
การค้นหาความดี และสิ่งดีดีที่มีความหมายต่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขจึงเป็นเรื่องสำคัญดังที่ พระครูพิทักษ์นันทคุณ ที่ปรึกษามูลนิธิฮักเมืองน่าน ได้กล่าวในเวทีจัดการความรู้ครอบครัวเข้มแข็ง ตอน “กระบวนการค้นหาความดี” เมื่อปี ๒๕๕๐ ว่า
“การจัดเวทีร่วมกันค้นหาความดี และเอาความดีมาใช้ให้เต็มที่ ค้นหาความดีของคนในรอบข้าง เริ่มจากครอบครั เรา สังคมของเรา จากคนดี เป็นความดีที่เกิดขึ้นในสังคม ก็จะได้ต้นแบบที่ดีในการดำเนินชีวิตของเรา ครอบครัว รอบข้า ง เป็นการฝึกเราให้มองคนในแง่ดี สังคมดี หลวงพ่อพุทธทาสกล่าวว่า เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา ไม่นำเรื่องไม่ดีของคนอื่นออกมาบอกเล่า แต่ธรรมชาติของมนุษย์เรื่องการเล่าขวัญคนอื่น(นินทา)นั้นมักเป็นความสุข
การเปิดใจให้กว้างเพื่อยอมรับความดีของคนอื่น สรรเสริญคนดี นั้นทำยาก เราต้องฝึกการพลอยยินดี มุฑิตา สาธุ ร่วมกับผู้อื่น ยินดีกับคนอื่น เก็บเอาความดีของคนอื่นมาเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตของพวกเรา ทุกคนมีดี เราควรเลือกเอาแต่สิ่งที่ดีมาปรับใช้ในชีวิตของเรา คนโบราณกล่าวว่า อันใด เป็นบุญหื้อเก็บใส่หาบ อันใดเป็นบาปบ่ดีเอาไปตวย (สิ่งที่เป็นบุญให้เก็บใส่หาบ สิ่งใดเป็นบาปไม่ควรเก็บเอาไป)
หากเราจัดเวทีค้นหาปัญหาเราก็จะพบแต่ปัญหา หากแต่เราเปลี่ยนมาจัดเวทีค้นหาคนดี ความดี เราก็จะพบแต่เรื่องราวดี ๆ คนดี ๆ ที่ลุกขึ้นมาช่วยกันทำงาน คนเรามักจะค้นพบความดีของคนอื่น เมื่อคนๆนั้นเขาเสียชีวิตลงแล้ว ซึ่งมันสายเกินไป
การชื่นชมกันและกันในครอบครัว นั้นเป็นความสุข ที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ครอบครัวเข้มแข็ง สำคัญอยู่ที่หัวใจเราต้องใจแข็งยอมรับความรู้ ความสามารถของคนอื่น การออกมาทำงาน เราต้องเก็บเรื่องวัตถุนิยมออกไปจากจิตใจ เพราะคุณค่าของความดีจะเสียไปกับค่านิยมในวัตถุ การสร้างความดีมาตลอดช่วงหนึ่งจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
สิ่งที่เราทำความดีนอกจากชุมชน สังคมได้ประโยชน์แล้ว ควรคิดด้วยว่าตัวเรา ครอบครัวเราได้อะไรบ้าง ที่ผ่านมาเรามุ่งไปพัฒนาทางด้านกายมาก แต่วันนี้เราควรมาร่วมกันพัฒนาใจ นักพัฒนามุ่งพัฒนาคนอื่น หันมาดูตัวเองกลับ ไม่มีเวลาให้กับตนเอง กับครอบครัว สุขภาพก็แย่ลง สมองส่วนคิดได้ใช้มาก ยิ่งคิดมากปวดหัวมาก เราควรเอาสมองส่วนควบคุมมาใช้ด้วย เพื่อควบคุมการคิด การพูด การทำ ให้เหมาะสม ทำทุกสิ่งให้พอดี ใช้สมองส่วนคิดและส่วนควบคุมให้พอดี แล้วเราจะรู้จักควบคุมอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย รวมทั้งหัวใจของเราด้วย ไม่ให้คิดทำเรื่องไร้สาระมากเกินไปถ้าเราไม่เอาสมองส่วนควบคุมมาใช้อาจทำให้เราตกเป็นเบี้ยล่างคนอื่นได้ ถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ดีได้”

บางตอนจากหนังสือ “คืนความเข้มแข็งให้ครอบครัวคนน่าน”
"นักพัฒนามุ่งพัฒนาคนอื่น หันมาดูตัวเองกลับ ไม่มีเวลาให้กับตนเอง กับครอบครัว สุขภาพก็แย่ลง สมองส่วนคิดได้ใช้มาก ยิ่งคิดมากปวดหัวมาก เราควรเอาสมองส่วนควบคุมมาใช้ด้วย เพื่อควบคุมการคิด การพูด การทำ ให้เหมาะสม ทำทุกสิ่งให้พอดี ใช้สมองส่วนคิดและส่วนควบคุมให้พอดี แล้วเราจะรู้จักควบคุมอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย รวมทั้งหัวใจของเราด้วย ไม่ให้คิดทำเรื่องไร้สาระมากเกินไปถ้าเราไม่เอาสมองส่วนควบคุมมาใช้อาจทำให้เราตกเป็นเบี้ยล่างคนอื่นได้ ถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ดีได้”
วันนี้ 6 เมษายน 2553 ได้เข้าร่วมการ เม้าส์....หรือเรียกว่าปะหน้าปะตากันในกลุ่มคนทำงานเพื่อสังคม คนเมืองน่าน
ที่ศศิดารา รีสอร์ท
พบมิตรภาพที่น่ารัก นึกไม่ถึงว่าคนจะมาก สงสัยจะมาหลบร้อนเหมือนเรา ได้พบครอบครัวที่น่ารักของคุณสายัญ คุณส้มภรรยาคุณสายัญมาคร้งแรกดูงงอยู่ แต่ด้วยความรู้ ประสบการณ์ที่มากมาย การเรียนรู้วันนี้จึงไปได้สวย ขอบคุณครูเอื้อง ที่บอกว่า เรา"ล้างใจชะก่อน" โดนใจที่สุด ด้วยอากาศที่ร้อน คำนี้ทำให้อารมณ์ที่คิดจะร้อนๆๆ ต้องมาล้างใจตนเองก่อนถึงจะไม่สะอาดนักแต่ก็พอคลายร้อนลง บ้าง ขอบคุณ ปลัดอมรรัตน์ ที่เอาหน้งสือมาให้ "นั่งสามล้อ ผ่อเมืองน่าน"
ขอบคุณ หนานเอ ที่บอกให้ไปเอาพันธุ์ที่สวน ไปทันที่ที่เลิก เรียกว่าช้าอด (ความจริง เรางก )
น้องนาย จากอบต.ถืมตองที่มาช้าเพราะว่าวันนี้เป็นที่ไม่ธรรมดาเป็นคล้ายวันเกิดจึงต้องมีกิจกรรมกับครอบครัวในช่วงเช้าขออวยพรให้มีความสุขทุกวัน
ชาวจีนกำลังเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เมืองน่านจะรับมืออย่างไร คิดจะเรียนภาษาจีน จะได้มัยนี่เรา หรือจะลงทุนซื้อที่ดินยริเวณที่ติดกับถนนสายน่าน-ทุ่งช้าง ก็กลัวจะได้โฉลดปลอม "คนอื่นว่าจะได ก็ว่าอั้นก่อนก็แล้วกัน"
มีคนบอกว่าไม่อยากเมืองน่านเหมือนเมืองปาย แต่คนที่ถืมตองไปทำร้านอาหารที่ ปาย บอกว่าจี่พริกหนุ่มเพื่อทำน้ำพริกหนุ่มขาย ใช้ถ่าน 2 วันต่อ1กระสอบ บางวันทำไม่ทัน อยากมาอยู่บ้านเหมือนกัน แต่ที่บ้านค้าขายไม่คล่องเหมือน ปาย ดูแล้วเป็นเรื่องที่ความต้องการนั้นจะสวนทางกัน ทางที่เหมาะนั้นคือทางไหน อย่างไร แต่ละคนย่อมมีคำตอบที่แตกต่าง ผู้ที่มีประสบการณ์หลายท่าน คงมีคำตอบ แต่เราเองยัง โหวงและเหวงอยู่ (เฮ้อ)
สิ่งน่าอิจฉาที่สุดในงานนี้คือ ลูกชายใครก็ไม่รู้ที่หลับอย่างบรมสุขท่ามกลางที่ประชุมอย่างสร้างสรรค์ และมิตรไมตรี
มีเรื่องดีๆ อย่างนี้อย่าลืมบอกกล่าวกันอีกนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ตนเอง และให้ทุกๆคน