วันที่ ๒๔ ธ.ค. ๕๒ ทั้งวันผมยกให้แก่การประชุมวิสามัญประจำปีของ ๒ มูลนิธิ คือ มสช. กับ มสส. เพื่อร่วมกันทบทวนงานในภาพรวมของ ๒ มูลนิธินี้ ว่ามันไปขับเคลื่อนภาพใหญ่ของสังคมอย่างไร มีโอกาสอะไรอีกบ้าง ที่จะทำงานเพื่อสังคมได้ดี มีคุณค่า ก่อผลกระทบ ได้ยิ่งกว่านี้
คนแก่ต้องมุ่งคิดใหญ่ คิดไกล เพื่อเป็นพลังความคิดหนุนคนที่มีกำลังทำ คือคนหนุ่มสาว คอยหนุนและให้กำลังใจแก่คนหนุ่มสาว ให้ทำงานเพื่อประโยชน์ของสังคมเป็นที่ตั้ง และเมื่อเกิดผลดี ก็เข้าไปชื่นชม หาทางเชื่อมโยงต่อยอด
มสช. ทำงานด้านสุขภาพ มุ่งทำงานวิจัยและขับเคลื่อนสังคม เพื่อหนุนการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เป็นงานสร้าง สังเคราะห์ และประยุกต์ใช้ ความรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพ
จากแฟ้มประชุม ผมมีข้อสังเกตว่า งานของ มสช. เป็นเรื่องที่ลงชุมชนเป็นส่วนใหญ่ เน้นการนำเอาความรู้สู่การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ ที่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างมากคือ รพสต. (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล) ที่เปลี่ยนทั้งวิธีคิด (กระบวนทัศน์) และโครงสร้างระบบการจัดการ และระบบเครือข่าย งานกลุ่มนี้ส่วนใหญ่นำโดย ดร. วณี ปิ่นประทีป
แต่เมื่อประชุมเข้าจริง ก็พบเรื่องใหญ่ที่มีคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อสังคมไทยอีก ๒ เรื่อง ที่ผมจะแยกไปบันทึกต่างหาก คือเรื่อง “ชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิทธิที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ” ที่มีการทำงานวิชาการและการเคลื่อนไหวร่วมกับภาควิชาการและภาคประชาสังคม โดยใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นฐาน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ในสังคมไทยด้านสิ่งแวดล้อม ที่มีการละเมิดหลักการและกฎหมายสิ่งแวดล้อมมาช้านาน หัวหน้าคณะผู้ดำเนินการชุดโครงการนี้ คือ นพ. ชูชัย ศุภวงศ์
อีกเรื่องหนึ่งคือศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ที่เมื่อฟังรายงานแล้ว ผมคิดว่าน่าจะเรียกชื่อว่าเครือข่าย จะตรงความจริงมากกว่า เพราะมีการทำงานวิชาการลงพื้นที่ร่วมกับหลายฝ่ายอย่างน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ ศูนย์นี้ดำเนินการโดย นพ. ธนพงศ์ --
มสส. มุ่งทำงานด้านการศึกษาหรือด้านการเรียนรู้ มุ่งทำงานเชิงวิชาการและขับเคลื่อนสังคม เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการเรียนรู้ของประเทศ และงานเด่นในช่วงปีที่ผ่านมาคืองานพัฒนาจิตวิญญาณโดยใช้การปฏิบัติงานประจำเป็นฐาน ที่น่าจะเรียกได้ว่า R2S (Routine to Spiritual Development) ที่แตกแนวความคิดจากในบริบทของหน่วยงานด้านสุขภาพ ไปสู่หน่วยงานด้านการศึกษา และมีลู่ทางที่จะนำไปประยุกต์ด้านแพทยศาสตร์ศึกษา สื่อสารมวลชน บริษัทห้างร้าน (CSR) และงานพัฒนาบุคลากรที่ทำเป็นหลักสูตรฝึกอบรมให้บริการแก่หน่วยงาน/บุคคลที่สนใจ
มมส. ร่วมกับ สคส. กำลังอยู่ระหว่างเสนอโครงการขอทุนสนับสนุนจาก สสส. ดำเนินการ “โครงการครูเพื่อศิษย์” เพื่อตั้งวง ลปรร. ครูเพื่อศิษย์ทั่วประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งหมายความว่าเครือข่ายนี้จะมีทั้ง KM และการพัฒนาความสุขทางจิตวิญญาณไปพร้อมๆ กัน เพราะโครงการนี้จะนำโดย นพ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เลขาธิการมูลนิธิ มสส. คนใหม่ ที่เป็นจิตแพทย์ ผู้ดำเนินการโครงการ R2S นั่นเอง
ผมภูมิใจเป็นพิเศษ ที่การทำงานของทั้ง ๒ มูลนิธินี้ มี KM Inside อยู่ในแทบจะทุกโครงการก็ว่าได้
วิจารณ์ พานิช
๒๔ ธ.ค. ๕๒