วันนี้เป็นอีกวันที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานแต่ก็มีความสุขไปอีกแบบกับชีวิตของครูธรรมดาคนหนึ่ง หลังจากที่เลิกจากกิจกรมการการเรียนการสอนลูกเสือเนตรนารีแล้วฉันได้เดินกลับมาที่อาคารเรียนขณะที่เดินผ่านบ่อบำบัดนำเสีย(ในโรงเรียน) ได้มีเจ้าหน้าที่เรียนให้ไปดูปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่กำลังเกิดขึ้นดูแล้วเจ้าหน้าที่คนนั้นมีความสุขมากกว่าฉันเสียอีกที่ถูกรายล้อมด้วยเด็กนักเรียน

 

      วันนี้เป็นอีกวันที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานแต่ก็มีความสุขไปอีกแบบกับชีวิตของครูธรรมดาคนหนึ่ง  หลังจากที่เลิกจากกิจกรมการการเรียนการสอนลูกเสือเนตรนารีแล้วฉันได้เดินกลับมาที่อาคารเรียนขณะที่เดินผ่านบ่อบำบัดนำเสีย(ในโรงเรียน) ได้มีเจ้าหน้าที่ชักชวนให้ไปดูปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่กำลังเกิดขึ้นดูแล้วเจ้าหน้าที่คนนั้นมีความสุขมากกว่าฉันเสียอีกที่ถูกรายล้อมด้วยเด็กนักเรียน

ครูนักเรียนกำลังดูปรากฏการณ์สุริยุปราคาอย่างตั้งใจ(ลุ้นมากเลย)

สุริยุปราคาที่ถ่ายได้จากในโรงเรียน(อาจจะไม่ค่อยชัด)

ภาพนี้ค่อนข้างชัด(แสบตามากๆมองนานไปหน่อย)

       เกริ่นเสียยาวเลยขอบอกเล่าถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนิดนึงนะคะ

      สุริยุปราคาวงแหวนครั้งนี้ มีเส้นทางของแนวคราสวงแหวนกว้างกว่า 300 กิโลเมตร และเป็นระยะทางยาวกว่า 12,900 กิโลเมตร  ตลอดเส้นทางของแนวคราสใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 45 นาที  โดยแนวคราสดังกล่าวพาดผ่านผิวโลกคิดเป็นพื้นที่ประมาณร้อยละ 0.87 ของพื้นผิวโลกทั้งหมด  บางส่วนของแนวคราสวงแหวนได้เริ่มต้นที่ทวีปแอฟริกา  ผ่านประเทศชาด  ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ประเทศสาธรณรัฐประชาธิปไตยคองโก  ยูกันดา เคนยาและโซมาเลีย  แล้วออกจากทวีปแอฟริกาเข้าสู่มหาสมุทรอินเดีย และที่ตำแหน่งละติจูด 1 องศา 37 ลิปดาเหนือ  ลองจิจูด 69 องศา 17 ลิปดาตะวันออก ในมหาสมุทรอินเดียจะเป็นตำแหน่งที่เกิดสุริยุปราคานานที่สุด คือ 11 นาที 8 วินาที  หลังจากนั้นจะผ่านเข้าสู่ทวีปเอเชีย  ผ่านบังกลาเทศ  อินเดีย พม่าและเข้าสู่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  สำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนสามารถมองเห็นได้เป็นบริเวณกว้างตามบริเวณที่เงามัวของดวงจันทร์พาดผ่าน  เช่น ยุโรปตะวันออก  ทวีปแอฟริกา  เอเชียและประเทศอินโดนิเซีย

          ภาพสุริยุปราคาวงแหวน (ภาพซ้าย) ภาพสุริยุปราคาบางส่วน (ภาพขวา)  


     การเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้  เป็นผลมาจากที่โลกเข้ามาอยู่ในตำแหน่งใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด (perihelion) ในวันที่ 3 มกราคม  ทำให้มองเห็นขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์ใหญ่มากกว่าปกติ  ในขณะเดียวกันดวงจันทร์ก็เคลื่อนไปอยู่ที่ตำแหน่งห่างจากโลกมากที่สุด (apogee) ในวันที่ 17 มกราคม  ทำให้มองเห็นขนาดปรากฏของดวงจันทร์เล็กกว่าปกติ  แล้วเมื่อดวงอาทิตย์  ดวงจันทร์และโลกมาอยู่แนวเดียวกันในวันที่ 15 มกราคม 2553  ดวงจันทร์จึงมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์และบังดวงอาทิตย์ไม่มิดทั้งดวง  แต่จะมองเห็นดวงอาทิตย์สว่างเป็นวงแหวนโดยมีดวงจันทร์มืดอยู่ตรงกลาง  จากปัจจัยหลายอย่างที่กล่าวมามีผลต่อลักษณะและความยาวนานของคราสที่พาดผ่านผิวโลกทั้งสิ้น

แผนภาพแสดงการเกิดสุริยุปราคาแบบต่างๆ

     สำหรับประเทศไทยจะเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน  และสามารถเห็นได้ทุกภูมิภาค  โดยแต่ละภูมิภาคจะเห็นปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลาที่แตกต่างกัน  ที่กรุงเทพฯ นั้นดวงจันทร์จะเริ่มเคลื่อนเข้าสู่สัมผัสที่ 1 ในเวลาประมาณ 14.00 น.  และสิ้นสุดเหตุการณ์ในเวลา 16.58 น. ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนในครั้งนี้จะเกิดนานที่สุดในภาคเหนือ  คือ  ประมาณ 3 ชั่วโมง 6 นาทีที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  โดยดวงอาทิตย์จะถูกดวงจันทร์บดบังมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 77 ของพื้นที่ดวงอาทิตย์

ตารางแสดงเวลาที่เกิดสุริยุปราคาบางส่วนในประเทศไทย
 15 มกราคม 2553

ข้อมูลจาก  http://board.postjung.com/454755.html