เราได้ห่างเหินจุดแข็งของเราแต่ดั้งเดิมนั่นก็คือวิถีชีวิตที่พอเพียง วัฒนธรรมแห่งความสันโดษและความเกื้อกูลกันและกันในสังคม เมื่อเราไม่ยืนอยู่บนจุดแข็งของเราก็ทำให้เราอ่อนแอ เป็นที่มาของโรคร้ายทางสังคมที่คอยทำร้ายสังคมเราอยู่ร่ำไป

            ปัจจุบันเป็นที่น่าวิตกว่า ปัญหาทางสังคมไทยของเรานับวันจะสลับซับซ้อน และทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน บางปัญหาก็หมักหมมมาช้านาน  บางปัญหาก็กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางสังคมที่ขยายตัว  ไม่เฉพาะแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นให้เราได้พบเห็นตามสื่อต่างๆ ในแต่ละวันเท่านั้น   ปัญหาที่ซ่อนเร้นก็พร้อมจะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ

            ปัญหาที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือปัญหาเกี่ยวกับเยาวชนของชาติไม่ว่าจะเป็นปัญหาการใช้ความรุนแรง ปัญหาการมั่วสุม  ปัญหาการใช้จ่ายเงินเกินตัว ปัญหาโสเภณี เด็กไทยส่วนใหญ่จึงฟุ่มเฟือยไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ขาดความมัธยัสถ์และความประหยัด  เด็กนักเรียนนักศึกษากลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะในเมืองมีโทรศัพท์มือถือและพร้อมจะเปลี่ยนเครื่องและเบอร์โทรใหม่ๆ ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา บางคนถึงกับต้องยอมพลีร่างกายของตนเองเพื่อให้ได้มาซึ่งยี่ห้อและรุ่นที่ทันสมัย ที่หนักไปกว่านั้นก็คือข่าวการทำร้ายร่างกาย  เพื่อชิงโทรศัพท์ราคาไม่กี่พันบาท โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง   อีกปัญหาหนึ่งก็คือปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น  อีกทั้งปัญหาการเอารัดเอาเปรียบลูกค้าของผู้ประกอบการ       ปัญหาที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่บ่งบอกว่าเราได้ห่างเหินจุดแข็งของเราแต่ดั้งเดิมนั่นก็คือวิถีชีวิตที่พอเพียง  วัฒนธรรมแห่งความสันโดษและความเกื้อกูลกันและกันในสังคม เมื่อเราไม่ยืนอยู่บนจุดแข็งของเราก็ทำให้เราอ่อนแอ เป็นที่มาของโรคร้ายทางสังคมที่คอยทำร้ายสังคมเราอยู่ร่ำไป ก็หวังใจว่าผู้บริหารในทุกระดับของเราจะมองเห็นปัญหาและหาทางออกที่สร้างสรรค์และเหมาะสมต่อไป

                อันที่จริง สังคมไทยเราตั้งแต่อดีตเคยแข็งแกร่งตั้งอยู่บนรากฐานที่มั่นคงมาช้านาน โดยเฉพาะหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาที่ช่วยหล่อหลอมจิตใจ สังคมไทยในอดีตมีลักษณะพึ่งพาอาศัย  เช่น กิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวในชนบท อันนำมาซึ่งความสามัคคี ความเข้าอกเข้าใจกัน  วัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนกับข้าวแบบหมูไปไก่มาในหมู่ญาติสนิทมิตรสหาย  พืชผักผลไม้ในสวน  มีการแบ่งปันโดยไม่ต้องซื้อหา   แต่พอถึงยุคทุนนิยม  เสรีนิยม  ยุคที่คนมีเงินมีอำนาจมาก  ทำให้คนในชนบทกลายเป็นคนสังคมเมือง เกิดพฤติกรรมการเลียนแบบ โดยมีตัวอย่างผ่านสื่อโทรทัศน์ บางคนบ้านอยู่ติดกันยังไม่คุยกัน  วิถีชีวิตที่เรียบง่ายเปลี่ยนไป เด็กที่เคยดื่มน้ำฝน กลายเป็นต้องดื่มน้ำเย็น  น้ำไม่เย็นดื่มไม่ได้ หรือบางคนต้องเป็นน้ำอัดลมเท่านั้น ความสะดวกสบายทำให้นิสัยเสีย  อันเป็นที่มาของความล้มเหลวทางด้านจิตวิญญาณ  คนเป็นทาสของวัตถุ  เรื่องเศรษฐกิจเป็นลัทธิหรือศาสนาใหม่  

              การสร้างเยาวชนไทยรุ่นใหม่ให้แข็งแกร่งบนจุดแข็งของเราเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเราสร้างค่านิยมให้รู้จักพอเพียงพอใจในความสามารถของตน เราก็จะแก้ปัญหาความมัวเมาหลงผิดในรูปแบบต่างๆได้  ไม่ต้องแสวงหาเงินตราในทางที่ผิด  ทั้งนี้ต้องอาศัยกัลยาณมิตรทั้งครอบครัว  สถานศึกษา และสื่อที่รู้ขอบเขตความพอดีในการนำเสนอ  รู้สำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน  คำว่าสันโดษคงไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องทำอะไร อยู่แบบจนๆ ไม่ต้องสนใจใยดีกับใคร ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด  เหมือนในอดีตคนระดับรัฐมนตรีเข้าใจผิดถึงกับประกาศห้ามพระเทศน์เรื่องสันโดษเพราะกลัวคนไทยจะขี้เกียจก็เคยมีมาแล้ว  แต่สันโดษมีความหมายที่ลึกซึ้งและงดงามอย่างยิ่งนั่นคือ ให้เรายินดีพอใจในความสามารถ สติปัญญาที่เราทำได้ หามาได้  คือใช้สติปัญญาความสามารถทั้งหมดในการทำหน้าที่การงานของตน   เคารพในตนเอง  ไม่แสวงหานอกลู่นอกทาง ไม่ว่าจะด้วยการทุจริต การเอารัดเอาเปรียบ   ระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง คือตัวอย่างที่ตั้งอยู่บนฐานของความสันโดษ  คือรู้จักความพอดีของตนเอง  ไม่เกินตัว เมื่อเราผลิตพอดีแก่ตัวแล้วก็สามารถที่จะเอาสินค้าไปขายมาใช้จ่ายได้  แม้แต่ในด้านศาสนา พระพุทธศาสนาไม่ได้มองว่าเงินคือจุดมุ่งหมายแห่งชีวิต แต่เป็นอุปกรณ์เครื่องมือที่จะก่อคุณค่าให้แก่ชีวิตต่างหาก  เพราะหากเรามองว่าเงินคือจุดมุ่งหมายของชีวิต เราก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน ไม่ว่าจะด้วยวิธีที่สกปรกเพียงใด   แต่หากเราเห็นว่าเงินมีคุณค่าตรงที่ช่วยให้เราดำเนินชีวิตสะดวกขึ้น ทำความดีเพิ่มขึ้น ช่วยเหลือผู้อื่นได้มากขึ้น   การกระทำก็จะเปลี่ยนไปว่า การแสวงหาเงินของเราก็จะเต็มไปด้วยคุณค่า มีประโยชน์ มีความเอื้อเฟื้อต่อผู้คนมากขึ้น ผู้เลี้ยงสุกรก็จะปราณีต่อผู้บริโภค   การใช้สารเร่งเนื้อแดงก็จะไม่มี  การเอาเปรียบทางแรงงานก็จะไม่มี   พ่อค้าแม่ขายที่ใช้สารเคมีผสมอาหารก็จะไม่มี  การทุจริตคอรัปชั่นก็จะไม่มี 

              การปฏิรูปการศึกษา ประเด็นหนึ่งที่มีการพูดถึงมากก็คือ การส่งเสริมวัฒนธรรมไทย  ซึ่งผู้คนก็มักพูดประเด็นของวัฒนธรรมในเรื่องการแต่งกาย การเคารพผู้ใหญ่ การพูดจา  วัฒนธรรมไทยที่ระบบการศึกษาจะให้แก่นักศึกษานั้นไม่ควรหยุดอยู่แค่นั้น  แต่เราควรมุ่งให้ถึงวัฒนธรรมทางด้านความคิดเสียมากกว่า  เช่น  วัฒนธรรมความสันโดษก็ถือว่าเป็นผลมาจากความคิด คือถ้าเข้าใจถูก  และปรับความคิดได้  เห็นคุณค่าผู้ศึกษาก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเองได้  สถานศึกษาไม่ควรส่งเสริมกิจกรรมที่ใช้เงินใช้ทองสิ้นเปลืองจำนวนมาก แต่ควรมุ่งเน้นเนื้อหาสาระ  ครูอาจารย์ควรดำเนินชีวิตแบบพอเพียงเป็นตัวอย่าง   การเรียนการสอนก็ควรสอดแทรกและให้แง่คิดในการดำเนินชีวิตที่จะก่อให้เกิดคุณค่าแก่ตนเองและสังคมเสมอๆ  ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของเราก็ควรวางท่าทีให้เหมือนชาวบ้านบ้าง  ไม่ควรแสดงความร่ำรวย    แต่ควรแสดงความประหยัด   และเรียบง่าย  ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคมไทย