้ในโปรแกรม เนื่องจากมีการณ์พยากรณ์ว่าจะมีฝนตก แต่โรงแรมก็ยังจัดบาร์บีคิวซีฟู้ดให้ ทีมไกด์จัดแสดงดนตรีเบาๆ ขับกล่อมสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยว สว.ทุกท่านได้เป็นอย่างดี

          วันที่สี่ (สุดท้าย) เกาะช้าง - แหลมงอบ - กรุงเทพ  เช้านี้ตื่นตามสบายไม่เร่งรีบ เปิดโอกาสให้ชื่นชมธรรมชาติที่สดชื่น อากาศบริสุทธิ์ของเกาะช้างก่อนเดินทางกลับ ข้ามเรือเฟอร์รี่กลับไปขึ้นรถบัสที่จอดรออยู่ฝั่งแหลมงอบ  แวะชมอนุสรณ์สถานกรมหลวงชุมพรฯ  ก่อนพักรับประทานอาหารกลางวันแบบซีฟู้ดมื้อใหญ่ ที่ห้องอาหารเรือนทะเล หลังจากนั้นเดินทางมุ่งสู่กรุงเทพ โดยแวะพักซื้อของฝากเป็นระยะๆ

         สิ้นสุดวันเวลาแห่งการพักผ่อนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว "จุดเด่นของการท่องเที่ยว คือ การบรรยายเรื่องราวต่างๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวที่แวะชม  ทีมมัคคุเทศน์มีการเตรียมตัวที่ดีในการร้อยเรียงเรื่องราวถ่ายทอดสู่ผู้ฟังซึ่งสร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง  และยังมีการนำรถตู้นำหน้าไปก่อนจากจุดหนึ่งสู่อีกจุดหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อเคลียร์ทางและความเรียบร้อยของห้องอาหาร ที่พักก่อนคณะท่องเที่ยวไปถึง แสดงถึงความเป็นมืออาชีพจริงๆ"