เมื่อไปถึงหน้าอาคารอเนกประสงค์ของวิทยาลัยพยาบาลแห่งนั้น ก็พบว่ามีตำรวจหลายคน และชาวบ้านกลุ่มใหญ่ยืนออกันอยู่ใต้ชายคาชั้นล่างหน้าวิทยาลัย ส่วนชั้นบน ก็มีตำรวจและกลุ่มคนจำนวนหนึ่งกับเจ้าหน้าที่ของวิทยาลัยออกันออยู่ที่รั้วกั้นขอบระเบียงชายคา ที่ปลายชายคา มีเด็กสาวคนหนึ่งหน้าตาดี ยืนเก้ ๆ กัง ๆอยู่ บางครั้งก็ทรุดลงนั่งยอง ๆ ร้องไห้สะอีกสะอื้นอยู่ที่ปลายชายคาอย่างหมิ่นเหม่ต่อการจะตกลงไปข้างล่างอย่างยิ่ง ผู้คนญาติพี่น้องที่ยืนอยู่ติดรั้วระเบียงต่างพยายามพูดจากปลอบโยนเธอให้กลับเข้ามาข้างในเสีย แต่เด็กสาวไม่รับฟังอย่างใด คงเช็ดน้ำตา พร่ำรำพัน ถึงความเสียใจที่ไม่มีใครช่วยเธอไห้ได้รับการมอบตัวเข้าวิทยาพยาบาลเลย และบ่นอยากให้ลุงมาข่วยเร็ว ๆ ถ้าลุงไม่มาจะไม่ฟังใครทั้งนั้นแม้แต่พ่อแม่ จะอ้อนวอนก็ไม่ฟังเช่นกัน เหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเด็กสาว,ระติยา ฯสอบเข้าวิทยาลัยพยาบาลได้แต่พ่อแม่มีเงินไม่พอค่ามอบตัวในวันสุดท้ายคือวันนี้ แม้พ่อแม่จะอ้อนวอนทางวิทยาลัยขอให้เลื่อนเวสลาออกไปอีก สักวันรอให้ลุงจากเนปาล เอาเงินมาสมทบให้พอเพียงก่อน ทางวิทยาลัย อัางว่าผิดระเบียบ แต่อนุโลมให้เลื่อนเวลาออกไปอีก 1 ชม.แต่พ่อ-แม่ เด็กสายก็ยังหาเงินที่ขาดอยู่มาให้ไม่ได้ สุดท้ายทางวิทยาลัยเพิ่มให้อีก 1 ชม.เป็นครั้งสุดท้ายก็ยังไม่มีเงินมาให้ได้อยู่ดี ทำให้เด็กสาวเครียดหนักวิ่งพรวดพราดออกจากห้องรอมอบตัวมาปีนรั้วระเบียงคลานออกไปปลายชายคาทำท่าจะกระโดดลงไปข้างล่างด้วยความเสียใจอย่างมาก และไม่ยอมฟัวเสียงขอร้องใด ๆ จากใคร ๆ ในนาทีวิกฤตเช่นนี้ ผู้เป็นพ่อจึงได้โทร.ทางใกลใปให้ลุงที่เนปาลฯหาเงินมาสมทบช่วยหลานสาวดังกล่าวโดยด่วน ลุงบอกมาว่ากำลังรวบรวมเงินจากญาติ ๆ และเพื่อนพ้องเอามาสมทบช่วยหลานแล้ว แต่คงไปไม่ทันเส้นตายตอนบ่ายได้เพราะทางใกลมาก จึงนึกถึงคณะหลวงพ่อบางกอกที่เคยช่วยตัวลุงให้พ้นพิษงูเห่ารอดตายที่วัดลุมพินีมหาวิหาร ฯได้ จึงรีบไปหาหลวงพี่หัวหน้าคลีนิควัดไทยลุมพินีมหาวิหาร ที่คุ้นเคยกันดี เพื่อขอให้ติดต่อคณะหลวงพ่อบางกอกที่กำลังเดินทางไปพาราณสี แวะช่วยเจรจา กับหลานสาวหรือช่วยเหลือหลานสาวด้วยวิธีการใด ๆ ก็แล้วแต่ให้รอดตายและได้เเข้าเรียนพยาบาลได้ ดังได้กล่าวแล้ว
ฝ่ายคณะหลวงพ่อบางกอก และพระผู้ควบคุมขบวนรถฯ เมื่อนั่งรถตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นเด็กสาวอยู่ที่ชายคาอาคารอย่างน่าหมิ่นเหม่ต่อการตกลงข้างล่าง ก็พากันใจหายใจคว่ำไปตาม ๆ กันรีบทำไม้ทำมือห้ามไม่ให้เด็กกระโดดพลางตะโกนบอกไปเป็นภาษาอังกฤษว่า dont jump girl.We come to help you right now,wait a minuit... ส่วนในกลุ่มผู้คนที่ออกันอยู่ข้างล่างนั้น มีคน4-5 คนช่วยกันถือขอบเปลผ้าใบขนาดใหญ่เคลื่อนไปทางซ้ายที ทางขวาที เป็นระยะ ๆ เตรียมรองรับร่างของเด็กสาวหากเธอกระโดดลงมาจริง ๆ หรือพลัดตกลงมาเอง และยังมีกลุ่มผู้สื่อข่าว นสพ.วิทยุ และโทรทัศน์กำลังสาระวนกับการเก็บภาพต่าง ๆ อยู่อย่างขมักขเม้น คณะจึงรีบให้ตำรวจและพ่อแม่เด็กพาชึ้นไปบนอาคาร ไปพบกับผู้อำนายการวิทยาลัยที่ก็งุ่นง่านไม่สบายใจเหมือนกันด้วยกลัวเด็กสาวจะกระโดด หรือ พลัดตกลงไปตายข้างล่างจริง ๆ อันจะทำให้ วิทยาลัยเสียชื่อถูกตำหนิว่าไม่มีน้ำใจสมกับที่เป็นวิทยาลัยพยาบาล
อดีตหลวงพ่อวรโพธิฯ กับคณะแนะนำตัวกับ ผอ.แล้ว แจ้งความจำนงค์จะช่วยเหลือเด็กสาวด้วยการจะออกงินค่ามอบตัวที่ยังขาดอยู่ให้ทั้งหมด เพียงแต่ขอให้ทางวิทยาลัย ยินยอมให้เด็กสาวได้รับการมอบตัวเป็นรายสุดท้าย แม้เวลารับมอบตัวจะหมดไปแล้ว ผอ.บอกว่าต้องปรึกษากับหัวหน้าทางเมืองหลวงก่อนเพราะเป็นระเบียบทั่วไปที่เขาไม่มีอำนาจตัดสินใจเองได้แล้ว เนื่องจากอนุโลมไปแล้วถึง 2 ครั้ง
ผลการเจรจาเป็นอันว่า ผอ.ได้รับอนุญาตให้เลื่อนกำหนดรับมอบตัวเด็กสาวได้เป็นรายสุดท้ายเป็นกรณีพิเศษ อดีตหลวงพ่อวรโพธิฯและคณะจึง รวบรวมเงินที่มีอยู่รวมกับเช็คเงินสดให้วิทยาลัยเต็มตามจำนวนที่ยังขาด.... จากนั้นทุถคนก็ออกจากห้องรีบไปที่ลูกกรงกั้นระหว่างระเบียงกับชายคา
ผู้อำนวยการวิทยาลัยตะโกนบอกเด็กสาวว่า "หนูระติยาฯ เรายินยอมรับมอบตัวเธอแล้ว กลับเข้ามาเถิด" ส่วนพ่อ,แม่เด็กก็ยืนยันให้เด็กสาวทราบว่า " ระติยาฯ ลุงติดต่อมาให้คณะหลวงพ่อบางกอก จากเมื่องไทยมาช่วยแล้ว และวิทยาลัยรับมอบตัวเอาไว้แล้ว ขอให้กลับเข้ามาเถอะ -ลูก" แล้วผู้เป็นพ่อก็ปีนขอบระเบียงออกไป เอาใบรับมอบตัวจากวิทยาลัย ส่งให้ลูกสาวดูเป็นหลักฐาน
ระติยาฯ รับใบมอบตัวดูด้วยน้ำตานองหน้ายังไม่หาย แล้วหันไปมองผู้เป็นพ่อ,และทุกคนที่ออกันอยู่ที่ระเบียงอย่างงง ๆ ดูท่า เธอไม่ค่อยจะแน่ใจนักว่าจะจริงหรือไม่... เธอทำท่าลังเล รี ๆ รอ ๆ ทุกคนที่ออกันอยู่ที่ระเบียงต้องร้อบบอกซ้ำอีกว่า เป็นเรื่องจริง ส่วนผู้พ่อก็รีบกล่าวย้ำอีกทีว่า " จริง ๆ ลูก เชื่อพ่อเถอะ มามะ ยื่นมือมาให้พ่อจับเร็วเข้า ".......
โปรดอ่านต่อตอนต่อไป ตอนที่ 2/3.....ดูกันว่า เด็กสาวจะยอมยื่นมือให้ผู้เป็นพ่อจับพาเข้าข้างในหรือเกิดอะไรขึ้นก่อนจะมีโอกาสยื่นมือให้ผู้เป็นพ่อได้จับในนาทีสุดท้าย.........
โฮ ตื่นเต้นดีครับ
นับว่าท่านวรโพธิเป็นนักเขียนที่มีแววจะรุ่งคนหนึ่งครับ
ขอบคุณท่าน พลเดช ฯ มากครับ ก็เขียนไปตามจินตกะ และพยายามถอดออกมาเป็นตัวหนังสือให้ได้เท่านั้นเองครับ ท่านพลเดชฯ เองก็ไม่เบานะครับ เพราะเคยได้อ่านบทความของท่านใน ซีเครท ฯ มาแล้วหลายเรื่องเหมือนกัน
สวัสดีวันครูค่ะ ท่าน วรโพธินามะ และ ท่าน พลเดช วรฉัตร
แวะมาอ่านด้วยความชื่นชมค่ะ ขอคารวะท่านในโอกาสวันครู และขอพรพระคุ้มครองให้ท่าน วรโพธินามะ และ ท่าน พลเดช วรฉัตร มีความสุข สุขภาพแข็งแรงค่ะ
คุณนีนานันท์ ครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายและให้กำลังใจกัน
ขอให้กุศลจิตนั้นย้อนกลับไปยังผู้ให้เป็นทวีคูณครับ
เจริญสุขครับ
ขอบคุณครับ ที่กรุณาแวะขมบันทึกของผม นับเป็นโชคดี ที่พอดีเป็นวันครู จึงได้รับคำอวยพร จาก คุณครูนิยานันท์ ผมคงเดาไม่ผิดนะครับ ขอให้ครูมีความสุข ,ความเจริญ,ติดสิ่งใดขอให้ได้สมปราถนาในสิ่งที่ต้องการ ตลอดปีใหม่ 2556 นี้ครับผม
สวัสดีค่ะ คุณพ่อท่าน วรโพธินามะ และ ท่าน พลเดช วรฉัตร
สาธุ.. หนูมารับพร และขอขอบพระคุณค่ะ..
ตื่นเต้น และลุ้น ดีจังได้เห็นจิตมันวิ่งไปมา และเห็นมันสงบก่อนบอกตัวเองว่าเรื่องมันจบไปแล้ว แต่จิตวิญญาณของเรื่องมันยังอยู่ให้คนได้คิดและมีสติ ขอบคุณค่ะ