...บางสิ่งบังสายตาไม่เห็นความจริง...
คนบ้านนามุ่งหน้าแสวงหาชีวิตในเมือง
คนในเมืองหลบหนีความหมกหมุ่นสู่ป่า
ภาพเคลื่อนไหวในจอกลายเป็นเพื่อนคลายเหงาคนสุดท้ายของมนุษย์
เสียงดังกรอกหูเพื่อกลบเสียงลมหายใจของตน
สรรพชีวิตเคลื่อนไหวดั่งใบไม้ไร้วิญญาณ
หมอกยามเช้าถือกำเนิดผ่านปลายห้องเครื่อง
คนหลงทางเจื้อยแจ้วดุจนกแตกรัง
รถไฟสูงเงียบงันแหวกอากาศเย็นชืด
เมืองใหญ่ไม่ใช่ไม่ดีแต่ไม่พอดี
โลกขลับด้วยสีเทาเพราะคนมีเถ้าในตา
ดอกบ้าแดดสู้แดดไม่วายวาง
ผู้คนไม่เคยหลับใหลเมื่อหมอนช้อนหัว
ซอกตึกหลืบหลังคาพอให้เจ้าได้หลบฝน
แดดยามเช้าเผาใจหลงราตรี
เหลือไว้แค่เศษเสี้ยวความทรงจำ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีพี่ครูคิมครับ
สิ่งที่เราเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่ใช่
สิ่งที่เราเป็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ
น่าจะเป็นความจริงนะครับ
ขอบพระคุณที่มาเยือนครับ...
บางสิ่งที่เห็นอาจเป็นภาพลวงตา แต่คงไม่ยากเกินไปที่จะค้นหาตัวตนที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่ภาพลวงตาที่ถาวร
สวัสดีพี่หมูจ๋าครับ
ขอบพระคุณที่นำภาพลวงตามาฝากนะครับ
มองในมุมใหม่ก็จะเห็นสิ่งใหม่นะครับ...
บทกวี ลุ่มลึก ยิ่งนักค่ะ
มองด้วย ใจเป็นกลาง
ค้นหา ทางเดินของตน
เพื่อหลุดพ้น วังวน หลุมพราง
...
ขอบคุณค่ะ
ความสงบสุขอยู่ที่ใจ มิใช่ถิ่นสำนักพักสิงขร
สวัสดีคุณ kaniya ครับ
บางครั้งที่เราอยู่กับภาพลวงตาจนชิน
จนเราแยกออกมายากเหมือนกันนะครับ
ขอบพระคุณ คุณ poo ที่มาเยี่ยมครับ
สวัสดีท่าน นงนาทครับ...
ขอบพระคุณครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีคุณกิ่งไผ่ใบหลิวครับ
ขอบระคุณที่มาเติมเต็มครับ...
สวัสดีค่ะ
มาอ่าน...ธรรมะ จากชีวิตมนุษย์ค่ะ
คำว่า "เถ้าในตา" ทำให้คิดต่อไปมากมายเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)