GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

กลิ่นเท้า ยวนยั่ว

คนอ้วนมีพื้นที่ผิวมากขึ้น ผิวหนังจะขยายตัว ตัวต่อมเหงื่อก็จะต้องทำงานเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เหงื่อที่เท้าก็จะออกมากกว่าปกติ

วันก่อนได้มีโอกาสเข้าไปอ่านข้อเสนอแนะในบทความเรื่องกลิ่นเท้าเย้ายวน มีผู้สนใจและเสนอแนวทางการขจัดกลิ่นเท้าไว้ด้วยเกี่ยวกับเรื่องเกลือ โดยเอาไปโปรยในรองเท้าช่วยลดกลิ่นได้ ก็เลยเกิดความคิดอยากมาเล่าแลกเปลี่ยน และแสดงความคิดเห็นเพิ่มด้วยค่ะ

อย่างที่ทราบกันนะคะต่อมเหงื่อใต้ผิวหนังทำหน้าที่พาความร้อนเพื่อรักษา อุณหภูมิของร่างกายให้คงที่เป็นปกติ แต่ใช่ว่าทุกต่อมจะทำงานหมด ส่วนใหญ่คนที่เหงื่อออกง่ายเพราะมีต่อมเหงื่อที่เท้าทำงานมาก แต่มีบางคนเหงื่อออกที่มือ เท้า รักแร้ง่ายเมื่อตกใจหรือตื่นเต้นนะคะ ซึ่งกล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายที่ถูกใช้งาน ก็ใช้อาหารเปลี่ยนเป็นพลังงานและมักจะมีเหงื่อออกตามมาด้วยเสมอ เท้าที่คุณใช้งานมากก็จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นจากการเผาผลาญ ทำให้ได้เหงื่อออกมามากด้วยเช่นกัน ยิ่งในคนอ้วนมีพื้นที่ผิวมากขึ้น ผิวหนังจะขยายตัว ตัวต่อมเหงื่อก็จะต้องทำงานเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เหงื่อที่เท้าก็จะออกมากกว่าปกติ เมื่อเหงื่อที่เท้าออกมามากมาเจอกับแบคทีเรียที่มีเหลือเฟือบนผิว จะเกิดกลิ่นที่็ยวนยั่วออกมาอย่างเหลือใช้

คราวนี้อยากเสนอวิธีการดูแลแบบง่ายๆ ใกล้เรื่องกลิ่นนะคะ มีด้วยกัน 2 วิธี

1. ลดเหงื่อ

- ถ้าคุณอ้วน มีเหงื่อออกที่เท้ามาก ก็ต้องพยายามลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี อาจปรึกษานักกำหนดอาหารร่วมกันหาวิธีที่จะลดกล้ามเนื้อที่ยืดขยายให้เหมาะสมกับตัวคุณ เมื่อลดขนาดของพื้นที่ ต่อมเหงื่อก็จะไม่ทำงานมาก

- เช็ดเท้าให้แห้งอยู่เสมอ เมื่อมีเหงื่อที่เท้าออกมาก หรือถอดถุงเท้า/รองเท้าออก ให้ระบบเหงื่อออกบางส่วน ไม่ให้อยู่ในรองเท้าทำให้ยิ่งเพิ่มความร้อนแก่เท้ามากขึ้น แล้วค่อยสวมใหม่ถ้าทำได้

- เลือกถุงเท้าหรือรองเท้าที่ดี ถุงเท้าที่ดีควรเป็นผ้า caton ไม่หนา ระบายลมได้ดี ส่วนรองเท้าต้องไม่คับ เป็นหนังแท้จะนุ่ม ไม่เก็บความร้อนให้แก่เท้า และจะต้องไม่รัดแน่นจนทำให้กล้ามเนื้อเท้าต้องทำงานหนักจนเกิดเหงื่อเพิ่ม หรือเปลี่ยนถุงเท้าใหม่ เมื่อเหงื่อชุ่มหลังเช็ดเท้า

- บริหารกล้ามเนื้อเท้าโดยการถอดรองเท้า เพื่อเป็นการระบายความร้อน เหงื่อจากเท้าในขณะนั่งพัก (เท้าอยู่ใต้โต๊ะในที่ประชุมก็ยังทำได้เลยค่ะ) อย่าปล่อยให้มีกลิ่นจึงค่อยบริหารเพื่อนจะรังเกียจ

2. ลดกลิ่น

- อาบน้ำเท้าตอนเย็นอย่างตั้งใจ 5 นาที อาจใช้วิธีการฟอกเท้าก่อนอวัยวะอื่นในร่างกาย เพราะกิจกรรมใดที่เริ่มก่อนเราย่อมให้ความสำคัญมากกว่ากิจกรรมหลังๆ สำรวจเท้าไปด้วยเพื่อค้นหาปัญหาทุกเย็นที่อาบ แล้วเช็ดให้แห้ง

- อาจโรยแป้งที่มีจำหน่ายเพื่อลดเหงื่อจากเท้า แต่ควรโรยหลังเช็ดเท้าแห้งเสมอ และเมื่อเริ่มรู้สึกชื้นเท้าก็จะต้องเช็ดทันที ไม่เช่นนั้นแป้งที่เทลงไปจะหมักหมน สร้างกลิ่นมากกว่าเดิม

- เกลือจะมีคุณสมบัติดูดชื้น เช่น เกลืออลูมิเนียม (สารส้ม) หรือเกลือสังกะสี (Rollon) แต่วิธีการเอาเกลือลงไปโรยในรองเท้าต้องระวัง อาจทำให้เกิดเป็นแผลในรองเท้าในผู้เป็นเบาหวานที่มีเท้าชาและขาดการดูแลได้

บันทึกโดย: ยุวดี มหาชัยราชัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 32739
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

อีกทางเลือกหนึ่ง คือใช้ถุงเท้ากีฬา Antibacterial ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย Micrococcus luteus ซึ่งเป็นเชื้อก่อกลิ่น ปัจจุบันในบ้านเรามีจำหน่ายแล้ว ของ D-MAQ (ดี-แมค)สนใจติดต่อ 038-538 499 ต่อ 2128

แป้งดับกลิ่นเท้าเหม็นตราลูกหมีฯราคาไม่เกินกระปุกละ45บาท ระงับกลิ่นได้นานกว่า20ชั่วโมง มีจำหน่ายที่

*รุ่งฟ้าโอสถ บางปะอิน 089-483-3387

*ห้องยาเภสัช ตลาดประตูน้ำพระอินทร์035-218830

*ยาเฟรชมาร์ท อ.อุทัย อยุธยา086-712-5034

*คลังยา2 อ.เมืองอยุธยา035-212-081

*หมอยาเภสัช ท่ารถบขส.เมืองสระบุรี087-403-4100

*เภสัชสัมพันธ์ต.เสม็ด อ.เมืองชล081-454-4523

*เภสัชวรรณพร อ.เมืองชัยภูมิ044-812-729

*สีลมเฮลธ์แคร์ ถ.สีลม02-234-5216

*สีลมเภสัช เข้าซ.สีลม20(25เมตร)02-639-1979

*C+C HEALTHCARE ใกล้ซอยสีลม20

*ร้านไทยทำ เดอะมอลล์บางแคชั้น202-885-7475

สอบถามหาร้านจำหน่ายเพิ่มเติมที่ 02-733-4812

 

อยากทราบว่านอกจากเชื้อ Micrococcus luteus ที่ก่อให้เกิดกลิ่นเท้าแล้วยังมีเชื้อตัวใดบ้างครับส่วนถุงเท้าที่ว่าป้องกันเชื้อแบคทีเรียนั้นมันป้องกันอย่างไรครับ

ขอโทษนะครับที่ตอบช้ามากๆ หลายเดือน....

ถุงเท้า Anti-bacterial ที่ผมบอก จะเคือบสารที่เส้นด้ายในกระบวนการย้อม หรือ Finishing สารที่เคลือบแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. จำพวกสารเคมี ออกฤทธิ์ยับยังการเติบโตของแบคทีเรีย

2. ไม่ใช่สารเคมี เช่นผงแร่เงิน ทองแดง ที่มีอนุภาคเล็กมาก อาจถึงระดับ นาโนฯ ซึ่งจะปล่อยประจุไฟฟ้าลบออกมา เวลาโดนความชื้น และไปทำให้แบคทีเรียหยุดการเติบโต ไม่สามารถแพร่ขยายจำนวนได้

หลักการคือกำจัดแบคทีเรีย ตัวการต้นเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่น ถึงแม้เหงื่อจะออกแต่ไม่มีแบคที่เรีย กลิ่นก็ไม่เกิด

อีกประการที่สำคัญคือ ต้องไม่ทำให้คนสวมใส่เกิดอาการแพ้ และต้องมีความทนทานต่อการซัก อย่างตำๆ 20 ครั้ง

อนึ่งคนบางกลุ่มไม่สามารถหลีกเลี่ยง ไม่ให้เหงื่อออกได้ เช่นคนทำงานที่ขึ้นรถเมล์ นักกีฬา ตำรวจจราจร เด็กนักเรียน กว่าจะมีเวลาไปอาบน้ำก็ต้องกลับไปบ้านแล้ว