“ขอมอบดอกรักแท้แด่ครูไทย

ขอส่งความเห็นใจถึงทุกท่าน

ขอครูอยู่ปลอดภัยไร้กดดัน

ขอครูฉันสบายใจในวันครู”


..โธ่!ผมแทบดิ้นปัดๆ คอมฯมาเดี้ยงเอาตอนถือพานธูปเทียนจะไหว้ครู ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัวหรอกนะคุณครู มาสายยังดีกว่าไม่มา หรือส่งใบลาไปเที่ยวห้าง ผมรักครูทุกคน อ่านออกเขียนได้ก็เพราะครูเมตตาสอนก.ไก่.ก.กา.พระคุณนี้ใหญ่หลวงนัก ผงจึงเคารพรักคุณครูทุกท่านที่มีอยู่ในโลก ทั้งครูคน ครูเครื่อง ครูอีแอบ ครูๆๆ

ก่อนหน้าวันครู1วัน มีคณะอาจารย์จากสถาบันวิจัยและ พัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มาเยี่ยม คณะนี้ประกอบด้วยอาจารย์พิสมัย ประชานันท์ ผศ.ฉัตรประมนต์ ทองศรี ดร.ฉัตรประมนต์ ภูติจันทร์ เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะแนวทางทำการวิจัยร่วมกับชุมชน และการนำนักศึกษาลงพื้นที่ ผมเห็นความตั้งใจดี ที่คณาจารย์จะเชื่อมโยงชุดความรู้ต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อทำให้ปรัชญาของสถาบันที่จะเป็นเสาหลักด้านวิชาการให้แก่ท้องถิ่น อาจารย์สนใจวิธีเรียนของผม ก็ขออนุญาตฉายซ้ำ..

ผมนิสัยไม่ดีสารพัด ชอบนอนอ่านหนังสือมาแต่ไหนแต่ไร จนแก่เกินเกงจะมาแก้ไขก็คงยากแล้ว เอาไว้ไปแก้ทีเดียวตอนนอนในโลงน่าจะประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน อิอิ ..คนที่นอนอ่านหนังสือจะเปิดไฟเป็นระยะๆ  ดังนั้นเมื่อนอนกับใครจึงเกรงใจมาก ครั้นจะอดรนทนนอนก็เป็นทุกข์เหลือเกิน ก่อนนอนผมจะเตรียมหนังสือที่ค้างอ่าน พอล้มตัวนอน อ่านได้สัก 2-3 หน้าจะหวอดๆ ความง่วงมาเยือน หลับไปสัก 2 ชั่วโมงก็ตาลุกโพลงขึ้นมาอ่านหนังสือต่อ เจอเรื่องดีๆก็จะพับมุมหนังสือไว้ (คนรักหนังสืออย่าเอาอย่างนะครับ) อ่านๆไปก็ง่วงอีก ง่วงก็หลับอีกนะสิครับ หลับไปสัก 2 ชั่วโมง ก็ตื่นมาอ่านต่ออีก ..จะเป็นอย่างนี้ประจำจนกระทั้งฟ้าสาง ประมาณตี3 ก็จะลุกมารวบรวมเรื่องที่อ่านพบ แต่ก็ไม่เป๊ะ ๆ อย่างนี้ทุกคืนนะครับ ปรับได้เปลี่ยนได้ตามสภาวะการณ์ของหัวใจ

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะผมเรียนมาน้อย วิชาความรู้จึงขาดๆเกินๆ เหมือนหิ่งห้อยบินมาเจอแสงไฟฟ้าในเมือง รู้ตัวดีว่าตนเองโคตรโง่เลย ดังนั้นถ้ามีเรื่องอะไรที่สนใจก็จะพยายามกอบโกยความรู้เท่าที่ทำได้ แต่ก็ได้แค่งูๆปลาๆเพราะสนใจไปทุกเรื่อง ผมมองเรื่องศาสตร์ต่างๆในระนาบเดียวกัน ไม่คิดแยกภาควิชานั้นวิชานี้อย่างที่ในระบบเขาเรียนที่แยกเป็นแพทย์ เป็นวิศวะ เป็นนักกฎหมาย หรือศึกษาศาสตร์เป็นครูบาอาจารย์ ซึ่งก็เหมาะกับคนที่อยู่ในระบบ จำเป็นต้องรู้สุดโต้งสาขาหนึ่งสาขาใด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เรียนรู้ศาสตร์สาขาอื่นๆเอาเสียเลย เพราะในชีวิตจริงคนเราต้องใช้ความรู้ทุกแขนง ส่วนจะมากน้อยก็แล้วแต่จะออกแบบชีวิตว่าจะต้องไปเกี่ยวข้องในด้านใด

ในสมัยที่ยังไม่มีการแยกย่อยสาขา มนุษย์ก็มุ่งเรียนเอาความรู้เพื่อมาใช้ตรงๆกับตนเอง ระบบการเรียนจึงมีชีวิตชีวา มีเหตุผลมีความหมาย สนุกตรงที่ตอบตัวเองได้ว่าทำไมถึงเรียน ทำให้เกิดการกระหายใคร่เรียน ซึ่งตรงกันข้ามกับสภาพการจัดการเรียนทุกวันนี้ ผู้เรียนยังไม่ตระหนักว่าทำไมถึงต้องเรียนวิชานี้ ดู ๆ เป็นการบังคับให้ต้องเรียน ต้องรู้ ไม่อย่างนั้นสอบไม่ผ่าน การบังคับเรียนจึงมีทั้งส่วนดีและส่วนด้อย คนที่เป็นครูจะต้องปรับตรงจุดนี้อย่างมาก ไม่อย่างนั้นเด็กก็จะเบื่อครูมากขึ้น ยุคนี้มีสื่อมีกระบวนการเรียนรู้ที่แปลกใหม่และกว้างขวาง แถมยังโดนใจกว่าในห้องเรียนที่เจอแต่ครูหน้าเดิม ๆ ระบบการศึกษาปรับเปลี่ยนไม่ทันกับสิ่งที่ผู้เรียนต้องการ ช่องว่างนี้ก็จะถ่างห่างกันออกไปเรื่อย ๆ  สุดท้ายก็จะไปยืนสุดกู่อยู่คนละมุม ชี้โบ้ชี้เบ้โทษกันไปมา

ผมเห็นใจคุณครู ก็ได้แต่ดูอยู่ห่าง ๆ  ยังไม่เห็นว่าใครจะช่วยครูได้

ถ้าบนด้วยไข่ได้เหมือนป้าจุ๋มบนหาูลูกเขยก็จะทำให้

แต่เรื่องการศึกษาจะกี่ล้านบนกี่ล้านไข่ ก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก

ในต่างประเทศมหาวิทยาลัยเด่นๆระดับโลกอยู่นอกระบบราชการทั้งนั้น

ก่อเกิดจากมูลนิธิ หรือเกิดจากการก่อหวอดของภาคเอกชน

แต่สถานศึกษาภาคเอกชนในบ้านเราเป็นยิ่งกว่าลูกเมียน้อย

การบริหารระบบการศึกษาของประเทศนี้ยังไม่ตระหนักการศึกษาภาคเอกชนเท่าที่ควร

การศึกษาอาชีวะก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดโหว่

ข่าวการฆ่าฟันตีแทงกันไม่เว้นแต่ละวัน

ส่วนมากเกิดจากสถานศึกษาอาชีวะของรัฐเป็นส่วนใหญ่

สถานอาชีวะศึกษาภาคเอกชนจะสงบเสงี่ยมเจียมตัว

ข่าวทะเลาะกันรุนแรงระหว่างสถาบันนี่แหละครับ

ที่ทำให้ผู้ปกครองขยาดที่จะส่งลูกเรียนด้านอาชีวะศึกษา

การศึกษาไทยอาจจะมีส่วนอย่างที่รอกอดวิพากษ์ไว้..ความรู้ที่จำเป็นต่อชีวิตนั้น มีทั้งทางกว้างทางลึก ความรู้ในหลักสูตรก็อยากให้ทั้งทางกว้างและทางลึก แต่ถ้ารีบร้อนลนลานยัดเยียด จะออก"กลิ๊ก" ซึ่งไม่มีความหมาย

เป็นภาระหนักของครูเสมอ ที่จะสร้างศิษย์ที่ดีขึ้นมาสักคนหนึึ่ง ยิ่งมีข้อกำหนดแปลกๆจากหอคอยงาช้าง มาจากนักทฤษฎีที่ไม่เข้าใจว่าแต่ละโรงเรียน แตกต่างและมีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน จะให้เก่ง+ดีเหมือนออกจากพิมพ์เดียวกันได้อย่างไร

บางที่ระบบการศึกษาควรเริ่มจากการเคารพในความแตกต่างในทางเลือก มากกว่าจะพยายามทำให้โรงเรียนเหมือนกันไปหมด (เหมือนอย่างผู้บริหารแบบContent-Free/air head ชอบทำกัน

ช่วงปีใหม่มีครูบาอาจารย์ร่อน ส.ค.ส. มาจากหลายสำนัก บางท่านนึกไม่ออกว่ารู้จักกันตอนไหน แต่ท่านยังกรุณาส่งความระลึกมาถึง หลายท่านไม่แจ้งที่อยู่จึงไม่รู้ที่จะตอบกลับยังไง ขออนุญาตเอาBlogเป็นสื่อประสานไมตรีแทนก็แล้วกันนะครับ ผมรักครูอึ่ง ครูอุ้ยจันตา ครูอาราม ครูปู ครูPoo ครูขจิต ครูโย่ง ครูคิม ครูหน่องหวาน ครูปุ๊ ครูนฤมล ครูอ้อย ครูแมว ครูHandy ครูแป๋ว ครูเล่าฮู ครูป1 ครูยายธี ครูแดง ครูหนิง ครูแผ่นดิน ครูออต ครูติ๋ม ครูต่าย ครูตุ๊ก ครูเอื้องแซะ ครูโยธิน ครูหน่อง..ครู..ๆๆๆ