ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดที่ไม่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ สู้ต่อไป แค่ลุกขึ้นมาสู้ ก็ไม่มีคำว่า เสียเปล่าแล้ว

คนเรานี่แปลกนะคะ จมอยู่กับความคิดได้ไม่หลาบไม่จำ คิดอยู่นั่นแหละ หายใจทิ้งได้เป็นชั่วโมง ๆ เช้านี้จะว่าไป หนูตื่นมาก็ตั้งแต่ตีสี่ แต่นั่งคิดนอนคิดฟุ้งซ่าน เรื่องตื่นดูจะไม่ได้ยากเท่ากับการอยู่อย่างไรเสียแล้วตอนนี้ เมื่อก่อน ครูท่านเมตตาชี้แนะให้หนูตื่นตีสาม แล้วมาทำกิจวัตร แต่หนูงอแง ครานี้ ความงอแงเปลี่ยนรูปมาเป็นนั่งคิด ๆ ๆ ๆ จมอยู่ในความคิดไม่หยุดหย่อน

เช้านี้หนูเสียเวลาไปกับการจมอยู่ในความคิดหลายชั่วโมง โดยที่มีความอ่อนเพลียเป็นผลลัพย์ แล้วก็ดูเหมือนกับว่า หนูเองยินยอมให้ตนเองเป็นเช่นนี้

 

มันแปลกแต่ก็เป็นความจริง ที่ไม่มีใครทำร้ายหนู แต่ชัด ๆ เลยก็คือว่า

 “หนูทำร้ายตนเอง ด้วยความคิด และใช้ลมหายใจที่มีอย่างไร้สาระ”

 

อืมอย่างนี้นี่เองเหรอที่เขาเรียกกันว่า “หายใจทิ้ง”

 

โอ้โห ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหนูชีวิตแบบนี้มานานมาก นานมาก ๆ จนรู้สึกว่า อย่างนี้ไม่เรียกว่า หนูโง่ แล้วจะเรียกอะไร มีความรู้ มีปัญญา แต่ไม่รู้จักนำเอามาใช้ประโยชน์ พัฒนาใจ พัฒนางาน พัฒนาชีวิต ในทางตรงข้ามนอกจากไม่พัฒนาแล้ว ยังเอาความคิดฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อยด้านลบ ๆ มาทำร้าย ทำลายพลังงานที่มีในตนเองอีก โอ้ มันชัดเสียจนไม่ต้องบรรยาย

 

หนูถามตนเองว่า

“ถึงเวลารึยัง ถึงเวลาจะหันมารักตนเองรึยัง

จะแก้ไขตนเองได้รึยัง เดี๋ยวตายก่อนนะ”

 

หมดเวลาไร้สาระแล้ว ออกมาจากมุมอับ ๆ มืด ๆ เน่า ๆ เดิม ๆของใจเสียที แล้วค่อย ๆ ล้าง ค่อย ๆ เช็ด ค่อย ๆ ชำระความสกปรกโสโครกในใจให้หมดไป

 ด้วยสติ ด้วยลมหายใจที่มีอยู่ ด้วยศรัทธาและเชื่อมั่นในหนทาง อย่างตั้งใจและอดทน

 

 

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดที่ไม่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ สู้ต่อไป

 “แค่ลุกขึ้นมาสู้ ก็ไม่มีคำว่า เสียเปล่าแล้ว”