เทคนิกการถ่ายภาพให้มีชีวิต ชีวา

เทคนิกการถ่ายภาพให้มีชีวิต ชีวา

หนึ่งในภาระกิจหลักของช่างภาพก็คือ การถ่ายภาพให้มีชิวิตชีวาและ
ดูมีการเคลื่อนไหว ซึ่งสามารถถ่ายภาพได้หลายวิธี การใช้ประโยชน์จาก
คุณสมบัติของกล้องคือปัจจัยในการสร้างภาพนิ่งให้ดูมีการเคลื่อนไหว
และสร้างได้ด้วยหลายวิธี คือ

“แฟลชสัมพันธ์ม่านชุดสอง” หรือ “แฟลชสัมพันธ์ม่านหลัง” คือ
เทคนิคที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากในหมู่ช่างภาพมืออาชีพสำหรับการ
บันทึกภาพให้มีลักษณะของการเคลื่อนไหวของวัตถุ ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์
จากคุณสมบัติของกล้องโดยตรง

       ในระบบม่านชัตเตอร์ของกล้องจะมีการทำงานแยกเป็นสองจังหวะ
นั่นก็คือม่านจังหวะแรกเปิดรับแสงจนสุด แล้วตามด้วยม่านชัตเตอร์จังหวะ
สองที่จะปิดตามขึ้นมา

       โดยปกติแล้ว กล้องจะสั่งให้แฟลชยิงแสงออกไปทันทีที่มีการเปิด
ม่านชัตเตอร์ชุดแรกซึ่งหมายความว่าวัตถุจะได้รับแสงแฟลชทันทีที่มีการ
เปิดรับแสง แต่ถ้าสั่งให้แฟลชยิงออกไปในจังหวะม่านชุดสองก็จะเป็นการ
เปิดรับแสงปกติก่อนแล้วจึงตามด้วยแสงแฟลช นั่นหมายความว่าวัตถุที่มี
การเคลื่อนไหวจะถูกบันทึกแสงเป็นเส้นต่อเนื่องจากนั้นจะถูกหยุดให้เห็น
รูปร่างชัดเจนด้วยแสงแฟลชก่อนที่ม่านจะปิดตัวลง

      สำหรับกล้อง Alpha ของ Sony นั้น ผู้ใช้สามารถเลือก
โหมดของแฟลชให้ทำงานสัมพันธ์กับม่านชัตเตอร์ชุดสองได้
โดยการเข้าไปที่โหมดของแฟลช จากนั้นเลือกที่ Rear Sync
(Rear) ก็จะเป็นการสั่งให้กล้องส่งสัญญาณยิงแฟลชเฉพาะ
ในจังหวะม่านชัตเตอร์ชุดสองเท่านั้น

       โดยปกติแล้ว เทคนิคนี้จะใช้ร่วมกับสปีดชัตเตอร์ต่ำๆ
เพื่อบันทึกการเคลื่อนไหวของวัตถุให้เห็นเป็นเส้นยาว ดังนั้น
จึงมักใช้ร่วมกับขาตั้งกล้อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับหลาย
ปัจจัยที่จะต้องนำมาพิจารณาร่วมกันเช่น ความเร็วในการ
เคลื่อนที่ของวัตถุที่ถ่าย, ปริมาณแสงแวดล้อมในขณะนั้น ฯลฯ
ซึ่งทั้งหลายเหล่านี้ไม่มีสูตรตายตัว

       วิธีการง่ายๆ สำหรับการเลือกปรับค่าตั้งต่างๆ ก็คือการ
ทดลองถ่ายภาพโดยที่ยังไม่ต้องเปิดแฟลช หากจังหวะการ
เปิด-ปิดตัวของม่านชัตเตอร์เป็นไปอย่างที่ต้องการก็สามารถ
เปิดใช้งานแฟลชได้ทันที แต่ถ้าหากช้าไปหรือเร็วเกินไปก็ต้อง
ปรับค่าตั้งต่างๆ ให้ลงตัวเสียก่อน

• สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเร็วในการเคลื่อนที่ของตัวแบบ
และปริมาณแสงในสภาพแวดล้อม ปรับใช้สปีดชัตเตอร์ที่
เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ หากช้าเกินไปก็อาจจะ
เป็นการปล่อยให้ตัวแบบหลุดออกจากเฟรมก่อนที่แฟลช
จะทันได้ยิง สังเกตมันให้ดี

• ขาตั้งกล้องคือสิ่งที่ช่วยคุณได้มาก อย่าลืมว่าคุณกำลัง
ทำงานอยู่กับสปีดชัตเตอร์ต่ำ

• บางครั้งการลดกำลังแฟลชลงจะช่วยคุณได้มาก และ
มันยังช่วยให้คุณถ่ายภาพต่อเนื่องได้ไวขึ้นด้วย เพราะ
แฟลชไม่ต้องใช้พลังงานมากในการชาร์ตประจุ

• หากสภาพแวดล้อมของคุณมีแสงน้อยเกินไป จะทำให้
คุณได้ภาพวัตถุหยุดนิ่งจากอิทธิพลของแสงแฟลชเท่านั้น
ให้หาแหล่งแสงอื่นเข้าช่วยเช่น โคมไฟ, ไฟฉาย ฯลฯ เพื่อ
ให้แสงกับวัตถุในขณะที่มันเคลื่อนไหว

• สายแยกแฟลชจะช่วยให้คุณเล่นทิศทางแสงได้มากยิ่งขึ้น
การมีมันไว้คู่กับแฟลชจะทำให้จินตนาการของคุณถูกต่อ
ยอดออกไปได้มากยิ่งกว่า

• ฝึกจับจังหวะให้แม่นหากคุณกำลังถ่ายวัตถุเคลื่อนไหว
การกดชัตเตอร์พลาดไม่ใช่สิ่งผิดปกติ เพราะเป็นการยาก
ที่จะถ่ายภาพแบบนี้ครั้งแรกแล้วจะได้ภาพออกมาดี ต้อง
ผ่านการฝึกฝนจับจังหวะให้คุ้นเคยเสียก่อน

    ปัจจัยหลักที่จะช่วยให้ภาพถ่ายเทคนิคนี้ของคุณ
ประสบความสำเร็จก็คือ การทำความเข้าใจในกลไกและ
หลักการทำงานของอุปกรณ์ ซึ่งเพียงแค่เข้าใจวิธีการของ
ม่านชัตเตอร์ชุดที่สอง ก็จะช่วยให้จินตนาการถึงวิธีการ
ถ่ายภาพในตัวแบบแต่ละประเภทแต่ละสถานการณ์ได้
แจ่มชัดยิ่งขึ้น แต่ถ้าหากไม่มีความเข้าใจแล้วก็เป็นการ
ยากที่จะถ่ายภาพให้ประสบความสำเร็จได้

     อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าไม่มีสูตรตายตัวสำหรับการ
ถ่ายภาพแบบนี้เพราะขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อมเป็นสำคัญ
บางทีคุณอาจจะต้องใช้สปีดชัตเตอร์ระดับ 30 วินาทีก่อน
ที่จะยิงแสงแฟลชออกไปในม่านชุดที่สองก็เป็นได้ ดังนั้น
การทำความเข้าใจกับอุปกรณ์ในเรื่องนี้จึงสำคัญที่สุด...

     ไม่อย่างนั้นแล้วจะไม่มีทางถ่ายภาพนิ่งแบบแสดง
การเคลื่อนไหวที่ดีได้เลยครับ