เมื่อวานนี้ (13 ม.ค.53) คุณ poo ได้เข้ามาชวนไปอ่านบันทึก !!!! จดหมาย เข็มขัดสั้น นิสิตถึงอาจารย์ ... !!!! ... ที่คุณ poo ได้นำขึ้นสู่บันทึกเอาไว้ เป็นเรื่องของ "การต่อรองของเกรด A จากนักศึกษาถึงอาจารย์ โดยการขโมย Notebook ของอาจารย์เป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับเกรด A"

แหม ! ถือว่าเป็นกรณีศึกษาที่เจ๋งมาก ผมล่ะ ชอบสุด ๆ จึงขอต่อยอดความคิดไว้ในบันทึกนี้ บล็อกนี้เสียเลย

 

เริ่มจาก "นักศึกษาเขียนจดหมายรัก (ลัก) ถึง อาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง"

 

 

แล้วคุณ poo ก็ถามผมว่า ถ้าเป็นผม ผมจะทำอย่างไร ?

 

ผมก็คิดคำตอบไว้ในใจที่แน่นอนว่า "คงไม่สามารถทำตามการขอได้ เพราะมันไม่ถูกต้องทุกการกระทำ"

 

 

"คำตอบต่อมาที่อาจารย์ท่านนั้น ตอบนักศึกษากลับไป"

 

 

คำตอบก็ถูกใจอีก "โดยเฉพาะไม่มีการต่อรองกับผู้ก่อการร้าย" ;) ชอบ ๆ

 

 

หาเรื่องวิเคราะห์ "จดหมายจากนักศึกษาถึงอาจารย์"

จากประเด็นที่นักศึกษาได้กระทำการขโมยของรักของอาจารย์ แล้วเขียนจดหมายเรียกค่าไถ่เป็นเกรด A นั้น คิดอย่างจริงจังก็ไม่ใช่สิ่งควรกระทำแน่ ๆ เพราะคือขโมย มีโทษทางอาญา ซึ่งยอมความกันไม่ได้ จับได้ล่ะ นักศึกษาต้องโทษแน่นอน พร้อมต้องถูกไล่ออกจากสถาบันการศึกษา

ประเด็นที่นักศึกษาบอกว่า กำลังถูกรีไทร์ทั้งหมดนั้น นักศึกษากำลังโทษมายังอาจารย์ที่ต้องเรียนด้วยเป็นคนล่าสุดว่า หากไม่ให้ A ผมจะต้องรีไทร์ นี่ แสดงว่า คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก ไม่ได้คิดถึงว่า หากตัวเองขยันตั้งแต่แรก คงไม่เกิดเหตุว่า ถ้าติด E ติด F ในวิชานี้แล้วจะรีไทร์หรอก (แต่อาจจะไปรีไทร์เอาวิชาอื่น) ทำเหมือนวิชานี้เป็น "ฟางเส้นสุดท้าย"

หากทุกวิชาเป็น "ฟางเส้นสุดท้าย" นี่ไม่ขโมยของรักของอาจารย์ทุกคนที่สอนไอ้หมอนี่ เลยหรือนี่ โฮ๊ะ โฮ๊ะ กรรมที่เอ็งทำแหละ หุ หุ ดันทะลึ่งมาโทษคนอื่นเค้าได้ไง

 

ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจ คือ อยากให้อาจารย์สอนหนังสือนักศึกษาให้เข้าใจ และแจกแจงคะแนนให้ละเอียดกว่านี้

ประเด็นนี้เป็นข้อเท็จจริงที่สุดที่อาจารย์ผู้สอนควรมองตัวเองมากที่สุด

หลายครั้งอาจารย์ที่สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยมาทำหน้าที่สอน คือ สอนไปตามหน้าที่ เด็กจะรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องก็เรื่องของเด็กเอง เป็นกันเยอะ วิญญาณของครูไม่ค่อยเข้าสิง อาจารย์บางคนยิ่งแย่ เข้าสอน 5 - 10 นาที แบบสั่งงานแล้วเลิก ไม่สอนต่อ หากเป็นตามกระบวนการเรียนก็ว่าไปอย่าง แต่บางคนเป็นทุกคาบที่สอน

การนำทางความรู้ให้กับอนาคตของชาตินั้นเป็นหน้าที่ของครูด้วยจิตสำนึก ไม่ว่าจะสอนวิชาใด ก็ต้องตั้งวัตถุประสงค์หลักไว้ว่า "ฉันจะสอนลูกศิษย์ของฉันให้เข้าใจที่สุด ดีที่สุด" เพราะเราคือครู ไม่ใช่ คนที่ทำหน้าที่ครูเพื่อหาเช้ากินค่ำ ที่ไหนกันเล่า

ปัญหาแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นแน่ ๆ ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จก็ตาม

ส่วนการแจกแจงคะแนนให้เด็กเข้าใจ ต้องกระทำตั้งแต่การสอนคาบแรกแล้ว ต้องแจ้งให้เขาทราบว่า มีสิ่งใดที่ต้องเขาต้องเรียนรู้ ต้องปฏิบัติในวิชานี้บ้าง คะแนนเก็บเป็นเท่าไหร่ (บอกแนวการสอน) หากเด็กรับไม่ได้ ก็ให้ไปถอนรายวิชานี้ออก ไม่ต้องเข้ามาเรียนให้เสียเวลา (เดี๋ยวจะมาหาทางขโมยของกันอีก อิ อิ)

เคยเห็นอาจารย์หลายคนที่เก็บเงียบ คะแนนได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่พอเกรดออกมาที เกรดมันไม่ยุติธรรมในความรู้สึกของเด็ก ทำงานส่งและดี กลับได้เกรดแย่กว่า คนที่ไม่ค่อยเข้าเรียน

หากไม่ต้องการให้เด็กสงสัย ก็ต้องทำทุกอย่างให้ยุติธรรม โปร่งใส วัดได้ ประเมินตามจริง แต่หลายคนที่มีปัญหาคือ มีการใช้ "อคติ" เข้ามาจับที่คะแนน ไม่ได้ เอาผลงานของเด็กมาใช้ หรือพฤติกรรมที่ดีหรือไม่ดีของเขามาใช้

 

 

หาเรื่องวิเคราะห์ "จดหมายตอบกลับจากอาจารย์ถึงนักศึกษาที่ก่อเหตุ"

ประเด็นเด็ดขาด คือ "การไม่มีนโยบายต่อรองกับนักศึกษาที่ทำผิดในเรื่องนี้ เพราะเกรดที่ออกมามีคุณค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด ในฐานะของคนที่เป็นครู"

อ่านแล้วก็อารมณ์ดีเพราะคำว่า "ผู้ก่อการร้าย" ช่างเหมาะสมกับสถานการณ์นี้ดีจริง

ส่วนอีกประเด็นที่สะท้อนถึงความเป็นครูของอาจารย์ท่านนี้ คือ "ความเสียใจที่ไม่สามารถสอนให้นักศึกษาเป็นคนดี มีคุณธรรมได้"

ถึงมีคำกล่าวว่า "อยากให้สอนนักศึกษาให้เป็นคนดีแต่ไม่เก่ง มากกว่า เป็นคนเก่งแต่ไม่ดี"

แต่ถ้าโชคเข้าข้าง ก็อยากได้ทั้งสองอย่าง คือ เป็นคนเก่ง และเป็นคนดี

เป็นคนเก่งแต่ไม่ดี ไม่ต่างอะไรกับการสอนนักศึกษาให้เป็นโจรเลย ออกไปในสังคมก็พลอยแต่จะเอาเปรียบคนอื่นอยู่ร่ำไป ทำให้สังคมเสื่อมทรามลง ถ้าจะสอนควรสอนเขาตั้งแต่ยังอยู่ในสถาบันการศึกษา

อาจารย์แบบนี้ผมเคยเห็น อาจารย์จะมีลักษณะเมตตา กรุณา สูง เป็นที่น่าเคารพ แต่มักจะเลือกใช้วิธีการเมตตาไม่เหมาะสมและถูกกาละเทศะ

นักศึกษาทำงานมาแบบผ่าน ๆ ก็ไม่ค่อยจะตรวจ ปล่อยผ่านให้เกรดไปง่าย ๆ โดยนักศึกษาเองก็ไม่เคยรู้ข้อบกพร่องที่ตนเองจะแก้ไขก่อนจบออกไปสู่โลกภายนอก

ไม่มีอาจารย์เตือน ก็นึกว่า ถูกแล้ว ดีแล้ว ...

นักศึกษาก็บอกว่า อาจารย์ใจดีจัง จริง ๆ ผมว่า อาจารย์ให้ยาพิษแบบสะสมกับลูกศิษย์ของตัวเองมากกว่า

ส่วนอาจารย์ด้วยกันก็จะบอกว่า "ปล่อย ๆ นักศึกษาไปเถอะ สงสารเขา ให้เขาไปฝึกฝนเองในโลกภายนอก" (อ้าว มีโอกาสจะสั่งสอนให้เขาในสิ่งที่ถูกที่ควร ทำไมถึงไม่ทำ ไม่ลงมือเสียแต่ตอนนี้ แบบนี้จะเป็นครูไปทำไม ลาออกไปทำพ่อพระอยู่ข้างนอกดีกว่านะ มีหน้าที่ ไม่ทำหน้าที่ เอาเมตตา กรุณา มาสร้างภาพลักษณ์ทำไมกัน สังคมถึงได้แย่เหมือนเดี๋ยวนี้ อุ้ย ลืมตัว อิ อิ)

 

ไม่น่าเชื่อนะครับ จดหมายสองฉบับนี้ ทำให้ผมสามารถเขียนบันทึกออกมาได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้ ถือเป็นแรงกระตุ้นต่อมคุณธรรมของครูออกมาได้เยอะเลยครับ คุณ poo  ;)

 

คำตอบของผมในกรณีศึกษานี้คือ

 

"ผมไม่มีนโยบายต่อรองกับผู้ก่อการร้าย ครับ"

 

 

ขอบคุณบันทึกเริ่มต้นจาก !!!! จดหมาย เข็มขัดสั้น นิสิตถึงอาจารย์ ... !!!! ... ของคุณ poo มากมายครับ ;)