จากเส้นทางวันที่สอง มุ่งสู่ยอดดอยสะเงาะ

ทางค่อนข้างชันและมีจุดที่เสี่ยงต้องเดินละเลียบตามสันเขา

ระยะทางเลาะหุบเขา


เห็นควันไกลๆ กลุ่มแรกท่าจะถึงเตรียมแคมป์กันแล้ว

เดินลงเรื่อยๆ จุดนี้ค่อยข้างอันตราย เป็นจุดหักมุม ทางเดินแคบ

จุดนี้เสียวที่สุดในทริปทางเดินแค่เท้าเดียว เขาอะไรก็ไม่รู้ต้นไม้ไม่ค่อยมีให้เกาะมีแต่หญ้าแห้งๆ เมืองไทยไม่มีต้นไม้

ระหว่างทางเดินแต่ยังมีอารมณ์เก็บภาพ

กุหลาบพันปีบานอยู่สันเขามีจุดเดียวเท่านั่น แต่มีหลายต้น

สันเขาระหว่างทางมองเห็นสนามบินแม่ฮ่องสอนอยู่ลิบๆ

โอ้ววว ที่เห็นควันไฟอยู่ไกลๆ นึกว่าพรรคพวกไปหุงข้าวรอแล้วเชียว...
ที่ไหนได้ไฟป่านี้เอง ดำเลย เพิ่งดับไปเองแต่ยังมีควันอยู่

รีบโกยก่อนดีกว่าอยู่ใกล้ๆ ด้วย เดียวซวย

หลังจากนั้นต้องทำเวลาแล้ว เรารังท้ายกลุ่มเยอะมาก เก็บกล้องรีบเร่งทำเวลาจนเดินทันกลุ่มหน้า ประมาณบ่ายสามโมงเย็นกว่าๆ ถึงแค้มป์คืนที่สอง วางเป้แล้วไปเก็บพระอาทิตย์ตกดินที่ สะเงาะกัน

เห็นแบบนี้ ไม่ใช่ๆ ง่ายๆ สำหรับการปีนขึ้นนะ
สำหรับยอดดอยสะเงาะอยู่เบื้องหน้าแต่เส้นทางนี้ถ้าเดินขึ้นไปไม่รอดแน่ๆ
สุดปลายทางที่จุดนี้ดีกว่า

เห็นกลุ่มแรกอยู่โน้นนนนนน

อีกมุมของสะเงาะ

ยามเย็นเมื่อแสงลง

ตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้า

ตัดมาตอนเช้าตีห้าครึ่งกว่าๆ กับจุดชมวิวเมื่อวานทันเวลาพระจันทร์พอดี

ต้นหญ้ายามโดนแสงแรกของเช้าวันใหม่

ทิวเขาที่สลับซับซ้อน

ตะวัน+หุบเขา

จันทร์เจ้าลาลับขอบฟ้า

บรรยากาศยามเช้าบนดอยสะเงาะ ระดับความสูงประมาณ 1510 เมตรจากระดับน้ำทะเล

สะเงาะ หรือ เลอเปอเฮอ

ระยะใกล้

ทะเลหมอกอีกครั้ง

จุดพักทานข้าวกลางวันที่หมู่บ้านหัวน้ำฯ มองไกลๆ เห็นยอดสะเงาะตั้งเด่นเห็นชัด

น้ำตกระหว่างทางเดินกลับที่หมู่บ้านพะโข่โหล่ เดินเลาะริมน้ำและขึ้นเนินเป็นบางช่วง

ถึงหมู่บ้านประมาณ 5 โมงเย็นกว่าๆ กับการเดินที่ช้าสุดๆ + หลงทางอีก 1 ชม. เหอๆ
รองเท้าขาด 1 คู่ หลุดหาย 1 คู่ระหว่างเดินข้ามน้ำตก
พอมาถึงหมู่บ้านสมาชิกที่ถึงก่อนพากันหัวเราะว่าไปทำอะไรมา เขามาถึงกันตั้งแต่บ่าย 3
สภาพเยินมาก
ไปเดินเล่นน้ำตกมาพี่ เหอๆ กว่าจะหาทางตัดเขาเจอ ดีนะที่เจอลุงพะอือเดินปิดท้ายไม่งั้นดังแน่ๆ
555555

แวะไหว้พระธาตุดอยกองมู

ปิดท้ายด้วยภาพ หอจอมคำ-จอมทอง ยามค่ำคืน
สำหรับทริปการเดินทางครั้งนี้ขอบคุณสมาชิกทั้ง 22 คน
และกลุ่มผู้นำทาง+ลูกหาบ 7 คน
ค่าใช้จ่ายแบบหารเฉลี่ยคนละ 2650 บาท จ้า