บทที่ ๑๓ จนจบเล่ม ทำให้ผมระลึกได้ว่าชีวิตของการเป็นครูใหม่ต้องการพี่เลี้ยงที่เข้าใจและเห็นอกเห็นใจ และในชีวิตครูจะต้องเผชิญกับความเป็นจริงในสังคม อย่างสังคมอเมริกันในใจกลางเมืองเป็นสังคมของคนผิวสี ที่มักถูกดูถูกหรือรังเกียจจากทางโรงเรียน ทำให้เด็กๆ อยู่ในสภาพน้อยเนื้อต่ำใจ เมื่อ Kozol บังเอิญเอาหนังสือกวีนิพนธ์ที่แต่งโดยกวีที่เป็นคนดำ ไปอ่านให้เด็กฟัง เด็กนักเรียนก็ตื่นเต้น และเปลี่ยนท่าทีเป็นมิตรกับครู
แต่ผลคือ ครู Kozol ถูกไล่ออกจากโรงเรียน ฐานเอา “หนังสือไม่เหมาะสม” ไปสอน นี่คือสมัยปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ที่รัฐแมสซาชูเสทส์
แต่การเป็นครูที่รักเด็ก เอาใจใส่เด็ก และไม่รังเกียจผิว มันก็ให้รางวัลชีวิต ให้ความชื่นใจในไมตรีจิตที่ได้รับจากเด็ก และจากพ่อแม่ของเด็ก ชุมชนคนดำออกมาให้ลูกหยุดไปโรงเรียนประท้วงโรงเรียน และประท้วงต่อคณะกรรมการการศึกษาของนครบอสตัน การประท้วงนี้ไม่ใช่จำกัดในกลุ่มคนดำ แต่คนขาวส่วนหนึ่งก็ไปร่วมประท้วงด้วย เป็นการประท้วงการเหยียดผิวในระบบโรงเรียนของอเมริกา
ครูที่ดีต้องเป็นนักสิทธิมนุษยชน คือเคารพความเป็นมนุษย์โดยไม่แบ่งแยกผิว เชื้อชาติ ศาสนา และชาติกำเนิด เห็นคุณค่าของเด็ก รักเด็ก โดยไม่แบ่งแยกตามปัจจัยเหล่านั้น
ชีวิตครูต้องเป็นชีวิตที่สนุกสนาน ไม่เคร่งเครียด จึงจะทำหน้าที่ครูที่ดีได้ เพราะการสอนที่ดีต้องเป็นการสอนที่นักเรียนรู้สึกสนุก และมีความสุข
ต้องอ่านรายละเอียดในจดหมาย (หนังสือ) เอง จึงจะได้รายละเอียดความละอียดอ่อนของการเป็นครู และการเรียนรู้จากการเป็นครู โดยเฉพะอย่างยิ่งการเรียนรู้จากปฏิสัมพันธ์กับเด็ก เด็กคือครู เพราะเป็นผู้ให้บทเรียนจากวิถีปฏิบัติของตัวเด็ก ให้ครูเก็บเอามาคิอ พิจารณาไตร่ตรอง เกิดเป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์
เด็กหรือลูกศิษย์บางคนจะกลายเป็น “เพื่อน” หรือ “มิตรแท้” ของครู ไปตลอดชีวิต ที่ครูขอคำปรึกษาได้ ดังกรณีลูกศิษย์ของครู Kozol ที่ชื่อ Pineapple (หน้า ๒๑๕)
ครู Kozol ไม่คิดว่าการไปเป็นครูในดินแดนที่นักเรียนยากจน เป็นการเสียสละ แต่เป็นการไปทำงานเพื่อเสาะหาสิ่งดีๆ ในสังคม และในความเป็นมนุษย์ ในท่ามกลางเด็กยากจน มีเด็กฉลาด หรือเด็กดีที่จะเติบโตไปเป็นคนมีค่าต่อสังคม หากได้รับการศึกษาที่ดี นั่นคือคุณค่าของชีวิตครู
วิญญาณครู คือวิญญาณของการเห็นคุณค่าของมนุษย์
หน้าที่อย่างหนึ่งที่ครูมักจะลืม คือการส่งเสริมให้เด็กแสดงออก ให้เด็กแสดงความเป็นตัวตนของตนออกมาอย่างมั่นใจ ผมคิดว่าประเด็นนี้ วงการศึกษาไทยคำนึงถึงน้อยมาก ครู Kozol ย้ำไว้ในจดหมายฉบับสุดท้าย ว่าครูต้องจัด “open space, open time” สำหรับให้เด็กได้สื่อสารตนเอง ความต้องการของตนเองออกมา และครูจะต้องฟังและรับการสื่อสารนั้นอย่างเอาใจใส่ สำหรับใช้เป็นข้อมูลเอาไปใคร่ครวญใช้สำหรับทำหน้าที่ “ครูเพื่อศิษย์”
หนังสือ “Letters to A Young Teacher” บอกอะไร แน่นอน บอกหลายอย่างมาก ตามที่ผมตีความเอามาเล่าในบันทึกทั้ง ๕ ตอนนี้ และที่จะต้องย้ำก็คือ ชีวิตครูปีแรกเป็นปีแห่งไฟปรารถนาหรือแรงบันดาลใจในการทำหน้าที่ครู ครูใหม่ที่มีไฟเหล่านี้ต้องการพี่เลี้ยงที่เข้าใจ เห็นใจ และเป็นเพื่อนคู่คิดให้ครูใหม่ก้าวไปตามทางอาชีพครูอย่างมีความสุข สนุก และได้เรียนรู้ เป็นกำลังใจให้ครูใหม่สามารถต่อสู้กับความท้าทายนานัปการได้ตลอดรอดฝั่งในช่วงปีแรก หากระบบการศึกษาไทยมีวิธีการที่ดีในการเป็นพี่เลี้ยงครูใหม่ สังคมไทยก็จะได้ครูดีตามมาจำนวนมากเมื่อครูเหล่านี้เติบโตขึ้นในปีต่อๆ ไป
วิจารณ์ พานิช
๓ ม.ค. ๕๓