มหาวิทยาลัยไทย ละเลยความเป็นจริงที่เป็นปัญหาของสังคมไทยในหลายด้าน เช่น ด้านสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด ค่านิยมตัวใครตัวมัน หฟลงวัตถุ ตามก้นทุนนิยม และเสพสุขกับค่านิยมตะวันตก สิ่งเหล่านี้แทบไม่อยุ่ในความสนใจของมหาวิทยาลัยไทยเสียเลย มหาวิทยาลัยไม่สามารถตอบปัญหาเหล่านี้ได้ และมิหนำซ้ำกลับเป็นตัวปัญหาเสียเอง ส่งผลทำให้สิ่งเหล่านี้รุนแรงขึ้น ทั้งนี้เพราะมุ่งผลิตคนไปเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรม รับใช้พ่อค้า นายทุน นักธุรกิจเท่านั้นเอง หลักสูตรในมหาวิทยาลัยเมื่อแยนกเป็นศาสตร์ย่อยๆแล้วพะบว่าเรื่องของคุณะรรมจริยธรรมหาไม่เจอ เรื่องศีลธรรมเรื่องการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคหาไม่เจอ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสมานฉันท์ การไม่ใช้ความรุนแรง สิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน สันติวิธี ไม่มีในหลักสูตร หลักสูตรที่เป็นอยู่สนใจเฉพาะเรื่องของตัวจนไม่สามารถตอบสนองความต้องการของสังคม และบ่อยครั้งพบว่าไม่ตอบสนองความต้องการของสังคมเลย

 อ.หมอประเวศ วะสี ได้เสนอไว้อย่างน่าสนใจว่า" มหาวิทยาลัยมักเอาวิชาเป็นตัวตั้ง สนใจแต่เรื่องเทคนิค " เช่นคณะนิติศาสตร์ ก็สนใจแต่เรื่องเทคนิคว่าข้อกฎหมายตรงนี้ว่าอย่างไร ให้จำให้ปฏิบัติแบบนกแก้วนกขุนทอง ไม่ได้สนใจว่ากฎหมายเหล่านั้นมันเป็นไปเพื่อความยุติธรรม เพื่อทำให้สังคมสงบสุข การตีความโดยนักกฎหมาย ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา ก็ตีความโดยอาศัยข้อกฏหมายในเชิงเทคนิคมากกว่า หลายสถาบันมีคณะนี้เพื่อครอบงำนักศึกษา ให้คิดอยู่ในกรอบเทคนิคของกฎหมาย ตัวบท ห้ามสนใจอย่างอื่น นักศึกษาคณะนี้หลายแห่งกลายเป็นหุ่นยนต์ สมันผมศึกษาอยู่ ผมจำได้ว่า รุ่นพี่ผมรับเพื่อนใหม่ ด้วยการขึ้นคัดเอาท์ตัวใหญ่ที่ตึกคณะนิติศาสตร์ว่า "ชนชั้นใดเขียนกฎหมายเพื่อรับใช้ชนชั้นนั้น ทำให้ประชาชนกลายเป็นหมา กฏหมายที่หมายกดกดขี่ขูดอยู่ตาปี จักกลายเป็นคัมภีร์แห่งปีศาจอำนาจร้าย ประชาชนคือคต้นบทข้อกำหนดแห่งกฎหมาย ประชาชนไม่เคยตาย แต่กฎหมายตายทุกมาตรา "นี่เป็นรูปธรรมหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่ากฎหมายที่เลวๆมีมาก นักการนกฎหมาย ทั้งบัณฑิต ทั้งเนฯ ผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจ สภาทนายความ นักสิทธิมนุษยชน(ดูจะทำงานหนักกว่าเพื่อน) ไม่รู้ทำอะไรอยู่กับเรื่องเหล่านี้ เราจะเห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยทำตัวอยู่นอกสังคม ไม่ตอบสนองปัญหาสังคม แม้แต่ตอบสนองความต้องการของสังคมเฉพาะด้านเฉพาะเรื่องก็ไม่ทำแล้ว คือไม่ตอบสนองอะไรทั้งสิ้น คนที่จบมหาวิทยาลัยไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องไปฝึกกันใหม่ในสถาบัน ในโรงงาน หรือองค์กรธุรกิจ มหาวิทยาลัยจึงไม่สามารถตอบสนองความเป็นจริงของยุคสมัยได้เลย  ในฐานะที่ทำงานยNGOมากว่า 18 ปีพบว่าประเด็นการดูแลสุขภาพทางเลือก เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์ ข้าวพื้นบ้าน พลังงานทางเลือก โลกร้อน ปัญหาหนี้สินของประชาชนและเกษตรกร การสร้างและการจัดสวัสดิอการชุมชน เกษตรทางเลือก การคุ้มครองผู้บริโภค การจัดการที่อยู่อาศัยภาคเมืองและชนบท ปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง เด็กไร้สัญชาติ ปัญหามลพิษ การศึกษาเพื่อการค้าพานิชย์ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจและ มหาวิทยาลัย สัญญาการค้าปลอดภาษีระหว่างประเทศ (ภาคเกษตร,อุตสาหกรรม) การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน /ประชาสังคม การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิชุมชนสิทธิท้องถิ่น การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เหล่านี้ทั้งหมด มหาวิทยาลัยทำอะไรได้บ้าง (มีต่อ)