|
ตำรายาสมุนไพรล้านนา
คัมภีร์ตำรายาสมุนไพรล้านนา หมายถึงคัมภีร์โบราณที่มีเนื้อหาเป็นตำรายาสมุนไพรของนักปราชญ์ชาวล้านนา (ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย) ที่ได้รวบรวมจากความรู้ของครูบาอาจารย์ หรือรวบรวมจากประสบการณ์ในการรักษาคนป่วยแล้วบันทึกด้วยอักษรธรรมล้านนา (อักษรโบราณชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ในเขตภาคเหนือตอนบน) ซึ่งบันทึกลงในใบลานหรือพับสา โดยเก็บรักษาไว้ตามวัดต่างๆ หรืออาจเป็นสมบัติส่วนตัวของหมอเมือง (แพทย์แผนโบราณ)
เนื้อหาของคัมภีร์ตำรายาสมุนไพรล้านนา
คัมภีร์ตำรายาสมุนไพรล้านนาส่วนมากจะมีเนื้อหาที่หลากหลาย มีทั้งตำรับยาสมุนไพร ความรู้ด้านการแพทย์แผนโบราณ และพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมสมุนไพร การปรุงและการใช้ตำรับยาสมุนไพร ดังนี้
๑. ตำรับยาสมุนไพร โดยทั่วไปแล้วตำรับยาสมุนไพรแต่ละตำรับจะมีลักษณะข้อความหรือโครงสร้างของตำรับยาลักษณะเหมือนๆ กัน ประกอบด้วย ชื่อโรคหรืออาการเจ็บป่วย คำอธิบายลักษณะอาการเจ็บป่วย สมุนไพรที่ใช้ (ชื่อ-ส่วนที่ใช้-ปริมาณ-วิธีการเตรียม) วิธีการปรุงยา วิธีใช้ และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการรักษา
๒. ความรู้ด้านการแพทย์แผนโบราณ จะกล่าวถึงมูลเหตุของการเจ็บป่วย การพิจารณาอาการเจ็บป่วยของคนลักษณะต่างๆ ได้แก่ ช่วงเวลาที่เจ็บป่วย ธาตุ รส สีผิว อายุ ซึ่งมีวิธีการรักษาและข้อควรระวังที่แตกต่างกันไป ซึ่งเป็นความรู้ด้านการแพทย์แผนโบราณที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแพทย์แผนโบราณที่ต้องศึกษาอย่างจริงจังก่อนที่จะปรุงตำรับยาเพื่อรักษาคนป่วย
๓. พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมสมุนไพร การปรุงและการใช้ตำรับยาสมุนไพร คัมภีร์ตำรายาสมุนไพรล้านนาบางฉบับ จะกล่าวถึงพิธีกรรมที่จำเป็นในการเตรียมสมุนไพร การปรุงยาและการรักษาด้วย ซึ่งมีทั้งการตั้งขันบูชาครู คาถาเสกยา ฯลฯ เช่น คาถาหรือคำกล่าวขณะที่เก็บสมุนไพร ในการปรุงยาบางตำรับ ขณะที่เก็บสมุนไพรเพื่อนำมาปรุงยานั้น จะต้องมีคาถาหรือคำกล่าวเพื่อให้สมุนไพรนั้นมีฤทธิ์ในการรักษาอาการเจ็บป่วยด้วย นอกจากนั้น การปรุงตำรับยาในบางตำรับ จะต้องมีขันบูชาครูด้วย ซึ่งจะมีทั้งเงิน เทียน หมาก และผ้าขาวผ้าแดง ซึ่งจำนวนหรือสิ่งของที่ทำเป็นเครื่องบูชานั้นอาจแตกต่างกันไป เช่น ตำรับยารักษาโรคมุตตะขึดเข้าฅ่อเข้าเอ็น มีขันบูชาครูเป็นเงิน ๑ บาท เทียนหนัก ๑ บาท ๑ คู่ เทียนหนัก ๑ เฟื้อง ๑ คู่ เทียนเล็ก ๘ คู่ หมาก ๘ ขด ๘ ชิ้น ผ้าขาวและผ้าเป็นค่าขันบูชาครู เอาตองกล้วยตีบ ๓ หาง มาหุ้มปากหม้อ ใช้ตอก ๓ เส้น มาต่อกันแล้วพันปากหม้อไว้ หากคนป่วยเป็นผู้หญิง ให้ผู้ชายเป็นคนต้ม หากคนป่วยเป็นผู้ชาย ให้ผู้หญิงเป็นคนต้ม
ประเภทของตำรับยา
๑. ตำรับยารักษาโรค หรืออาการเจ็บป่วยทั่วไป ซึ่งสามารถแบ่งเป็นกลุ่มๆ เช่น กาน กิ้ว เกี่ยว ขาง ไข้ ง้วน แช ต้อ ตุ่ม ป้าง ปิ ฝี มะเรง มะเรงครุด มะโหก มุตตะขึด รัมมนาต รากสาด ริดสะดวง รุง รุด ลม สันนิบาต สาน เสลด หนิ้ว และไอ เป็นต้น โดยในแต่ละกลุ่มโรคนี้ยังมีรายละเอียดของอาการเจ็บป่วยที่แตกต่างกันอีกด้วย
๒. ตำรับยาบำรุงร่างกาย คือตำรับยาที่ไม่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยโดยตรง จะมีลักษณะเป็นตำรับยาที่ช่วยปรับสมดุลของธาตุในร่างกาย เช่น ตำรับยาสำหรับแม่ที่มีน้ำนมน้อย ตำรับยาบำรุงให้เจริญอาหาร ร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์ และยาบำรุงกำลัง เป็นต้น
๓. ตำรับยาสำเร็จรูป หมายถึงตำรับยาที่แพทย์แผนโบราณ หรือหมอเมืองจะปรุงแล้วเก็บไว้ใช้ได้นาน โดยส่วนมากจะเป็นยาลูกกลอน และยาผงสำเร็จรูป เช่น ยาผงดำ ยาผงเหลือง ยานัตถุ์ ยาแก้กับคำ และอยาแก้ ๕ ต้น ฯลฯ
ประเภทของอาการเจ็บป่วย
๑. อาการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อ และอาการเจ็บป่วยทั่วไป หมายถึงโรคและอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการเชื้อโรค หรือความผิดปกติของร่างกาย เช่น ไข้ ไอ ท้องเสีย และฝี เป็นต้น ซึ่งบางตำรับยาจะบอกถึงมูลเหตุของการเจ็บป่วย ลักษณะอาการเจ็บป่วย และวิธีการปรับปรุงตำรับยาให้เหมาะสมด้วย
๒. อาการเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุ เช่น ตกต้นไม้ ถูกของมีคม ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย เป็นต้น
๓. อาการเจ็บป่วยที่เชื่อว่าเกิดจากภูติผีวิญญาณ หรือไสยศาสตร์ ชาวล้านนามีความเชื่อว่า การเจ็บป่วยบางอย่างเกิดจากการกระทำของภูติผีปีศาจ หรือด้วยอำนาจเวทย์มนต์ จึงพบตำรับยาที่เกี่ยวกับการรักษาอาการดังกล่าวด้วย เช่น ถูกผีเข้าสิง ถูกผีกระทำร้าย หรือถูกคุณไสย เป็นต้น
ประเภทของสมุนไพร
โดยทั่วไปแล้ว มีการแบ่งประเภทของสมุนไพรต่างๆ เป็น ๓ กลุ่ม (พีชวัตถุ, สัตววัตถุ และธาตุวัตถุ) แต่จากประสบการณ์ที่ได้ศึกษาคัมภีร์ตำรายาสมุนไพรล้านนามาหลายฉบับ จึงขอแบ่งสมุนไพรเป็น ๔ ประเภท ดังนี้
๑. พีชวัตถุ คือ สมุนไพรที่เป็นส่วนต่างๆ ของพืช คือ ผล ใบ ราก กิ่ง ลำต้น ดอก เช่น กล้วยตีบ (ใช้ทั้ง ผล ใบ ราก ลำต้น) หญ้าคา (ใช้ รากและใบ) ฯลฯ พืชสมุนไพรบางชนิดที่ใช้ในบางตำรับยา จะต้องมีการคัดเลือกเป็นพิเศษ เช่น ตำรับยารักษาเมื่อถูกผีพรายเข้าสิง ให้เอาตัดเอาไม้อี่รุมมา ๓ ท่อน ยาวท่อนละ ๑ ศอก เมื่อกลับมาถึงเรือนแล้วให้โยนทิ้งทั้ง ๓ ท่อน หากท่อนใดอยู่หน้าท่อนอื่น ให้เอาท่อนนั้นมาฝนใส่สุราแล้วรับประทาน ฯ ใบสรีตกขว้ำ คือใบโพธิ์ที่หล่นจากต้นแล้วคว่ำหน้าใบลงเท่านั้น, ต้นพอยอันบ่มีกิ่งมีง่า คือเลือกต้นพอยที่มีลำต้นตรง และไม่มีกิ่งเท่านั้น, หน่อไม้ตายพราย คือหน่อไม้ที่งอกโผล่พ้นดินแล้วแห้งตายไป, หนาดออกเฝ่า คือ ต้นหนาดซึ่งออกบริเวณขี้เถ้า, หนาดตายแขวน คือใบหนาดที่หล่นจากกิ่งแต่ไม่ตกถึงพื้น (อาจแขวนติดกับใยแมงมุม) และ เข้าสานยังขี้หมา คือ ข้าวสารที่หมากินแล้วถ่ายออกมา ซึ่งยังคงเป็นเม็ดข้าวสารอยู่ เป็นต้น
๒. สัตววัตถุ คือ สมุนไพรที่เป็นส่วนต่างๆ ของสัตว์หรือสิ่งมีชีวิต เช่น งาช้าง, นอแรด, กระดูกควาย, กระดูกแร้ง, ดีงูเหลือม, ซากแมงมุม ฯลฯ นอกจากนั้นสัตววัตถุที่จะนำมาปรุงในบางตำรับยา จะต้องมีลักษณะพิเศษกว่าปกติ เช่น เขาควายฟ้าผ่า คือเขาของควายที่ถูกฟ้าผ่าตาย, เดือไก่ดำ คือเดือยไก่ดำ, ดูกหัวฅนตายซากดาบ คือกระโหลกศีรษะของคนที่ตายด้วยดาบ และ ดูกหัวฅนตายฟ้าผ่า คือกระโหลกศีรษะคนที่ถูกฟ้าผ่าตาย เป็นต้น
๓. ธาตุวัตถุ คือ สมุนไพรที่เป็นวัตถุธาตุตามธรรมชาติ ซึ่งบางอย่างนำมาใช้โดยตรง แต่บางอย่างต้องผ่านการปรุงเสียก่อน เช่น ดินไฟ หรดาล ขี้เถ้า ฯลฯ
๔. สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งอาจมีส่วนประกอบจากพีชวัตถุ สัตว์วัตถุ หรือธาตุวัตถุ แต่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพแล้ว เช่น ชายคา ซี่บันได ชายผ้าถุงแม่ม่าย หูบุ้ง หูบุง สากครก คนโทดิน หยากใย่ใต้ถุนเรือน ฯลฯ
สรุปส่งท้าย
คัมภีร์ตำรายาสมุนไพรสมุนไพรล้านนา ถือว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะมีเนื้อหาทั้งที่เป็นความรู้ด้านแพทย์แผนโบราณ และตำรับยาสมุนไพรที่จำเป็นในการดูแลและรักษาสุขภาพของคนในชุมชน ควรค่าต่อการการศึกษาวิจัยเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนโบราณของล้านนาต่อไป
|