ผมไปร่วมประชุมเวทีเสนอผลการวิจัย ชุด การศึกษากับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เมื่อวันที่ ๒๙ ธ.ค. ๕๒ ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  จ อุบลราชธานี  การประชุมนี้จัดโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ภายใต้มูลนิธิประชาสังคมจังหวัดอุบลราชธานี โดย อ.กาญจนา ทองทั่ว เป็นผู้อำนวยการสถาบัน   และ นพ. นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ เป็นประธานมูลนิธิ


          สถาบันฯ ได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว. ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น ให้เป็น node จัดการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น และทำงานได้ผลดี    แต่ผู้ประเมินโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่นของ สกว. (ศ. นพ. วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์) แนะนำว่า ควรหาทางนำเอาการวิจัยเพื่อท้องถิ่นเข้าสู่มหาวิทยาลัย    สกว. จึงให้ทุนวิจัยระยะที่ ๓ แก่สถาบันฯ โดยมีเงื่อนไขให้ต้องเอาการวิจัยเพื่อท้องถิ่นเข้าสู่มหาวิทยาลัย


          การประชุมวันนี้เป็นเวทีนำเสนอผลงานตามข้อตกลงให้ทุนดังกล่าว    ซึ่งเป็นผลของความริเริ่มสร้างสรรค์ของ อ. กาญจนา ทองทั่ว   ที่ไปชวน ม. อุบลฯ และ มรภ. อุบลฯ เข้าร่วม   โดยมีทุนวิจัย ๓ แบบ   คือทุน นศ. ป. ตรี    ทุน นศ. ป. โท   และทุนแก่อาจารย์ซึ่งจะทำร่วมกับคนในชุมชน 

          จึงเป็นบุญของผม ที่ได้ไปเห็นและเข้าใจวิธีการโน้มน้าวให้คนมหาวิทยาลัยออกจากหอคอยงาช้างเข้าสู่ชุมชน   เข้าไปเรียนรู้ร่วมกันกับชุมชน   ทั้งเอาความรู้ที่มหาวิทยาลัยมีไปให้ และไปดูดซับเรียนรู้ความรู้ที่มีอยู่ในชุมชนในรูปแบบต่างๆ 

          จากการไปนั่งฟังเรื่องเล่าของกิจกรรมในห้องนักวิชาการในช่วงบ่าย   ผมได้เห็นว่า อาจารย์จำนวนหนึ่งมีความสุขมากที่ได้ออกไปทำประโยชน์และเรียนรู้ร่วมกันกับชุมชน   และได้เห็นกลไกหรือเครื่องมือ สำหรับมหาวิทยาลัยที่ต้องการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน ใช้ในการสร้างความเป็นเลิศของตนที่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยประเภทอื่น  

          ทำให้มหาวิทยาลัยมีวิธีจัดการเรียนรู้ให้แก่ นศ. และบุคลากร ที่เป็นการเรียนโดยไม่ต้องสอน   ที่เป็นการเรียนรู้จากชีวิตจริง   เป็นโอกาสให้อาจารย์ได้คิดค้นออกแบบวิธีวัดผลการเรียนรู้จากการปฏิบัติ ว่าได้ความรู้ครบด้านที่ต้องการหรือไม่    จะต้องเติมเต็มความรู้ส่วนไหน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างไร

           การเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นต้องไม่เหมือนกับการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยประเภทอื่น   คุณภาพและความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นต้องแตกต่าง   และความแตกต่างนั้นไม่มีใครบอกได้หรือกำหนดได้   มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นต้องกำหนดขึ้นเอง ทั้งจากประสบการณ์ตรงและจากทฤษฎี

          ผมเห็นโจทย์วิจัยของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น ส่วนที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้   วิจัยจากการเข้าไปเรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง ว่ากิจกรรมแต่ละแบบ ทำให้ นศ. เกิดการเรียนรู้ด้านใดบ้าง ยังขาดความรู้ด้านใดบ้าง    โจทย์นี้แตกออกได้เป็นร้อยโจทย์ย่อย ที่จะทำเป็นชุดโครงการ มีการจัดการชุดโครงการ    มีคณะกรรมการชี้ทิศทาง มีผู้เชี่ยวชาญประเมิน   ก็จะทำให้เกิดทั้งผลงานวิจัยคุณภาพสูง ที่ใช้ประโยชน์ได้   และเป็นเครื่องมือสร้างความแตกต่างของมหาวิทยาลัยกลุ่มมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน

          สกอ. จะสามารถใช้การสนับสนุนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นแบบนี้   เพื่อบรรลุผลการจัดสถาบันอุดมศึกษาออกเป็น ๔ กลุ่ม ได้อย่างสมภาคภูมิ คือมีความเป็นเลิศของแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน   และเป็นกระบวนการแห่งความสุข   เพราะคณาจารย์จะได้ทั้งผลงานวิชาการ และได้ความภาคภูมิใจอย่างที่ผมไปเห็นเมื่อวันที่ ๒๙ ธ.ค. ๕๒

          เคล็ดลับของ สกอ. ก็คือ อย่าจัดการทุนนี้เอง   ให้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เขามีทักษะอยู่แล้ว คือ สกว.   ให้ commission ให้ สกว. ฝ่ายท้องถิ่นทำหน้าที่จัดการตามเงื่นไขผลลัพธ์ที่ต้องการ

          ขอแสดงความชื่นชม อ. กาญจนา ทองทั่ว ที่ได้สร้างหน่ออ่อนของนวัตกรรมนี้    รอให้หน่วยงานที่มีทรัพยากร เข้าไปหนุนให้หน่ออ่อนเติบโตเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นอย่งมีภาคภูมิ

 

วิจารณ์ พานิช
๓ ม.ค. ๕๒