ค่ำวันที่ ๒๐ ธ.ค. ๕๒ ผมเอาหนังสือ “กิ้งกือกระบอกในประเทศไทย” มานั่งอ่านอย่างสบายอารมณ์ เป็นการอ่านหนังสือเกี่ยวกับธรรมชาติที่ผมชื่นชอบ และยังได้ภูมิใจตัวเอง ที่ได้มีส่วนริเริ่มโครงการ BRT ไว้ ก่อประโยชน์ต่อวงการวิชาการด้านชีววิทยาต่อเนื่องยาวนาน คนแก่อย่างผมโชคดีที่ได้กินบุญเก่า อ่านแล้วก็นึกเสียดายที่ที่สนามบ้านผมไม่เห็นมีกิ้งกือเลย อยากให้มีเพราะเวลานี้ผมสะสมใบไม้ไว้ตามโคนต้นไม้ใหญ่มากมาย จนจัดว่ารก อยากให้มีกลไกย่อยสลายตามธรรมชาติมาช่วยเร่งความเร็วในการย่อยสลาย แล้วก็คิดต่อว่า มีทางไปจับกิ้งกือมาปล่อยไหมหนอ หรือมีที่ไหนเพาะพันธุ์กิ้งกือเอาไว้แพร่พันธุ์ไหม ผมจะได้ไปขอหรือซื้อเอามาปล่อยที่บ้าน เล็งไว้ว่าหากได้พบ ศ. ดร. สมศักดิ์ ปัญหา ประธานชมรมคนรักกิ้งกือ จะถามท่าน เมื่อตอนเย็นเห็นจิ้งเหลนตัวยาวประมาณ ๒๐ ซ.ม. ตัวอ้วนท้วนดีคลานอยู่ ผมก็ดีใจ เพราะเมื่อก่อนเคยเห็นจิ้งเหลนตัวใหญ่และอ้วนมาก แต่ไม่เห็นมานานมากแล้ว สมัยเด็กๆ ที่บ้านผมที่ชุมพร เป็นบ้านนอกแท้ๆ อยู่ในสวน เต็มไปด้วยสาราสัตว์ กิ้งกือมีอย่างน้อย ๓ ชนิด คือชนิดตัวโตมาก สีออกไปทางน้ำตาล ตัวยาวสัก ๑๐ – ๑๕ ซ.ม. ชนิดนี้เรียกกิ้งกือยักษ์ ชนิดตัวขนาดกลาง ยาวประมาณ ๕ – ๖ ซ.ม. สีออกแดง และตัวเล็กมาก ยาวไม่ถึง ๒ ซ.ม. สีดำข้างๆ ตัวสีเหลือง ชนิดนี้เรียกกิ้งกือจิ๋ว ตอนเป็นเด็ก เราชอบเอาไม้ไปแหย่ให้มันขดตัว วิจารณ์ พานิช๒๐ ธ.ค. ๕๒