มหาวิทยาลัยที่มาตรฐานสูง เขาตัดสินให้ปริญญาเอกโดยมองที่คนทั้งคน มองที่ความสามารถด้านวิชาการหลากหลายด้าน ไม่ใช่แค่มีเอกสารวิจัยมาเสนอ และตอบคำถามในการสอบวิทยานิพนธ์ได้ ก็ให้ผ่าน

          ในช่วงเวลา ๑ เดือนที่ผ่านมา ผมไปสอบปริญญาเอก ๒ ครั้ง    ทำให้เกิดแรงบันดาลใจเขียนบันทึกชุดนี้    เพื่อเสนอความเห็นออกไปในสังคม และวงการอุดมศึกษา    โดยไม่รับรองว่าความคิดเห็นเหล่านี้จะถูกต้อง    และเป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ได้พูดโดยสวมหมวกใดๆ
          ผมเดาว่า มี นศ. ป. เอกจำนวนมากเข้าใจผิด    คิดว่าการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ เป็นการสอบเฉพาะสาระของการวิจัย เท่านั้น    ตัวคุณภาพของผลงานวิจัยเป็นตัวตัดสินเด็ดขาด    นั่นคือความเข้าใจผิด
          มหาวิทยาลัยที่มาตรฐานสูง เขาตัดสินให้ปริญญาเอกโดยมองที่คนทั้งคน    มองที่ความสามารถด้านวิชาการหลากหลายด้าน    ไม่ใช่แค่มีเอกสารวิจัยมาเสนอ และตอบคำถามในการสอบวิทยานิพนธ์ได้ ก็ให้ผ่าน
          คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ จึงมีความสำคัญมากในการรักษาคุณภาพของปริญญาเอก 
          แน่นอนว่า วิทยานิพนธ์เป็นหัวใจของการสอบ    ผลงานวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์ต้องมีคุณภาพ    มีคำถามวิจัยที่ชัดเจนและใหม่ (มีนวภาพ - originality)   จะรู้ว่ามีนวภาพก็ต้องมีการทบทวนความรู้ (ทบทวนวรรณกรรม) ที่มีอยู่แล้ว    เพื่อให้ชัดเจนว่าการวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์นี้ เป็นการต่อยอดความรู้ที่มีความหมาย มีความสำคัญ มีประโยชน์   
          ผมมีข้อสังเกตว่า นศ. มักเข้าใจผิด ว่าจะต้องแสดงว่าตนได้ไปอ่านหรือมีรายการเอกสารอ้างอิงครบถ้วนมากมาย    บางคนอาจเขียน reference โดยไม่ได้อ่าน หรืออ่านก็อ่านลวกๆ เช่นอ่านเฉพาะ abstract   ไม่ได้สาระที่แท้จริงเอามาเขียนเหตุผลที่ทำวิจัยเรื่องนี้
          แค่นี้ก็สะท้อนการเรียนปริญญาเอกที่คุณภาพต่ำ มาตรฐานต่ำแล้ว    คือไม่มีการป้องกันการเขียนวิทยานิพนธ์แบบขาดจริยธรรมในการวิจัย คืออ้างโดยไม่ได้อ่าน   หรืออ้างแบบเน้นปริมาณ เพียงแค่ให้มี reference จำนวนมาก   ไม่ได้อ้างอย่างมีคุณภาพ คือเอาสาระจาก publication คุณภาพสูงมาเขียนอย่างมีเหตุมีผล และมีวิจารณญาณ
          การอ้างอิงอย่างมีวิจารณญาณ คือ รู้ว่าบาง paper ที่ตีพิมพ์มีจุดอ่อน   แม้จะได้รับการตีพิมพ์ก็ยังไม่น่าเชื่อถือ    นศ. ป. เอก ต้องแสดงความสามารถนี้ จึงจะสมควรได้รับปริญญาเอก
          วิญญาณของนักวิจัย นักวิชาการที่แท้จริงคือ ไม่เชื่อง่ายๆ โดยไม่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด (critical appraisal)   นศ. ป. เอก ต้องแสดงคุณสมบัตินี้ จึงสมควรได้เป็น ด็อกเตอร์
          วิธีวิทยาการวิจัย (research methodology) ที่ใช้ในการทำวิทยานิพนธ์ต้องเหมาะสม และน่าเชื่อถือ   คือ นศ. ต้องแสดงว่าจริงๆ แล้วมีหลายวิธีการให้เลือก   แต่ นศ. มีเหตุผลที่ดีในการเลือกใช้วิธีการนี้   และมีความมั่นใจว่าได้ใช้วิธีการที่มีความแม่นยำสูง   ได้ป้องกันหรือหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นสาเหตุของความไม่แม่นยำหมดแล้ว   หรือหากมีระดับของความแม่นยำที่จำกัด ก็ต้องระบุว่าตนเข้าใจข้อจำกัดนั้น   และจะใช้ความเข้าใจนี้ในการวิจารณ์แปลผลการวิจัย 
          ข้อมูล ต้องนำเสนอให้ตรวจสอบข้อมูลได้   ให้ผู้อ่าน (ที่จริงจังมาก) เอาไปวิเคราะห์เองได้    เพื่อตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของผลการวิเคราะห์   หรือเพื่อให้ตรวจสอบความแม่นยำของการเก็บข้อมูลได้ 
          ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ก็ต้องนำเสนอเพื่อให้ทนต่อการตรวจสอบ เช่นเดียวกันกับการนำเสนอข้อมูล 
          การสังเคราะห์และวิจารณ์ผล เป็นส่วนสำคัญยิ่งที่แสดงความรู้ความสามารถของ นศ. ว่า เพียงพอที่จะได้รับปริญญาเอกแล้วหรือยัง   ผมมีข้อสังเกตว่า นศ. มักเข้าใจผิด ว่าผลการวิจัยที่เป็นผลบวก (positive result) เท่านั้นที่สำคัญ   ผมมองตรงกันข้าม   ผมมองว่าผลการวิจัยที่แปลก ไม่คาดฝัน คือโอกาสให้เราค้นต่อ เพื่อสาวไปสู่ความรู้ใหม่ที่ใหม่จริงๆ   นศ. ต้องแสดงความสามารถในการจับโอกาสสร้างความรู้ใหม่ในแนวนี้
          หัวข้อของบันทึกนี้คือ สอบอะไร   คำตอบแรกคือ สอบวิทยานิพนธ์  โดยที่ในการสอบวิทยานิพนธ์ คณะกรรมการไม่ได้มองเฉพาะที่ตัวผลการวิจัย   แต่ได้ใช้เอกสารวิทยานิพนธ์และการนำเสนอ การตอบคำถาม เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินด้วย
          คำตอบที่ ๒ คือ สอบความสามารถในการสื่อสารวิชาการ   คนเป็นบัณฑิตปริญญาเอกต้องมีความสามารถในการสื่อสารวิชาการได้อย่างน่าเชื่อถือ  ข้อเขียนในวิทยานิพนธ์ต้องอ่านเข้าใจง่าย   ใช้ภาษาที่เหมาะสม   และสื่อสารอย่างแม่นยำและระมัดระวัง   ที่สำคัญยิ่งคือไม่ด่วนสรุป และไม่สรุปเกินหลักฐานที่มี
          คำตอบที่ ๓ คือ สอบความสามารถทางวิชาการโดยรวม  กรรมการสอบจะมีความสามารถในการใช้วิจารณญาณประเมินข้อนี้    โดยอ่านจากข้อเขียนวิทยานิพนธ์และจากการโต้ตอบในการสอบ  
          มหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐานสูงจะคำนึงถึงทั้ง ๓ ข้อนี้   ซึ่งจะทำให้การจ้างทำวิทยานิพนธ์ทำไม่ได้เลย   และการเตรียมตัวสอบแบบลวกๆ โดยไม่ผ่านการฝึกฝนเคี่ยวกรำ ก็ไม่ได้ผล
          ประเทศไทยต้องการผู้จบปริญญาเอกที่มีคุณภาพสูงระดับนี้ สำหรับทำงานเป็นนักวิชาการให้แก่ประเทศ   ผู้ที่จะไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยต้องผ่านปริญญาเอกคุณภาพสูงระดับนี้เท่านั้น
 
วิจารณ์ พานิช
๙ ม.ค. ๕๓