๑๘ มกราคม ๒๕๕๓

          หนูนั่งถอดบทเรียนตั้งแต่หลังเที่ยงคืน จนประมาณตีสามเสีงปลุกจากมือถือดังเตือนบอกเวลา หนูพิจารณาว่าจะนอนหรือจะไม่นอน ทบทวนในตนเอง หนูนอนในรถมาบ้าง ตัดสินใจ อะ ลองกับตนเองดูว่าถ้าอดนอนแล้วสติเป็นอย่างไร  หนูนั่งถอดบทเรียนทบทวนไปเรื่อย ๆ อากาศริมระเบีงคืนนี้ดูจะเย็นเป็นพิเศษ แต่ผ้าห่มที่มีก็ช่วยบรรเทาความหนาวภายนอกได้ค่ะ ประมาณตีสี่หนูวางมือลงจากการถอดบทเรียนแล้วก็มีเสียงขึ้นมาว่า อืมดีแล้วให้รางวัลตนเองซะหน่อยงั้นดูละคร มีเสียงแย้งภายในแต่ไม่แรงพอว่ามันจะหลงนะ แต่ก็นั้นแหละค่ะ เสียงแห่งความดีไม่แรงพอ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นหนูไม่รู้จะดูเรื่องอะไร แต่แว๊บนึกถึงหน้าของพระเอกที่อยู่ในป้ายโฆษณาตอนอยู่ขอนแก่น หนูเดาคร่าว ๆ ว่าต้องเป็นพระเอกละครฮิตหลังข่าวแน่ ๆ ซึ่งพอลองหาใน Google ก็เจอจริง ๆ เท่านั้นแหละค่ะ หนูหลงเข้าไปในเรื่องนั้นหลายชั่วโมง ดูแบบรวดเดียวจบ ตอนประมาณหกโมงเช้ามีเสียงเตือนดังในใจว่า “ไปออกกำลังกายได้แล้ว” เสียงตอบกลับมาว่า “ฟ้ายังมืดอยู่ มันอันตราย” แหนะดูมันค่ะ พอดูไปเรื่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาอีกทีเจ็ดโมงเช้า หนูต้องรีบจัดการ ทุกอย่าง เต็มไปด้วยเสียงต่อรองภายในหัว หนูจึงนั่งลงทำวัตรเช้า

          พอไปถึงที่ทำงาน ตอนแรกยังเป็นเบรอ ๆ บ้างแต่ความอ่อนล้าของกายทำให้หนูรู้สึกลมหายใจได้ชัด แต่ในหัวก็เป็นตอบสนองช้า ๆ อยู่ ตอนเช้าลอกผิวใบบนล่าง และตัด midrib เที่ยง ๆ ตอนแรกพิจารณาว่าจะทานอาหารดีไหม หรือ จะอด สุดท้ายเปลี่ยนใจ ไปทานอาหารเจที่กรมอนามัย

บ่าย ๆ หนูเอ้อละเหย พี่ ๆน้อง ๆ ในห้องมีมะม่วงมาฝาก หนูจึงลงมือทำยำมะม่วงแบ่งปันคนในห้องทาน ดูท่าทางจะถูกปากกันทีเดียวค่ะ หมดไปตั้งสามจน สำหรับความรู้สึกของคนทำแล้ว รู้สึกดีที่ได้ทำให้คนอื่นทาน ประทับใจค่ะ มองนาฬิกาหนูเริ่มลุยทำ midrib แล้วก็เลือกวาดภาพ midrib ก่อน แต่ดูแล้วหนูวาดได้ไม่ค่อยดีนัก รู้สึกว่ายังดีได้อีก จึงกลับมานั่งทบทวนในตนเอง แล้วนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้มีประชุมต้องเร่งเครียงาน เพราะ r2r ประชุม 2 วัน หนูใจเต้นตุ๊บ ๆ เอาไงดีหว่า พี่ ๆ ไม่ให้กุญแจห้องด้วย ทำนอกเวลาก็ไม่ได้ หนูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เอาน่า ทำเต็มที่เสร็จเท่าที่เสร็จ หนูนั่งลงวาดภาพไดอะแกรม ของผิวใบบนและล่างก่อน เสร็จไปสองอย่างใช้เวลาไม่นาน แต่ก็เลิกงานเกือบ ๆ หกโมงเย็นโชคดีที่พี่หัวหน้าติดประชุมเย็น จึงทำให้หนูมีเวลา

          หนูนั่งลงทบทวนในตนเอง เอ๊ะ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมบ่ายนี้หนูใช้เวลาแป๊บเดียวในการทำงานแล้วเสร็จแบบออกมาดีด้วย แล้วทำไมเมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้ สิ่งแวดล้อมคืออะไร โห ชัดมาก ๆ ว่าหนูบอกตนเองว่า “ไม่ได้นะ ไม่มีเวลาแล้ว ต้องทำให้ได้มากที่สุด ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น” เหมือนเป็นการเจริญมรณานุสติแบบเป็นธรรมชาติ ทำไปเอง ตอนที่ทำก็ไม่ได้นึกด้วยว่าเป็นอะไร พอทำเสร็จหนูก็ไม่ได้เครียดค่ะ เดินออกจากที่ทำงาน แวะเดินภาวนาข้าง ๆ กรมควบคุมโรค เดินไปเดินมาทบทวนในตนเอง อืม แสดงว่า หนูยังใช้งานตนเอง ไม่เต็มศักยภาพ ไม่ได้คิดเลยว่าตนเองจะตาย

          กลับมาที่ห้อง หนูเปิดดูอะไรเรื่อย ๆ ร่างกายรู้สึกเพลียไม่ไหวลั้ว จึงล้มตัวลงนอนแล้วก็หลับไป

ศีล

  1. หนูรู้สึกเพลียค่ะ แต่ก็มีสติดี เพ่งโทษตนเองบ้างแต่ก็เบาลง
  2. พยายามไม่หยิบของ ไ ใคร ตอนแรกนั่งที่โต๊ะทำงานตอนเย็น ๆ ต้องการหยิบปากกามาเซ็นเอกสารหันหลังไปเจอปากกาบนโต๊ะเพื่อนใกล้ ๆ มือเอื้อมไปหยิบอย่างเคยชิน แต่หนูรู้สึกตัวว่าเผลอ จะหยิบของที่เจ้าของยังไม่ได้อนุญาตรู้สึกละลาย จึงวางมือลงแล้วเปิดกระเป๋าตนเอง หยิบปากกาออกมาเซ็นเอกสาร
  3. ไม่ได้แย่งแฟนใครค่ะ
  4. หนูทำข้อวัตรได้ไม่สมบูรณ์ค่ะ
  5. ไม่ได้ดื่มเหล้า แต่ก็ยังเผลอค่ะ อ่อนภาวนา