การเป็นครู หนีไม่พ้นภาวะที่ต้องตัดสิน ชี้ชะตาศิษย์

การเป็นครูหนีไม่พ้นภาวะที่ต้องตัดสิน หรือชี้ชะตาเด็ก เริ่มจากการวางแผนการสอน ก็ต้องตัดสินว่าจะให้เขาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอะไร ระดับไหน แล้วจึงเลือกเนื้อหาที่จำเป็นต้องสอนใส่ไว้ จากนั้นจึงคิดหาวิธีสื่อสาร ถ่ายทอด หรือฝึกฝน นั่นคือแผน เมื่อนำมาใช้สอนจริง ก็ต้องมีวิธีการตรวจสอบว่าลูกศิษย์เรียนรู้ได้มากน้อยเพียงใด ระดับใด ตลอดเวลาต้องตัดสินอยู่ตลอด ซึ่งก็ต้องมีแผนไว้ก่อนเช่นกัน การตัดสินให้คะแนน ให้เกรด เป็นเรื่องที่ครูทุกคนรู้ดีว่าใช้เวลากับมันนานมาก

การสอนทางการพยาบาล ยอมรับว่าจำเป็นต้องให้นักศึกษาวางแผนการพยาบาล ทุกครั้งก่อนเข้าไปดูแลผู้ป่วย แผนจะต้องมาจากข้อมูลความเจ็บป่วยของผู้ป่วยที่นักศึกษาศึกษาล่วงหน้า แล้วนำมาให้ข้อวินิจฉัยว่าปัญหา หรือความต้องการของผู้ป่วยมีอะไรบ้าง ข้อมูลอะไรที่บอกว่าผู้ป่วยมีไข้ เสี่ยงต่อการตกเลือด เหล่านี้เป็นต้น รายงานแผนการพยาบาลต้องทำทุกวัน วันหนึ่งๆ คุณครูจึงต้องตรวจรายงานจำนวนมาก ต้องให้คะแนน ต้องนำคะแนนมาพิจารณาให้เกรด บ่อยครั้งที่เราต้องขบคิด ใคร่ครวญนานทีเดียวกว่าจะตัดสินได้

เช้าวันนี้มีอาจารย์สถาบันหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรา ปรึกษาว่ามีนักศึกษารายหนึ่งเกเร ทำผิดซ้ำซาก คุณครูตักเตือนแล้ว ก็ไม่แก้ไขปรับปรุงตัว จนในที่สุดคุณครูก็ต้องตัดสินใจลงโทษให้สำเร็จล่าช้าไป ๓ เดือน แต่กว่าจะตัดสินเช่นนี้ ดิฉันเชื่อว่าคุณครูก็คงเจ็บปวดเอาการอยู่

ทำให้คิดถึงครั้งหนึ่งในอดีตที่ลูกชายยังเล็กอยู่ เขาถูกขัดใจแล้วร้องไห้ไม่หยุด จนทั้งคุณพ่อคุณแม่โมโห ขาดสติ เกรี้ยวกราด และคิดว่าต้องสั่งสอนลูกให้หลาบจำด้วยการกักตัวไว้ ปล่อยให้ร้องไห้คนเดียวในห้อง เรารู้สึกปวดใจมาก ในขณะที่ลงโทษลูก ต้องแอบร้องไห้ ลูกร้องจนเหนื่อย เสียงแหบ ก็เดินเตาะแตะลงมากอดแม่ จำได้ว่าแม่ลูกกอดกันกลม ร้องไห้ไปด้วยกันอีกครั้ง แล้วเราก็สอนให้เขามก่ลูกศิษย์าขอโทษพ่อ

วันนี้ต้องตัดสินลูกศิษย์กรณีปฏิบัติงานผิดพลาด คณะครูประชุมกันไตร่สวนกรณีที่เกิดขึ้น และวินิจฉัยว่าศิษย์มีความบกพร่องจริง ต้องลงโทษ และให้ดิฉันต้องเป็นผู้แจ้งผลแก่ศิษย์ ความรู้สึกเก่าๆ วิ่งมาหาอีก ครูทุกคนไม่ต้องการสร้างบาดแผลให้แก่ศิษย์ แต่ครูก็คงต้องมีมาตรฐานในการกำกับดูแลศิษย์ จะสื่อสารอย่างไร จึงทำให้ความผิดพลาดครั้งนี้ไม่เกิดแผลเป็น

คิดว่าวันนี้ฉันดำเนินการถูกต้องแล้ว สังเกตแววตา และความรู้สึกของศิษย์ เราสัมผัสมันได้จริง เห็นน้ำตาคลอเบ้า และปฏิกิริยาสำนึกผิด คุณครูก็ใจละลายตามไปแล้ว หลังจากบอกผลการตัดสินแล้ว ไม่ลืมที่จะให้กำลังใจกัน ...ครูต้องไม่ลงโทษเด็กอย่างขาดสติ