เมตตาสั่งสอน สรรพวิชา

 ครูน้อยที่สอนขิมให้ผู้เขียน โทรบอกว่าปีนี้ไม่ได้รับเชิญไปงานไหน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย ก็เชิญผู้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นไปแค่สองคน แล้วก็บอกว่า ให้ผู้เขียนมาเรียนตีขิมได้ ครูว่าง ในวันเสาร์นี้

  ที่จริงผู้เขียนไม่อยากรบกวนครู ในวันพิเศษของครูเลย แต่ตั้งใจไว้แล้วจะไปกราบครู ไม่นึกว่าครูจะเมตตา สอนขิมให้อีกในวันเสาร์ที่ผ่านมา

  

  เช้าวันครู จึงได้จัดเตรียมขนมมงคล ไปกราบครู มีขนม ฝอยทอง ทองหยิบ เม็ดขนุน เสน่ห์จันทน์ จ่ามงกุฏ ทองเอก ขนมชั้น และขนมถ้วยฟู หวังใช้ชื่อขนมนี้ เป็นคำดีที่ศิษย์ขอมอบแด่คุณครูด้วยความเคารพ ผู้เขียนเดินทางไปถึงบ้านครูค่อนข้างสายกว่าปกติ ซึ่งครูคงคิดว่่าไม่มาแล้ว พอกดกริ่งเรียก ได้ยินเสียงครูแจ่มใส ถามลงมาจากบ้านว่า บุญรุ่งหรือ แล้วให้คนมาเปิดบ้านให้

  ก่อนอื่นผู้เขียนได้ขอเชิญครู และขอกราบครูในวันครูก่อน ขอให้ครูจงเป็นตัวแทนของครูของผู้เขียน ทุกท่าน ทุกชั้น ด้วยความระลึกถึงพระคุณครูทุกท่าน ที่เมตตาสั่งสอน สรรพวิชาให้ตั้งแต่เกิด จนถึงวันนี้

 ครูรับถาดขนมมงคล แล้วกล่าวภาษาบาลี นำไหว้ครูอีกชั้นหนึ่ง และอำนวยอวยพร ให้ผู้เขียนมีสวัสดิโชคชัยทุกประการ

 ครูน้อยเป็นครูที่ผู้เขียนยังได้ใกล้ชิดที่สุด ในเวลานี้ และในวันครูนี้ ครูน้อยมิได้สอนเพียงดนตรีไทย แต่ยังได้สอน ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และที่สำคัญ สอนการปฏิบัติธรรมให้ผู้เขียนด้วย ครั้งหลังสุด ครูมอบประคำหยกให้ และได้สอนให้ชักลูกประคำ เพื่อทำสมาธิด้วย

  การเป็นครูของคน จึงไม่ได้หมายถึงว่า จะให้เพียงความรู้ที่ตนมี และถ่ายทอด เพียงเพราะเป็นหน้าที่ เป็นอาชีพ แต่ผู้มีจิตวิญญาณในความเป็นครู จึงมักจะให้  ให้  และให้ สิ่งที่ดีงาม และเป็นทุนรอน เสบียงชีวิต ให้ศิษย์ของตนเสมอมา

  ได้กราบครูน้อย แทนครูทุกท่าน และขอสรรเสริญ ทุกดวงใจ ที่มีหัวใจของความเป็นครู แม้จะไม่ได้ประกอบอาชีพครูก็ตาม

  คำว่าครูยิ่งใหญ่ และขึ้นต้นก่อนคำอื่นเสมอ ทั้งยังสถิตย์ในใจศิษย์ ผู้กตัญญูทุกคน .......ตลอดกาล