ปีการศึกษา 2552  เป็นปีแรกที่รัฐบาลมีโครงการเรียนฟรี 15  ปี กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีงบประมาณสนับสนุนในการจัดการเรียนรู้  โรงเรียนเมืองชุมพรบ้านเขาถล่ม  จึงทำโครงการนำลูกเสือและเนตรนารีสำรอง  ออกไปศึกษานอกสถานที่ บริเวณแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น ใกล้บ้าน เพื่อสืบสานความรู้ที่มีอยู่ใกล้ตัว  เป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่มีค่ายิ่งกับนักเรียน

15  มกราคม  2553  โรงเรียนเมืองชุมพรบ้านเขาถล่ม  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชุมพร เขต 1 นำลูกเสือและเนตรนารีสำรอง (นักเรียนชั้น ป.1-3)  จำนวน  94  คน ไปศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน  ณ   อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร 

เวลา  07.45  น.  รถโดยสารสองแถว  ชุมพร – หาดทรายรี  จำนวน  3  คัน  นำนักเรียนตัวน้อย ๆ และคุณครูผู้ดูแลไปสู่อุทยานหมู่เกาะชุมพร  ระยะทางประมาณ  30  กิโลเมตร  เวลา  08.30 น.  รถมาถึงหมู่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย แนวปะการังที่ยังคงความสมบูรณ์และสภาพธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นชายหาด และเกาะ ที่ยังคงความงดงาม ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอปะทิว อำเภอเมืองชุมพร อำเภอสวี อำเภอทุ่งตะโก และอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เนื้อที่ประมาณ 317 ตารางกิโลเมตร คลิกอ่าน สถานที่เข้าไปศึกษานี้เป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์  เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้นักเรียนรู้จักสัตว์เล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ตามป่าชายเลน  เนื่องจากเป็นนักเรียนตัวน้อย ๆ จึงไม่ได้เข้าฟังการบรรยายในห้องที่เขามีไว้เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้าเยี่ยมชม  นักเรียนได้รู้จักหอยจุ๊บแจง  หอยหู (อยู่บนต้นไม้) ปูแสม (พระเอกของสัตว์บริเวณป่าชายเลนแห่งนี้)  ปลาตีน  ปูก้ามดาบ  หอยถั่วแดง (เป็นสัตว์ที่เล็กมากอยู่บนเลน)  หอยหูหมี (เป็นคำผวน) เป็นหอยที่สร้างความครื้นเครงให้เจ้าตัวน้อย ๆ มาก หอยก้นแหลม (เกาะตามต้นไม้หรือรากโกงกาง) นอกจากนี้ยังมีนางเอกของป่าชายเลนแห่งนี้ ก็คือกุ้งดีดขัน จะมีเสียงดีดดังป๊อก เป๊ก ๆ ปลาเสือ  ทากปุ่มป่าเลน  หอยมะระ ปูเสฉวน ที่กล่าวถึงทั้งหมดนี้วิทยากรมีของจริงให้นักเรียนได้ดูประกอบคำอธิบายด้วย  พวกเขาตื่นเต้นและชอบกันมาก ฟังกันเพลิน เมื่อวิทยากรได้แนะนำสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามป่าชายเลนให้เจ้าตัวน้อยรู้จักแล้ว  ถึงคราวที่ต้องแบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุ่ม มีวิทยากรประจำกลุ่มนำไปศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนของจริง เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน  บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ทางอุทยานฯ ได้จัดทำสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนไว้บริการนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่สนใจสภาพป่าและสิ่งมีชีวิตในป่าชายเลน สะพานทางเดินเริ่มจากที่จอดรถ ทอดตัวผ่านศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (ภายในอาคารมีนิทรรศการ) ผ่านแปลงปลูกป่าโกงกางที่อุทยานแห่งชาติ นักเรียน นักศึกษาและประชาชนชาวจังหวัดชุมพรร่วมกันปลูกไว้ จากนั้นลดเลี้ยวเข้าป่าชายเลนตามธรรมชาติซึ่งอยู่เลียบคลอง ตลอดทางเดินจะมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับสภาพป่าและสิ่งมีชีวิตในป่าชายเลนเป็นระยะๆ แต่คณะเราไปเช้าเกินไปน้ำยังไม่ลงคงจะไม่มีโอกาสได้เห็นสัตว์ที่มีชีวิตอบู่ในป่าชายเลนแห่งนี้  วิทยากรเดินนำสมาชิกกลุ่ม 1 ไปบนสะพานเล็ก ๆ ที่ร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้ป่าชายเลน ซึ่งจะรู้จักและศึกษาได้ตลอดระยะทาง  เพราะเขาจะมีอธิบายไว้อย่างละเอียดตามราวสะพาน  หรือตามมุมที่พักตลอดระยะทางบนสะพาน พวกเขาตื่นเต้นกันมาก บางคนก็จดบันทึก  เห็นแล้วปลื้มนะที่พวกเขาให้ความสำคัญ  อยากรู้  อยากเห็น อยากจะจดจำ มีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่งชื่อต้นตาตุ่มทะเล หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้จัก คนที่ทานส้มตำปูแล้วท้องเสีย ไม่ใช่เขาทำไม่สะอาด  แต่เป็นเพราะปูแสมที่ใส่ในส้มตำนั้น  ได้กินใบตาตุ่มทะเลหรือดอกของต้นตาตุ่มทะเลเข้าไป  ต้นนี้จะมีสารพิษทำให้ถ่ายท้องซึ่งมีอันตรายต่อชีวิตได้เหมือนกัน พี่วิทยากรก็ได้ให้ความรู้กับน้อง ๆ ไปตลอดทางที่เดินบนสะพาน  คราวนี้ถึงคราวเสียวเพราะต้องเดินบนสะพานแขวน  ต้องแบ่งขึ้นไปเดินครั้งละ 10 คนเท่านั้น  เพราะน้ำหนักคนเดินจะทำให้สะพานแกว่งและไหวยวบ   พวกเขาก็เสียวกันนะเดินตัวเกร็ง แต่ก็ชอบ  สูงมองเห็นทะเลและหมู่เกาะสวยงามเดินไปจนกระทั่งถึงสุดปลายสะพาน  มองเห็นท้องทะเลกว้างใหญ่  หมู่ไม้รอบ ๆ ร่มรื่น   นั่งพักเหนื่อยและฟังคำบรรยายจากพี่วิทยากรไปด้วย  เจ้าตัวน้อยก็เพลิดเพลิน  หายเหนื่อย  เดินย้อนกลับทางเดิม  แดดเริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งครูและเจ้าตัวน้อยก็หมดแรง ถึงสถานที่ฟังบรรยายครั้งแรกทั้ง 3 กลุ่ม  ก็มีไอศกรีมจำหน่าย  เจ้าตัวน้อยทั้งหลายไม่รอช้า  ก็อุดหนุนทานไปพักไป ลงจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร  ร่วมกันถ่ายภาพที่ระลึกหน้าป้ายอุทยานฯ เก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี

ป่าชายเลน เป็นสังคมพืชไม่ผลัดใบที่ขึ้นอยู่ตามชายฝั่งทะเล หรือปากแม่น้ำที่มีน้ำทะเลท่วมถึง ดินเป็นเลนละเอียดนุ่ม อุดมด้วยอินทรียวัตถุ พบตามชายฝั่งลึกเข้าไปประมาณ 200 เมตร ของบริเวณอ่าวทุ่งคา และอ่าวสวี พื้นที่รวมประมาณ 48 ตารางกิโลเมตร สภาพป่ายังคงสภาพความสมบูรณ์ พันธุ์ไม้สำคัญที่ถือเป็นไม้เด่นได้แก่ โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก แสมขาว แสมดำ ลำพู ตะบูนดำ ตะบูนขาว ตาตุ่มทะเล โปรงแดง โปรงขาว จาก ฯลฯ ไม้พื้นล่างได้แก่ เหงือกปลาหมอดอกขาว เหงือกปลาหมอดอกม่วง ปรงทะเล สำมาง่า ขลู่ เถากะเพาะปลา เป็นต้น

 

เวลาประมาณ  11.00 น. ลงมือทานข้าวห่อที่ทางโรงครัวของโรงเรียนจัดเตรียมมาให้ มีทั้งข้าวผัดกระเพรา  ไข่ดาว  ผลไม้  น้ำ  (ตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรร) เรียบร้อยแล้วขึ้นรถออกเดินทางไปดูเรือหลวงที่หาดทรายรี  สักพักรถถึงบริเวณที่ตั้งเรือรบหลวงนักเรียนตื่นเต้นมากที่ได้เห็นทะเล  คนชุมพรอยู่ใกล้ทะเลแต่ก็แปลกนะ  ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็ยังต้องมีอาการตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นทะเล   สมัยเด็ก ๆ ในโอกาสวันเทศกาลต่าง ๆ ครูก็พามาทะเล  พ่อก็พามาทะเล ปัจจุบันนี้ก็ยังมาทะเลในโอกาสพิเศษ  แต่ไม่ได้มาดูทะเลอย่างเดียวมักจะมาทานอาหารที่ทะเล  ทะเลนี่มีเสน่ห์มีมนต์ขลังดี มาทุกครั้งก็มีความสุข  จึงไม่แปลกที่จะเห็นเจ้าตัวน้อย ๆ มีอาการตื่นเต้น  ครูพาเดินไปดูรอบ ๆ เรือรบหลวงและอธิบายให้นักเรียนเข้าใจและเห็นความสำคัญ เรือรบหลวงชุมพร ตั้งอยู่เชิงเขาก่อนถึงทางขึ้นศาลฯเรือรบหลวงชุมพรเป็นเรือตอปิโดขนาดใหญ่ ยาว 68 ม.กว้าง 6.55 ม. ต่อในประเทศอิตาลี ขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2481     ในอดีตกรมหลวงชุมพรได้ทำหน้าที่คุ้มกันเรือลำเลียงทหารนกวิกโยธินขึ้นบก ลาดตระเวนตรวจชายฝั่ง กวาดทุ่นระเบิดและป้องกันการโจมตีและยกพลขึ้นบกของฝ่ายข้าศึก ภายหลังปลดระวางเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2518 กองทัพเรือจึงได้มอบเรือรบหลวงชุมพรให้ จ.ชุมพร นำมาจอดที่หาดทรายรีในปี พ.ศ. 2522 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่บิดาแห่งทหารเรือไทย     บริเวณที่จัดแสดงเรือรบหลวงชุมพรเทคอนกรีตเป็นลานกว้างรอบลำเรือ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมได้สะดวกและนิยมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับเรือรบหลวงชุมพรกันมาก แต่ไม่อนุญาตให้ขึ้นไปบนเรือ  แต่วันนี้นักเรียนได้รับอนุญาตขึ้นไปบนเรือได้  แต่ห้ามจับต้องสิ่งของบนเรือ “ดูแต่ตามืออย่าต้อง  ของจะเสีย”  บริเวณที่ตั้งเรือรบหลวงนี้มีศาลกรมหลวงชุมพร เข้าไปไหว้กรมหลวงที่ศาลเล็ก  ซึ่งเป็นสถานที่สวรรคตของพระองค์ท่าน  คลิกอ่าน  ครูเลี่ยงไปดูของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นสินค้าแปรรูปจากปลา ข้าวเกรียบปลาทู  และข้าวเกรียบปลาหลังเขียว 13.00 น. เดินทางกลับโรงเรียน  ระหว่างทางแวะที่อนุสาวรีย์ยุวชนทหาร เป็นอนุสาวรีย์พันโท  ถวิล  นิยมเสน  ซึ่งสร้างขึ้นที่เชิงสะพานข้ามคลองท่านางสังข์  อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่  ๘  ธันวาคม  พ.ศ.๒๔๘๔  ในลักษณะกำลังวิ่งก้าวไปข้างหน้าข้ามสะพานท่านางสังข์  มือขวาชูปืนพก  ตั้งอยู่บนฐานคอนกรีต    คลิกอ่าน  กลับขึ้นรถเดินทางกลับโรงเรียนถึงโรงเรียน14.30 น.โดยสวัสดิภาพ

 

ความรู้สึกเล็ก ๆ ที่แอบปลื้มเจ้าตัวน้อยที่เห็นฝรั่งสามี ภรรยา และลูกเดินมาบริเวณอุทยานฯ  เจ้าตัวน้อยกลุ่มหนึ่งเข้าไปทักทายเด็กซึ่งอยู่บนหลังพ่อฝรั่ง เข้าไปจับขาเด็ก เด็กก็ชอบใจ ครูยืนมองได้ยินเสียงเรียกเด็กว่า boy  แหม่มคงชอบใจขอถ่ายรูปพวกเขา  ถ่ายเสร็จเจ้าตัวน้อยกลุ่มนี้บอก thank you ! โห! เด็กเราไม่ธรรมดาเลยนะนี่ จึงต้องเก็บภาพนี้มาฝาก นี่แหละการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่มีค่ายิ่ง

 

 คลิกชมภาพสวย ๆ ทั้งหมดด้านล่าง...

     

 

 

+Share